ปส.ยันไม่จำเป็นส่งไซซะนะกลับลาว-ขยายผลเครือข่ายค้ายาใต้

ตำรวจ ปส. ยังไม่สรุปจำนวนทรัพย์สิน เครือข่ายไซซะนะ ยันไม่จำเป็นต้องส่งตัวกลับลาว ตำรวจไทยมีอำนาจดำเนินคดีตามกฎหมาย รอข้อมูลพิสูจน์ทะเบียน ลัมโบร์กินี เบนซ์ เรสซิ่ง - เร่งขยายผลขุดรากเครือข่ายค้ายาภาคใต้
พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ ผู้บังคับการประจำกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือ บช.ปส. ในฐานะโฆษก ของ ปส. เปิดเผยความคืบหน้าผลการขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดไซซะนะ ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวเลข หรือจำนวนทรัพย์สินทั้งหมดได้ เพราะต้องรอข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ทั้งในไทยและ ลาว อีกทั้งยังมีทรัพย์สินอีกจำนวนมากที่ยังอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ คาดว่า จะยังไม่สามารถสรุปได้ในเร็วๆนี้ เพราะในกระบวนการต้องใช้เวลา
ส่วนกระแสข่าวที่ทางการลาว ต้องการให้ส่งตัวนายไซซะนะ กลับลาว ยืนยันไม่มีความจำเป็นต้องส่งตัวกลับ เพราะนายไซซะนะ กระทำผิดในไทย ตำรวจมีอำนาจในการดำเนินคดีตามกฎหมาย
ส่วนกรณี นายสีสุก ดาวเฮือง หรือ เสี่ยเตื้อง โพสต์เฟสบุ๊ก ชี้แจง ความสัมพันธ์ กับนายไซซะนะ ว่า เป็นเพื่อนกันจริง แต่ไม่ทราบเรื่องค้ายาเสพติด ก็เป็นเรื่องที่สามารถชี้แจงได้ แต่ในทางการสืบสวนตำรวจปราบปรามยาเสพติดมีข้อมูล เบื้องต้น ที่น่าสงสัยว่า ทั้ง 2 คน อาจมีความเกี่ยวข้องกันในเรื่องค้ายาเสพติด หรือทรัพย์สิน ที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ให้ชัดเจน
พล.ต.ต.สุนทร กล่าวถึงการตรวจสอบรถลัมโบร์กินี ของนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ว่า มีความคืบหน้าไปมาก แต่การพิสูจน์ทราบเรื่องทะเบียนรถ กจ 51 กรุงเทพมหานคร ยังต้องรอข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้น มีการอายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับเบนซ์ 2 รายการ คือ ลัมโบร์กินี และ บิ๊กไบค์ เพราะเบนซ์ มีชื่อเป็นผู้ครอบครอง แต่ที่มาของเงิน ข้อมูลการสืบสวนคือ เงินของ บอย ณัฐพล นาคคำ เครือข่ายค้ายาเสพติดไซซะนะ หากรวมทั้งหมด ขณะนี้อายัดทรัพย์ ทั้งสิ้น 12 รายการแล้ว
นอกจากนี้ มีการกวาดล้างยาเสพติด ที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล 3 เข้าจับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ได้พร้อมของกลางจำนวนมาก ที่ สุวินทวงศ์ 44 เมื่อคืนนี้ เบื้องต้น เป็นกลุ่มรับขนลำเลียงยาเสพติด อยู่ระหว่างขยายผลว่า เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดไซซะนะ หรือไม่
พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.สุนทร ยังกล่าวถึงปฏิบัติการกวาดล้างจับเครือข่ายผู้ค้ายาในภาคใต้ เมื่อวานนี้ มีการจับ นางบุหลัน ธารีสืบ ภรรยาของ นายมามะรุสสัน ดรอแม ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดทางภาคใต้ ซึ่งถูกตำรวจมาเลเซียจับไปก่อนหน้านี้ ในปี 2557 พร้อมกับนายจิตรภานุ แซ่เฮง ที่เซฟเฮ้าส์ ในหาดใหญ่ ยึดทรัพย์เป็นเงินสด พร้อมรถยนต์ เครื่องเพชร รวมมูลค่า กว่า 50 ล้าน บาท โดยนางบุหลัน สารภาพอ้างว่า เป็นเงินของสามี ซึ่งสอดคล้องกับ การสอบปากคำสามีนางบุหลันที่ถูกจับไปแล้วตั้งแต่ปี 2557 ว่า เงินจำนวนนี้เป็นเงินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดจริง และมอบให้นางบุหลัน ภรรยา ไว้เพื่อนำไปซื้อคอนโดมิเนียมและเอาไว้ใช้จ่ายส่วนตัว
ส่วนกลุ่มนางบุหลัน จะมีความเกี่ยวข้องกับผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ทางภาคใต้ คือ นายคามะลูดีน บิน อาหว่อง หรือ ไม่ อยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบ ซึ่งทางตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ประสานผ่านตำรวจมาเลเซีย เพื่อขอเข้าร่วมสอบปากคำนายคามะลูดีน บิน อาหว่อง ทางปากเปล่าไปแล้ว และอยู่ระหว่างจัดทำหนังสือให้เป็นทางการ รวมถึง อาจพิจารณาขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน หากมีสนธิสัญญาร่วมกัน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
