จีจ้า ติดลูกชายหนักมาก น้องเจย์เดน ยิ่งโตยิ่งหล่อ!

S! News

สนับสนุนเนื้อหา

ถึงแม้หน้าจอจะขึ้นชื่อว่าเป็น ราชินีนักบู๊เมืองไทย แต่พออยู่หลังกล้องเมื่อไหร่ นักแสดงสาวร่างเล็ก "จีจ้า ญาณิน วิสมิตะนันทน์" ก็กลายเป็นคุณแม่ติดลูกเต็มตัว เพราะล่าสุดในงานแถลงข่าวภาพยนตร์ "Red Cargo" สาวจีจ้าได้ออกมาอัพเดทพัฒนาการของลูกชายวัย 3 ขวบ "น้องเจย์เดน" ให้เราฟังว่า ตอนนี้ลูกชายอยู่ในวัยที่กำลังซนแบบสุดๆ แถมยังรู้จักพูดรู้จักคุย จนคุณแม่ติดหนักมาก ถ้าหากไม่ไปทำงานก็ไม่อยากจะห่างไปไหน

ส่วนเรื่องที่หลายคนแอบลุ้นว่า น้องเจย์เดน จะฉายแววบู๊แหลกเหมือนกับคุณแม่หรือเปล่านั้น สาวจีจ้าก็ได้เผยว่า ตอนนี้ยังไม่อยากให้ลูกชายโฟกัสกับเรื่องดังกล่าว เพราะอยากให้ค่อยๆ มีพัฒนาการไปตามวัย เอาไว้โตเมื่อไหร่ค่อยให้ตัดสินใจกันอีกที...

ตอนนี้พัฒนาการของ น้องเจย์เดน เป็นยังไงบ้าง ?
"เดือนหน้า น้องเจย์เดน ก็จะอายุ 4 ขวบแล้วค่ะ และก็กำลังจะขึ้นอนุบาล 2 ด้วย ซึ่งนิสัยปกติของเขาก็คือ จะเป็นตัวของตัวเอง ซน และก็ฉลาด ชอบเถียง (หัวเราะ) เขาไม่ได้ดื้อจนถึงขั้นที่เราต้องดุต้องตีนะ แค่เขามีความคิดเป็นของตัวเองมากกว่า แถมยังชอบอ้อนด้วย ติดแม่ ซึ่งข้อนี้เองที่ทำให้เราตายรัง ไปไหนไม่ได้เลย เสร็จงานปุ๊ปก็ต้องรีบกลับบ้านไปหาเขาทันที"

น้องเจย์เดนมีแววหรือเริ่มฉายแววเหมือนคุณแม่บ้างหรือเปล่า ?
"ยังไม่แน่ใจค่ะ บอกไม่ได้เหมือนกัน แต่เขาก็เล่นกีฬาได้นะ แค่จะมีความเป็นโลกส่วนตัวสูงเหมือนกับคุณพ่อเขามากกว่า (หัวเราะ)"

จริงๆ เราเคยมีโอกาสพาเขาไปลองไปเรียนบู๊หรือวิชาป้องกันตัวบ้างไหม ?
"ก็เคยพาเขาไปโยนลงเบาะบ้างอะไรบ้าง (หัวเราะ) ซึ่งก็ดูเหมือนเขาน่าจะไปได้นะ เพียงแต่ด้วยความที่เขาเองก็เพิ่งจะอายุ 3 ขวบ เราก็เลยอยากให้เขาทำในสิ่งที่เขาอยากทำดีกว่า อย่างเช่นตอนนี้เขาชอบเตะบอล เราก็ปล่อยให้เขาได้เล่นไป ตามพัฒนาการของเขา ส่วนกีฬาหนักๆ เอาไว้ค่อยเล่นตอนโตก็ได้"

เหมือนช่วงนี้ตัวเราเองก็งานเยอะ มันกระทบบ้างไหมสำหรับเวลางานและเวลาครอบครัว ?
"ก็ใช้วิธีแบ่งเวลาเอามากกว่าค่ะ อย่างเช่นวันไหนเสร็จงานเร็วก็จะรีบกลับบ้าน หรือวันไหนไม่มีงานก็จะอยู่บ้านกับเขาทั้งวันเลย เวิร์คเอ้าท์ทำกิจกรรมกันในบ้าน ให้เขานั่งเล่นข้างๆ เราไปด้วย"

อย่างโปรเจคภาพยนตร์เรื่องนี้ที่เราต้องบินไปถ่ายทำถึงต่างประเทศ เรากังวลไหมว่าจะห่วงลูก ?
"โปรเจคนี้ยังถือว่าน้อยกว่าโปรเจคที่ผ่านๆ มาอีกค่ะ เพราะโปรเจคก่อนหน้านี้คือจีจ้าไปทำงานต่างประเทศ 1 เดือน เต็มๆ และยอมรับเลยว่านั่งร้องไห้ตั้งแต่ อาทิตย์ที่ 2 ที่อยู่ที่นั่น (หัวเราะ) แต่ก็โทรหาเขาทุกวัน เฟสไทม์คุยกันทุกวัน ซึ่งโปรเจคภาพยนตร์เรื่องนี้น่าจะสั้นหน่อย เอาไว้ให้เขาโตกว่านี้อีกนิดเราก็คงได้อธิบายกับเขาว่า สิ่งที่คุณแม่ทำ แม่ทำเพื่ออะไร ทำเพื่อครอบครัว และทำเพื่อเขาเต็มๆ เลย"

น้องเจย์เดนเขางอนเราบ้างไหมที่หายไปทำงานนานๆ ?
"เคยมีค่ะ รอบที่แล้วที่ไปอินโดมา 1 เดือน เขาไม่คุยกับจีจ้าเลยนะ ละครที่เล่นเขาก็ไม่ดู เขาบอกว่าคุณแม่ไม่รักเขาและเขาก็ร้องไห้ ซึ่งพ่อจีจ้ากลับมาถึงบ้าน จีจ้าต้องง้อเขาถึง 3 วัน กว่าเขาจะคืนดี (หัวเราะ) แต่เดี๋ยวนี้พอจะไปทำงานนานๆ ก็จะต้องบอกเขาก่อน ขอเขาก่อน ถ้าเขาโอเคเราก็ไป คือมันต้องคุยกันให้รู้เรื่องก่อน เหมือนว่าเขาเองก็โตแล้วด้วย"

แสดงว่าลูกค่อนข้างติดเราพอสมควรเลย ?
"ก็ติดนะคะ เพราะเราเป็นแม่ เวลามีใครคนใดคนหนึ่งหายไปเขาก็ต้องคิดถึงเป็นธรรมดา"

แบบนี้มีแพลนบ้างไหมว่าอาจจะพาเขาไปเที่ยวในกองถ่ายไปดูเราทำงาน ?
"เอ่อ...ด้วยความที่กองถ่ายมันเป็นกองแอคชั่น ดังนั้นการใช้สมาธิมันสำคัญมาก และเจย์เดนเขาไม่ใช่เด็กที่จะอยู่เฉยๆ แน่ๆ ดังนั้นถ้าเราไม่อยากให้ตัวเราเองเสียสมาธิ ก็ต้องให้เขาอยู่บ้านก่อน และเอาไว้ให้เขาโตกว่านี้อีกสักหน่อยถึงจะค่อยพาไปกองละคร ให้เขาได้เห็นว่าที่เราหาย เราหายไปไหน และเราทำอะไรเพื่อเขาบ้าง"

น้องเจย์เดนเคยขอเราบ้างไหมว่าอยากไปดูเราทำงาน ?
"ไม่เคยเลยค่ะ เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าคุณแม่ไปทำงาน ซึ่งอย่างที่บอกพอเราคุยกันเขาก็จะเข้าใจ และก็จะไม่ขอตาม นอกเสียจากว่า เขาจะขอไปช้อปปิ้ง (หัวเราะ) แค่หยิบขนมหนึ่งถุงเขาก็แฮปปี้แล้ว"

ลูกคนแรกก็ค่อนข้างโตแล้ว แบบนี้จะมีคนต่อไปเลยหรือเปล่า ?
"ยาวเลยค่ะ (หัวเราะ) คือตอนนี้เรายังมีความสุขกับการทำงานมากว่า และมันกำลังมันส์เลยด้วย เลยตั้งใจว่าจะขอรับงานแบบต่อเนื่องไปก่อนดีกว่า ส่วนเรื่องลูก จริงๆ ก็อยากมีลูกสาวอีกคนนะ เพียงแต่ว่าตอนนี้เรากำลังสนุกกับการทำงานแอคชั่น เลยต้องขอเบรคเอาไว้ก่อน"

แอบกลัวไหมว่าถ้าเว้นวรรคไปนานๆ แล้วจะทำให้ลูกสองคนอายุห่างกันเยอะเกิน ?
"ห่างเยอะไม่เท่าไหร่ แต่ตอนนี้คุณแม่อายุมากแล้วเนี่ยสิ (หัวเราะ) จริงๆ สามีก็ไม่ได้เร่งนะ เพราะเราต่างคนต่างก็วุ่นอยู่กับการทำงาน ความรักลงตัวดีมาก ดูแลกันแบบเรื่อยๆ ปกติทั่วไปเลย (ยิ้ม)"