ผวา เห็นคนร่างใหญ่มีปีกบินเหนือยอดไม้ เชื่อเป็นกระหัง

Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ชาวบ้านผวาเห็นคนร่างใหญ่มีปีกบินเหนือยอดไม้เชื่อเป็น ด้าน ป้าวัย 59 ยันเห็นผีกระหังกันตา ทั้งฝันเห็นภูตผีชายหญิงในบ้านร้างหมายจะมาเอาชีวิตตัวเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (13 ก.ค.) ชาวบ้านบ้านประสาทพร ต.หนองปล่อง อ.ชำนิ และบ้านหนองเสม็ด ต.หนองยายพิมพ์ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ต่างหวาดผวา หลังมีคนในหมู่บ้านเห็นคนรูปร่างสูงใหญ่มีปีกบินเหนือยอดไม้ในยามค่ำคืน หรือคืนเดือนมืด บางครั้งก็เห็นเป็นแสงลอยไปมา

จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นผีกระหังจนสร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านหลายคนไม่กล้าออกจากบ้านตอนกลางคืน  บางคนก็เกรงจะเกิดอันตรายกับตัวเองพอตกค่ำก็รีบปิดบ้านเข้านอนทันที 

จากการสอบถาม นางนิภา หรือ ป้าแอ็ด อายุ 59 ปี ชาวบ้านบ้านประสาทพร ยืนยันว่าตนเองเห็นคนรูปร่างสูงใหญ่มีปีกบินเหนือยอดไม้ และบางครั้งก็มีแสงลอยไปมาในยามค่ำคืน จึงเชื่อว่าสิ่งที่เห็นน่าจะเป็นผีกระหังเพราะลักษณะตรงกับคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่สมัยก่อน 

ทั้งนี้ นางนิภา ยังพาเดินไปดูบ้านร้างซึ่งเป็นบ้านที่แม่เคยอาศัยอยู่กับพี่สาว แต่ทั้งสองได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี 2553  โดยแม่และพี่สาวเสียชีวิตห่างกันเพียง 3 เดือน หลังจากนั้นก็ไม่มีใครอาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าวอีก ทั้งยังมีร่องรอยการทำพิธีไล่ภูตผี และปัดเป่ารังควานสิ่งไม่ดีตามความเชื่อในบ้านร้างหลังดังกล่าวด้วย 

นางนิภา หรือ ป้าแอ๊ด ยังบอกอีกว่า หลังจากแม่และพี่สาวเสียชีวิตตนก็ฝันเห็นสิ่งภูตผี ลักษณะเป็นหญิงสูงอายุผมหยิกฟู ชายรูปร่างผอม และร่างสูงใหญ่ มาตามหลอกหลอนอาฆาตจะเอาชีวิตตนเอง แต่โชคดีที่ตนเองเป็นคนจิตแข็งจึงสามารถต่อสู้เอาผิดชนะภูตผีที่หลอกหลอนในความฝันได้

แต่ก็ยังมาเข้าฝันหลอกหลอนอยู่ตลอดจนเกิดความหวาดกลัว ถึงขั้นลงทุนจ้างหมอผีมาทำพิธีปราบภูตผีหลายครั้งหมดเงินไปแล้วเป็นแสน แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถไล่ภูตผีออกไปได้ ซึ่งตนเองเชื่อว่าที่มีสิ่งชั่วร้ายมาตามรังควานเพราะน่าจะมีโครงกระดูก หรือสิ่งของที่ผ่านการทำพิธีของผู้มีวิชาอาคมฝังอยู่บริเวณบ้าน

จึงอยากให้ผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญด้านไสยศาสตร์มาพิสูจน์และค้นหาสิ่งที่เกิดขึ้น ให้เกิดความกระจ่างเพื่อจะได้เกิดความสบายใจทั้งกับตนเองและชาวบ้าน ทั้งนี้ ยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองมีคนหาว่าบ้า แต่ตนยืนยันและเอาชีวิตเป็นประกันว่าเห็นกับตา และเชื่อเป็นผีกระหังจริง

ล่าสุด นายสิทธิพร ณ นคร นายอำเภอชำนิ พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ นักจิตวิทยา ตำรวจ ผู้นำท้องถิ่น และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และสอบถามข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ แต่ชาวบ้านคนอื่นไม่มีใครบอกว่าเคยเห็นเพียงได้ยินคนเล่าต่อกันมาเท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ประกอบกับป้าอาศัยอยู่กับหลานเพียงลำพังนานๆ ครั้งสามีที่เป็นครูอยู่ต่างจังหวัดจึงจะเดินทางกลับมาบ้าน

แต่เพื่อความสบายใจของป้าก็จะจัดเจ้าหน้าที่มาตรวจตราดูแลเพื่อให้รู้สึกอุ่นใจ พร้อมทั้งจะได้ให้นักจิตวิทยามาพูดคุยกับป้าด้วยว่าจะมีความผิดปกติที่จะต้องทำการรักษาหรือไม่ ขณะเดียวกันก็ได้ประสานผู้นำชุมชนเร่งสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน เพื่อไม่ให้ตื่นตระหนกกับกระแสข่าวดังกล่าวที่เกิดขึ้น เพราะเป็นความเชื่อส่วนตัวและในทางวิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเท็จจริงอย่างไร