รักไปต่อไม่ได้!? แม็ค เปิดหมดเปลือก เลิก ปุยฝ้าย รอบ 2

รักไปต่อไม่ได้!? แม็ค เปิดหมดเปลือก เลิก ปุยฝ้าย รอบ 2
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

ทำเอาคอข่าวบันเทิงช็อคกันทั้งวงการ สำหรับการออกมาประกาศยุติความสัมพันธ์ รอบ 2 ของอดีตคู่รักคู่เลิฟแม็ค วีรคณิศร์ และ “ปุยฝ้าย ณัฎฐพัชร์” ท่ามกลางความสงสัยของบรรดาขาเม้าท์ขาเผือกว่าเกิดอะไรขึ้นกับทั้งคู่ เพราะก่อนหน้านี้ก็ดูเหมือนว่าจะยังรักกันดีไม่มีทีท่าว่าจะหมดความหวาน ถึงขนาดมีหลายคนตั้งข้อสงสัยว่า จะเป็นเพราะฝ่ายชายมีสาวอื่นเข้ามาทำหน้าที่เป็นมือที่ 3 หรือเปล่า !?

ซึ่งล่าสุดในงาน “ภาพยนตร์สั้น 4 กรุ๊ปเลือด ABABO” ทางด้านของนักแสดงหนุ่ม “แม็ค วีรคณิศร์” ก็ได้ออกมาชี้แจงแบบหมดเปลือกถึงปมคาใจดังกล่าว พร้อมทั้งออกปากอีกด้วยว่าถึงแม้เจ้าตัวและฝ่ายหญิงจะไม่ได้ใช้สถานะเดิมแล้ว แต่ตนก็ยังมีความหวังดีและมิตรภาพมอบให้เสมอ…

สำหรับกระแสข่าวที่เกิดขึ้นหลายคนยังสงสัยว่าเกิดอะไร ?
“จริงๆ วันนี้เป็นงานการกุศลนะครับที่ผมตั้งใจมา และผมเองก็ได้ให้สัมภาษณ์เต็มๆ ไปแล้วกับสื่อแห่งหนึ่งที่เขาโทรมาสัมภาษณ์ และผมเองก็เชื่อว่าในวันนี้ทั้งตัวผมเองรวมถึงฝ้ายเราสองคนไม่ได้อยากจะพูดอะไรเยอะหรอกนะครับ ดังนั้นผมจะพูดสั้นๆ ได้ใจความละกันครับ”

“คือจริงๆ แล้วผมกับฝ้ายเราได้ตกลงกันว่าจะลดความสัมพันธ์มาประมาณ 2-3 เดือนแล้ว เพียงแต่เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องของคนสองคน เราก็เลยไม่ได้นำไปบอกใครแม้กระทั่งกับพ่อแม่ของเรา ก็…เรียกได้ว่ามีการลดความสัมพันธ์ลงครับ แต่ผมก็ยังไปมาหาสู่ ยังมีโอกาสที่ได้ดูแลเขา จนกระทั้งเมื่อช่วงที่ผ่านมาถึงได้มีการตัดสินใจร่วมกันว่า เราสองคนจะต่างคนต่างไปตามทางของตัวเองครับ”

สาเหตุที่เราลดความสัมพันธ์คืออะไร ?
“มันเป็นเหตุผลของคนที่อยู่ด้วยกันทั้งสองคนจริงๆ ครับ ซึ่งผมกับฝ้ายเราคบกันมานานมากเลยนะ และเราก็พยายามประคับประคองกันมาตลอดจริงๆ คือ… เอ่อ… ผมเชื่อว่าเราคือคนคนหนึ่งที่คบกัน แต่อาชีพเราดันทำให้เราต้องเป็นที่รู้จักของคนอื่นๆ ซึ่งจริงๆ แล้วเราตั้งใจว่าเราจะคบกันดีๆ และทำทุกอย่างออกมาให้ดีที่สุดมาตลอด แต่พอมันมีอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งผมเชื่อว่าฝ้ายเองก็รู้ว่าเหตุผลมันคืออะไรมั่งของการอยู่ด้วยกัน สุดท้ายเราก็เลยตัดสินใจว่า เราต่างฝ่ายต่างก็ไปใช้ชีวิตของเราเองดีกว่า และผมก็ยังจำได้อีกว่า วันที่เราเจอกันวันสุดท้ายเราก็ยังคุยกันด้วยดี ต่างฝ่ายต่างก็อวยพรให้มีชีวิตดีๆ เจอคนดีๆ ดูแลสุขภาพ ดูแลพ่อแม่ดีๆ”

เรามีคนใหม่เข้ามาด้วยไหม ?
“ไม่มีแน่นอนครับ ผมมั่นใจ”

แต่บางกระแสข่าวก็บอกว่ามีคนเห็นเราอยู่ที่คอนโดกับผู้หญิงคนอื่น ?
“คอนโดเลยเหรอครับ ไม่มีแน่นอน”

เขาบอกว่าเป็นนักแสดงร่วมช่องด้วย ?
“จริงเหรอ ไม่มีแน่นอนครับ คืออันนี้เป็นความเชื่อของผมกับฝ้ายนะครับ ตอนที่เราสองคนยังคบกัน เราต่างก็ได้รับศีลมาทั้งคู่และเราก็รักษาข้อ 1 2 3 ซึ่งเราไม่ละเมิดศีลแน่นอน และผมก็มั่นใจว่าระหว่างที่ผมคบกับฝ้ายหรือฝ้ายอยู่กับผม  ในช่วงที่เราเป็นแฟนกัน เราจะไม่มีทางนอกใจหรือมีคนที่สามแน่นอนครับ”

อาจจะเป็นเพราะกระแสข่าวในรอบแรกเลยยังทำให้คนฝังใจ ?
“ผมคิดว่าทุกอย่างเป็นบทเรียนในชีวิตนะครับ และตอนนี้ผมก็มั่นใจว่าทุกสิ่งที่ผมทำ ผมถูกต้องแล้ว ซึ่งตอนที่เราคบกันผมก็ดูแลฝ้ายทั้งความรู้สึก ทั้งกายและใจมาโดยตลอดครับ”

ใครเป็นคนตัดสินใจว่าอยากจะลดความสัมพันธ์ก่อน ?
“มันเป็นในลักษณะการคุยกันมากกว่าครับ มันไม่ได้สำคัญหรอกว่าใครเริ่มก่อน และผมก็อยากจะบอกด้วยว่าเราสองคนข้ามขั้นของคำว่าใครผิดใครถูก แต่มันเป็นการตัดสินใจของคนสองคนจริงๆ ว่ามันเวิร์คหรือไม่เวิร์ค เพราะเวลามันก็เดินไปข้างหน้าทุกวัน”

เป็นเพราะเราสองคนอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุขหรือเปล่า ?
“เรายังรักกันและเราก็ยังดูแลกันนะครับ แต่เราต้องยอมรับความจริง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่หวังดีต่อกันมากที่สุดครับผม”

สำหรับเราสองคน ณ ตอนนี้ก็คือไม่มีการพูดคุยกันแล้ว ?
“ก็…สำหรับตัวผมเอง ผมค่อนข้างไม่คิดมาก ใจกว้างที่จะสามารถคุยได้ หรือถ้ามีโอกาสอะไรผมก็สามารถช่วยเหลือฝ้ายเรื่องงานได้ตลอดครับ แต่สำหรับฝ่ายหญิงผมเข้าใจนะ คือผู้หญิงเขาอาจจะมีมุมที่วางไม่ได้หรืออะไรก็แล้วแต่ อันนี้ผมเข้าใจครับ ผมมีพื้นที่ให้เขาได้ครับ”

หลายคนอาจจะสงสัยว่าสาเหตุที่เราไปต่อกันไม่ได้อาจจะเป็นเพราะเราเบื่อ หรือเรื่องของระยะเวลาที่คบกันมานาน ?
“มันเป็นเรื่องของคนสองคนจริงๆ นะ มันมีหลายๆ อย่างประกอบกัน ซึ่งอันนี้ผมขอให้เป็นเรื่องที่เราสองคนขอเก็บไว้ละกันครับ”

แต่คนก็มองอีกว่าการกลับมารอบสองของเราก็เป็นเพราะเรารักฝ้าย แล้วทำไมอยู่มาวันหนึ่งถึงได้เลิกกัน ?
“ผมจริงจังนะครับ เวลาผมคบใครผมก็ตั้งใจดีๆ แล้ว แต่ว่ามันก็เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด ซึ่งเราเองก็ต้องยอมรับในความเป็นจริง”

ก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์ให้เราสองคนต้องทะเลาะกันบ้างไหม ?
“จริงๆ เราอยู่ด้วยกันมันก็มีเรื่อยๆ อยู่แล้วครับผม และเราก็พยายามประคับประคองกันมาจริงๆ”

ทุกวันนี้เรายังเป็นห่วงเขาอยู่ไหม ?
“เป็นห่วงอยู่แล้วครับ เราคบกันมา 5 ปี ความผูกพันของเรามีมากกว่านั้นอยู่แล้ว และสำหรับตัวผมเองฝ้ายเขาก็เหมือนคนในครอบครัว เหมือนพี่น้อง เหมือนเพื่อนสนิทคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมน้ำใจให้เขาอยู่แล้วครับ”

ครอบครัวทั้งสองฝ่ายว่ายังไงบ้างกับการตัดสินใจครั้งนี้ ?
“ถ้าในมุมพ่อแม่ผมท่านก็อึ้งครับ เพราะท่านเองก็รักและเอ็นดูฝ้ายอยู่แล้ว  แต่เขาก็ยอมรับการตัดสินใจของเราทั้งคู่ครับ”

อย่างที่ฝ้ายออกมาพูดเขาเองก็บอกเลยนะว่าเขายังไม่พร้อม ให้เป็นเพื่อนเขาก็ยังไม่พร้อม ?
“ผมก็แอบอึ้งนะ เพราะว่าสำหรับผม ผมพร้อมที่จะช่วยเหลือเขาเสมอ แต่เราก็ต้องให้เวลาเขาแหละอันนี้ผมเข้าใจ ซึ่งผมยังจำได้เลยนะว่าวันที่เราคุยกันวันสุดท้ายเราคุยกันดีมาก ดีจริงๆ จนผมรู้สึกว่ามิตรภาพยังอยู่”

ทำไมเราไม่เลือกที่จะลองถอยกันคนละก้าวเพื่อหาทางปรับจูน ?
“เราลองดูแล้วครับ ทำทุกทางแล้วครับผม”

ณ เวลานี้เรารู้สึกสบายใจขึ้นไหมที่ถอยออกมา ?
“ผมยอมรับนะครับว่ามันยังมีความแปลกๆ ในชีวิตอยู่ แต่ว่าทุกวันนี้ผมเองก็พยายามโฟกัสไปที่พ่อแม่ผมมากขึ้น ให้เวลากับพวกท่านมากขึ้น ดูแลหมาเลี้ยงหมา และก็ทำหน้าที่ของตัวเองที่สุด ทั้งงานในวงการและงานอื่นๆ”

เรามองความรักครั้งต่อไปไว้ยังไงบ้าง ?
“โห…ผมรู้สึกว่าผมจะละเอียดกับความรักมากขึ้นครับ มากขึ้นจริงๆ กับการที่ใครสักคนจะเข้ามา แต่มันไม่ได้หมายความว่าผมจะปิดตายนะครับ แค่มันเป็นเรื่องของเวลาจริงๆ ที่เราต้องใช้เวลา”

รู้สึกยังไงบ้างกับการที่เราเลิกกันคนนี้คนส่วนใหญ่จะมองไปในทิศทางว่า เราไม่แมน เราไม่ดี ?
“ผมเป็นผู้ชาย และผมจะไม่ดราม่า ผมขอพูดดีๆ ต่อกันดีว่า เพราะผมคิดว่าวันเวลาดีๆ ที่เรามีให้กันมันมีเยอะกว่านั้น หวังดีต่อกันดีกว่าครับ”

ปิดฉากแน่นอนไม่มีรอบสามแล้วนะ ?
“ผมเคารพการตัดสินใจของฝ้ายครับ”