กิตติชัยระบุกม.-ศาสนาเนื้อหาวัตถุประสงค์แตกต่างกัน

นักวิชาการกฎหมาย 'กิตติชัย' ระบุ กฏหมาย กับ ศาสนา มีเนื้อหาและวัตถุประสงค์ ที่แตกต่างกัน
นายกิตติชัย จงไกรจักร นักวิชาการกฎหมาย ร่วมวงเสวนา "กฎหมายและศาสนา จัดความสัมพันธ์อย่างไรจึงลงตัว" ว่า ในสังคมปัจจุบันมีปัญหากันระหว่างศาสนากับชาติ ทั้งการแต่งตั้งพระสังฆราช การให้มีภิกษุณี ล้วนแล้วแต่เป็นปลายเหตุของปัญหาทั้งสิ้น ดังนั้น ต้องกลับมายึดหลักศาสนาในการแก้ไขหรือไม่ว่า ทุกข์เกิดจากอะไร เพื่อหาสาเหตุการดับทุกข์ พร้อมขอนำพระราชดำรัสเรื่องศาสนาในบริบทของสังคมไทยว่า
"ประชาชนคนไทยมีเสรีภาพ ความเสมอภาคในการเลือกนับถือศาสนา ด้วยเหตุนี้ จึงมีชีวิตของการอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก" เพราะมีขันติธรรมอยู่ร่วมกันได้ด้วยความปรองดอง ดังนั้น กฎหมายกับศาสนา คือ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับศาสนา โดยอุดมการณ์ของรัฐแสดงออกผ่านทางกฏหมาย ส่วนอุดมการณ์ทางศาสนาแสดงออกผ่านทางหลักคำสอน ซึ่งทั้งสองอย่าง มีเนื้อหาและวัตถุประสงค์ ที่แตกต่างกัน
นายกิตติชัย กล่าวว่า รัฐกับศาสนาต้องการความผาสุกให้เกิดขึ้นในสังคมไทย แต่จะทำอย่างไรให้ต่างรู้จักหน้าที่และบทบาทตนเอง ดังนั้น ขอสรุปบทบาทของกฎหมายที่มีต่อศาสนาไว้ 3 ประการ คือ การคุ้มครอง การควบคุม และการส่งเสริม
ทั้งนี้ ท้ายที่สุดแล้ว ต้องกลับมาทบทวนบทบาทของรัฐว่า รัฐให้การคุ้มครองเสรีภาพ ศาสนาทุกรูปแบบอย่างไร รวมถึงมีบทบาทอะไรต่อสังคมบ้าง และที่ผ่านมา คณะสงฆ์ได้อำนาจจากรัฐมาปกครอง หากในอนาคตรัฐไม่ยุ่งเกี่ยวกับศาสนา คณะสงฆ์จะมีความเข้มแข็งหรือไม่ หากปล่อยเวลาผ่านเลยไปอาจเกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้น และสุดท้ายจะนำไปสู่การแย่งชิงอำนาจ มีการตีความศาสนา ที่อาจบิดเบือนหลักธรรมคำสอนในอนาคตได้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

