แพทย์ยัน "อสุจิ" ลักลอบขนไปลาวเป็นของมนุษย์ ส่งตรวจหาเจ้าของ

แพทย์ยัน "อสุจิ" ลักลอบขนไปลาวเป็นของมนุษย์ ส่งตรวจหาเจ้าของ

แพทย์ยัน "อสุจิ" ลักลอบขนไปลาวเป็นของมนุษย์ ส่งตรวจหาเจ้าของ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผอ.รพ.ขอนแก่น ยืนยัน เชื้ออสุจิที่ตรวจยึดได้ที่ด่าน ตม.ไทย เป็นของมนุษย์เพศชาย เตรียมตรวจดีเอ็นเอซ้ำอีกครั้งก่อนรายงานผล สธ.เอาผิดผู้ต้องหา ฐานนำเข้าและส่งออกน้ำอสุจิโดยผิดกฎหมาย

วันนี้ (22 เม.ย. ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ รพ.ขอนแก่น นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นพ.เสกสรร สุวรรณแพง รอง ผอ.รพ.ขอนแก่น และ นางมัณฑนา มิตรชัย นักเทคนิคการแพทย์ชำนาญการ รพ.ขอนแก่นได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลัง รพ.หนองคายได้ขอส่งตรวจพิสูจน์น้ำเชื้ออสุจิของกลาง หลัง เจ้าหน้าที่ ตม.หนองคายและศุลกากร จ.หนองคาย ทำการตรวจยึดและจับกุมผู้ต้องหาได้ขณะลักลอบนำเชื้ออสุจิของมนุษย์ออกนอกประเทศโดยผิดกฎหมาย ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนที่มาปักหลักรับฟังคำยืนยันและการแถลงข่าวของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จำนวนมาก

นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล กล่าวว่า จากการตรวจสอบทางการแพทย์ยืนยันว่าเชื้ออสุจิของกลางที่ รพ.ขอนแก่นได้รับการส่งต่อจาก รพ.หนองคายนั้นเป็นเชื้ออสุจิของมนุษย์เพศชาย โดยทั้ง 6 หลอดนั้นมีขนาดไม่ถึง 1 CC ของแต่ละหลอด โดยทันทีที่ รพ.ขอนแก่นได้รับของกลางมานั้น ถูกบรรจุในถังไนโตรเจนขนาด 4.1 ลิตร โดยมีไนโตรเจนเหลว ทำความเย็นรักษาน้ำอสุจิไว้ ซึ่งแม้ความเย็นจะลดลงบ้างจากการที่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบขณะตรวจยึดแต่น้ำอสุจิทั้ง 6 หลอดก็ยังคงมีสภาพที่แข็งแรง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้น้ำยาที่เป็นสารแช่แข็งละลายก่อนที่จะใช้กล้องจุลทรรศน์ตรวจสอบครั้งละหลอด ก่อนยืนยันผลชัดเจนว่าน้ำอสุจิของกลางนั้นเป็นของมนุษย์ เพศชาย ซึ่งจะมีการยืนยันผลการตรวจอย่างเป็นทางการส่งให้กับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส.ได้รับทราบและกำหนดโทษตามกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขแก่ผู้ต้องหาต่อไป

“อสุจิทั้ง 6 หลอดถูกบรรจุอยู่ในถังไนโตรเจนเหลว ที่มีความเย็น -200 องศาเซลเซียส ซึ่งการที่พร้อมจะลักลอบออกนอกประเทศนั้นนั้นทางการแพทย์ยืนยันว่าต้องผ่านกระบวนการและขั้นตอนของผู้ที่มีความรู้ และเชี่ยวชาญด้านการผสมเทียม ซึ่งไม่ยืนยันว่าเป็นแพทย์ เพราะอาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ปศุสัต์ จึงจะสามารถจัดทำได้ในลักษณะเช่นนี้ จนสามารถลักลอบส่งออกได้ และจากการตรวจสอบนั้นยังคงเป็นเพียงน้ำเชื้ออสุจิและยังคงไม่มีการผสมใดๆ จึงเป็นเพียงน้ำเชื้ออสุจิบริสุทธิ์เท่านั้น ซึ่งเชื้ออสุจิ 1 CC นั้นจะมีประมาณ 40-60 ล้านตัว ซึ่ง 1 ตัวสามารถที่จะผสมพันธุ์กับไข่ได้ 1 ฟอง ดังนั้นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบหาที่มารวมถึงผู้ร่วมขบวนการต่างๆในภาพรวมเพื่อกำหนดโทษต่อไป ทั้งนี้ รพ.ขอนแก่น ยังคงต้องดีเอ็นเอ หาที่มาของเชื้ออสุจิอีกครั้ง”

นพ.ชาญชัย กล่าวต่ออีกว่า จากการตรวจสอบนั้นเชื้ออสุจินั้นแข็งแรงทุกตัว ซึ่งก่อนที่จะส่งของกลางและรายงานผลการตรวจส่งคืนให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นขณะนี้ รพ.ขอนแก่น ได้มี การอัดแก๊สไนโจรเจนเหลวเข้าไปอีกครั้งเพื่อให้สามารถเก็บรักษาได้ 30 วัน ขณะที่ผลการตรวจต่างๆจะสามารถส่งรายงานได้ใน 2-3 วันนี้ ซึ่งการกระทำของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองไทย-ลาว ฝั่งขาออกประเทศไทยไปยัง สปป.ลาว นั้น เบื้องต้นผิดในข้อกล่าวหานำเข้าและส่งออกอสุจิ-ไข่และตัวอ่อน มนุษย์ โดยผิดกฎหมาย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล