เมื่อ กฤษณะ (โดน) ล้วงลูก เปิดใจแบบ ส่วนตั๋ว...ส่วนตัว ของหัวใจผู้เป็นพ่อ

เมื่อ กฤษณะ (โดน) ล้วงลูก เปิดใจแบบ ส่วนตั๋ว...ส่วนตัว ของหัวใจผู้เป็นพ่อ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
...ผมเชื่อว่าความรักความเข้าใจในครอบครัวเป็นแสงส่องนำทางที่จะช่วยไม่ให้ลูกไปในทางที่ไม่ดีได้ ผมจะต้องสอนลูกไม่ให้ทำร้ายคนอื่นหรือสังคม แล้วจะเก่งอย่างเดียวไม่ได้แต่ต้องกล้าด้วย กล้าแล้วต้องมีลูกบ้าด้วยถึงจะดี...

นับว่าเป็นพิธีกรฝีปากกล้าคนหนึ่ง โดดเด่นด้วยวาทะศิลป์ ล้วงลึกในข้อมูลการเมือง มนุษย์วีลแชร์เพียงคนเดียวในเมืองไทย ที่นายกรัฐมนตรีหลายต่อหลายท่านเป็นคนเข็นรถเข็นให้!!

กิตติศัพท์ไม่ธรรมดาอย่างนี้ พอจะนึกกันออหรือยังว่าเป็นใคร....? ใช่แล้วเขาผู้นั้นก็คือ กฤษณะ ไชยรัตน์ หรือ อ๋อย พิธีกรอารมณ์ดีแห่ง รายการ กฤษณะล้วงลูก วันนี้เขาจะมาถูก ล้วงลูก เสียเอง พร้อมทั้งเปิดเผยเรื่องราวชนิด ส่วนตั๊ว...ส่วนตัว ผ่านคอลัมน์ สายสัมพันธ์ จากนิตยสาร รักลูก เรียบเรียงโดย ทรายกุศล ภาพโดย ภิญโญ ถวิลวัฒน์

ปัจจุบันเป็นคุณพ่อลูกอ่อน มีลูกชายคนแรกชื่อว่า น้องโอม - ณพล ไชยรัตน์ วัย 2 เดือน เป็นโซ่ทองที่คล้องหัวใจ อ๋อย กับสาวงามอย่าง เอ๋ - ณธิดี ทัศนพูนชัย ทั้งคู่ได้เปิดเผยความรู้สึกถึงวินาทีแรกที่เห็นลูกน้อยคลอดออกมาว่า

กฤษณะ - ตั้งแต่แรกที่ได้ยินเสียงน้องโอม อุแว้ ผมก็รู้สึกเหมือน เลือดสูบฉีด และเพิ่งรู้ว่าความรู้สึกของคนเป็นพ่อเป็นยังไง มันเป็นความรู้สึกที่วิเศษที่สุด ผมยังคุยกับเพื่อนว่า

งานศิลปะที่สวยที่สุดในโลก ไม่มีชิ้นใดสวยเท่าภาพลูกของเรา ประติมากรรมที่ยิ่งใหญ่ล้ำค่าไม่มีอันไหนเทียบลูกของเราได้ เสียงเพลงที่ไพเราะที่สุดในโลก ก็ไม่เพราะเหมือนเสียงลูกของเรา เพราะยิ่งกว่าบทเพลงทุกเพลง บทกวีทุกบท

ณธิดี - ตอนจะคลอดเอ๋ไม่รู้สึกกลัว มีแต่ความรู้สึกเป็นสุขใจมากกว่า แม้กระทั่งตอนที่เขาเข็นเตียงเราไป แม้จะหลับตาแต่ใจเรายิ้มตลอด สำหรับพี่อ๋อยรายนั้นจะลุ้นมาก ปกติเขาจะชอบไหว้พระอยู่แล้วก็เลยสวดมนต์ไหว้พระขอพรใหญ่ ขนาดเอากล้องเข้าไปกะว่าจะถ่ายรูปลุก แต่มัวตื่นเต้นยังไงไม่รู้ ถ่ายออกมาไม่เห็นหน้าลูกเลยสักรูป เห็นแต่อย่างอื่น เขาบอกว่าตื่นเต้น ไม่กล้าดู

กฤษณะ - ผมชอบเอาลูกมานั่งที่พุง แล้วก็ร้องเพลงอืมๆ อำๆ ไปมั่วๆ เขาก็เงียบเลย เวลาเขาร้องไห้ไม่หยุดเราก็จะบอกว่า น้องโอมปอดดีมากเลยลูก โตขึ้นเป็นนักร้องแน่ๆ เลย ที่ผมชอบพูดกับลูกบ่อยๆ จนติดปากก็คือ ผู้มีฤทธิ์ย่อมบินไปในอากาศ เพราะดูเป็นคำศักดิ์สิทธิ์ก็เลยพูดแบบนี้กับลูกบ่อยๆ

ตอนนี้ที่คุยบ่อยๆ คือเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง น้องโอมนี่เกิดมาตอนบ้านเมืองกำลังวุ่นเลย ถ้าเป็นนายกน้องโอมจะทำยังไง หรือพูดว่า รู้ไหมลูก โอบามาเป็นความหวังของพ่อ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้พ่อจะเรียกน้องโอมว่า โอบามาร์ ผมก็พูดของผมไปเรื่อย ลูกน่าจะชอบนะ เพราะถ้าร้องอยู่จะเงียบทันที หรือไม่ก็นอนหลับไปเลย

ณธิดี - พี่อ๋อยต้องออกไปทำงาน แต่ถ้ากลับมาบ้านจะมาช่วยเลี้ยงโอม ถ้ากลับบ้านเอ๋จะส่งลูกให้เลย บอกว่าไปอยู่กับพ่อเลย พ่อโม้เก่ง เขาชอบคุยโน่นคุยนี่ให้ลูกฟัง ถึงแม้ว่าจะยังไม่รู้เรื่อง บางครั้งก็คุยจนลูกเพลิน แต่บางครั้งก็คุยจนน้องโอมร้องไห้ก็มี ตอนเย็นพ่อลูกก็จะพากันสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอนด้วย

กฤษณะ - ผมประสบอุบัติเเหตุจนทำให้เดินไม่ได้ แต่ในความโชคร้ายก็มีความโชคดีตรงที่ผมยังรอดชีวิต และมีน้องโอมในวันนี้ได้ เวลาที่เหลืออยู่ผมต้องวางแผนคิดให้ไกลมากขึ้น คนทั่วไปทำงานได้ 60 แต่อย่างเรา 50 หรือ 55 ก็เต็มที่กับสภาพร่างกายแล้ว ผมกับเอ๋ก็คุยกันถึงการวางแผนอนาคตน้องโอม ตอนนี้เราต้องทำหน้าที่ของความเป็นพ่อแม่ให้ดีที่สุด นมแม่เป็นภูมิต้านทานในวัยเด็ก การพูดคุยความใกล้ชิดกันในครอบครัวเป็นภูมิต้านทานเขาเติบโต

ผมเชื่อว่าความรักความเข้าใจในครอบครัวเป็นแสงส่องนำทางที่จะช่วยไม่ให้ลูกไปในทางที่ไม่ดีได้ ผมจะต้องสอนลูกไม่ให้ทำร้ายคนอื่นหรือสังคม แล้วจะเก่งอย่างเดียวไม่ได้แต่ต้องกล้าด้วย กล้าแล้วต้องมีลูกบ้าด้วยถึงจะดี

ทุกวันนี้ต้องวางแผนการเงิน เพราะผมมีค่าใช้จ่ายจุกจิกเรื่องการรักษาตัวเองอยู่แล้ว เดี๋ยวนี้ค่าใช้จ่ายในการศึกษาค่อนข้างเยอะ รู้ภาษาเดียวก็ไม่ได้แล้ว มีคนบอกว่าต้องให้เรียน 3 ภาษา อันนี้ผมก็คิดว่ามากไป ต้องปล่อยให้เขาได้เล่นได้เรียนรู้อย่างอื่น... ถึงร่างกายจะไม่อำนวยแต่ผมก็จะพยายามทำกิจกรรมกับลูกให้ได้ทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ให้มากที่สุด

ณธิดี - เรื่องการวางแผนอนาคตน้องโอมก็อย่างที่คุณอ๋อยบอก ตอนนี้เราก็เริ่มเก็บเงินทุกเดือนเพื่อเอาไว้เป็นทุนการศึกษา ตั้งใจว่าเดือนละสักประมาณ 30,000 บาท อีกเรื่องที่คุยกันไว้ก็คืออยากมีทายาทสัก 3 คน แต่ต้องรอให้น้องโอมโตกว่านี้ก่อนถึงจะมีคนต่อไป เพราะต้องมีเรื่องค่าใช้จ่ายในการดูแลเพิ่มขึ้น สำหรับน้องโอม เอ๋ทำกิฟต์แบบอิ๊กซี่ที่ศิริราช ทำสองครั้งก็ติดเลย ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณแสนกว่าบาท ถ้าจะมีคนต่อไปก็ต้องวางแผนกันอีกที แต่คิดว่าจะไม่เลือกเพศลูก ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ

กฤษณะ - พ่อเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ผมเกิดมาในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ เพราะพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เล็ก มันเป็นสิ่งที่ขาดหายไป ผมจึงตั้งใจทำในสิ่งที่โหยหาและขาดไป เป็นเหมือนสัจจะของชีวิตว่า พ่อมีสิ่งที่ขาดแต่พ่อสามารถทดแทนให้ลูกได้นะ

ลูกชายมีความหมายกับผมมาก เพราะผมเป็นคนชอบเที่ยวชอบลุย พอประสบอุบัติเหตุอายุ 29 ปี ชีวิตส่วนนี้ของผมหายไป น้องโอมเข้ามาช่วยเติมเต็มรอยแหว่งของชีวิต รอยแหว่งของหัวใจเรา

ณธิดี - ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพี่อ๋อยรู้สึกแบบนี้ รู้แต่ว่าพี่อ๋อยรักลูกมากจนเวอร์เลย มีวันหนึ่งกลับมาบ้านแล้วก็โวยวายใหญ่ว่าทำไมต้องโอมมีเม็ดขึ้น เอ๋ก็บอกว่ายุงกัดก็ต้องมีเม็ดขึ้นเป็นธรรมดา เขาก็ตกใจนึกว่าอะไรกัดลูก สงสัยต่อไปคงตีลูกไม่ได้แน่เลย เพราะพ่อเขามาดูทุกวันว่าลูกมีรอยอะไรบ้าง

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ เปิดใจ กฤษณะ ไชยรัตน์ หากสนใจจะอ่านฉบับเต็มสามารถติดตามได้ในนิตยสาร รักลูก ฉบับเดือนกุมภาพันธ์นี้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล