นครพนมอากาศหนาวส่งผลดีกับผู้ปลูกกะหล่ำปลี

สภาพอากาศหนาวเย็นใน จ.นครพนม ส่งผลดีกับเกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำปลี หลังผลผลิตโตเร็ว ดูแลง่าย มีราคาดี
ที่ จ.นครพนม ในช่วงนี้สภาพอากาศยังคงหนาวเย็นต่อเนื่อง อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 14 -15 องศาเซลเซียส ถึงแม้จะส่งผลกระทบกับชาวบ้าน โดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ติดริมฝั่งแม่น้ำโขง แต่กลับส่งผลดีต่อชาวบ้านที่ยึดอาชีพเกษตรแบบพอเพียง ปลูกผักขายตามแนวริมแม่น้ำโขง เช่น ที่สวนกะหล่ำปี บริเวณบ้านบึงหล่ม ต.ดงขวาง อ.เมือง ปีนี้พบว่า สภาพอากาศที่หนาวเย็นดังกล่าวทำให้กะหล่ำปลีโตเร็ว ดูแลง่าย และมีราคาดี โดยสามารถขายได้ ไร่ละไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท ทำให้ชาวบ้านหันมาปลูกมากขึ้น เพื่อส่งขายในช่วงเทศกาลปีใหม่จนถึงตรุษจีน ทั้งนี้ จะใช้ระยะเวลาปลูกแค่ประมาณ 60 - 70 วัน ก็สามารถเก็บผลผลิตไปจำหน่ายได้
ด้าน นายวีระ ชัยสอน อายุ 53 ปี เกษตรกร เปิดเผยว่า ปีนี้เกษตรกรริมแม่น้ำโขงที่ยึดอาชีพเกษตรพอเพียงปลูกผักขาย มีรายได้มากขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศหนาวต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อพืชผักโตเร็ว โดยเฉพาะสวนกะหล่ำปลีของเกษตรกร หลังอากาศหนาว ทำให้โตเร็ว ใช้เวลาแค่ประมาณ 60 - 70 วัน หรือประมาณแค่ 2 เดือน สามารถเก็บผลผลิตขายได้แล้ว ยิ่งปีนี้พื้นที่อื่นปลูกยากทำให้ราคาแพง กิโลกรัมละประมาณ 15 บาท พื้นที่ 1 ไร่ จะเก็บผลผิตได้ไม่ต่ำกว่า 1 ตัน ขายได้ประมาณไร่ละ 1 แสนบาท ถือเป็นโอกาสดีของเกษตรกรทำสวนกะหล่ำปลี ซึ่งข้อดีของพื้นที่ริมโขงมีดินตะกอนน้ำโขง ทำให้พืชผักโตเร็ว ไม่ต้องใช้สารเคมี ปลอดสารพิษ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


