น้ำท่วมพัทลุงนครศรีฯยังวิฤกติ-อุตุฯเผยใต้ฝนลด

น้ำท่วมพัทลุงนครศรีฯยังวิฤกติ-อุตุฯเผยใต้ฝนลด

น้ำท่วมพัทลุงนครศรีฯยังวิฤกติ-อุตุฯเผยใต้ฝนลด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

พัทลุง นครศรีฯ สุราษฎร์ฯ ตรัง สงขลา น้ำท่วมยังวิฤกติ ผู้ประสบภัย 7จังหวัด 6 แสนรายแล้ว ด้าน ผบ.ทบ.กำชับทหารช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเต็มที่ ขณะกรมอุตุฯ เผยใต้ฝนลดลงตกหนักบางแห่ง-กทม.อากาศเย็น

นายเชาวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า สถานการณ์อุทกภัยยังถือว่าวิกฤติ แม้ฝนจะลดลง แต่ต้องจับตาพายุลูกใหม่ที่จะเข้าพื้นที่ในวันที่ 9 - 10 ธ.ค. โดยขณะประสบอุทกภัยครอบคลุมทั้งจังหวัดทุกพื้นที่ 11 อำเภอ 65 ตำบล 626 หมู่บ้านเดือดร้อนแล้ว 85,393 คน สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ทั้ง 23 อำเภอ 163 ตำบล 1,438 หมู่บ้าน 97 ชุมชน ได้รับผลกระทบ 301,557 คน นายสุเมธ ช้างชนะ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง รักษาราชการนายอำเภอหัวไทร จ.นครศรีธรรมราช กล่าวกับ ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า หัวไทรเป็นพื้นที่ท้ายน้ำก่อนออกทะเล ได้รับผลกระทบเต็มพื้นที่ 11 ตำบล 99 หมู่บ้าน ซึ่ง 5 วันที่ผ่านมา มีปริมาณฝนตกสะสมกว่า 700 มิลลิเมตร และกรมอุตุฯ แจ้งเตือนพายุลูกใหม่ ในวันที่ 10 ธ.ค. ดังนั้น จึงต้องรีบพร่องน้ำออกทะเลให้เร็วที่สุด 

ขณะที่ นายจำนง สวัสดิ์วงศ์ รักษาการหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ขณะนี้พื้นที่ประสบภัย 17 อำเภอ จาก 19 อำเภอ 100 ตำบล 647 หมู่บ้าน ได้รับผลกระทบ 95,539 คน ส่วนที่ ตรัง น้ำท่วมขัง 7 อำเภอ จาก 10 อำเภอ 52 ตำบล 5 เทศบาล 348 หมู่บ้าน 10 ชุมชน ได้รับผลกระทบ 35,963 คน ด้าน สงขลา น้ำท่วมขังในพื้นที่ 10 อำเภอ จาก 16 อำเภอ 63 ตำบล 339 หมู่บ้าน ได้รับผลกระทบ 80,104 คน สำหรับ จังหวัดชุมพร ท่วมพื้นที่ 6 อำเภอ จาก 8 อำเภอ 38 ตำบล 111 หมู่บ้าน กระทบ 5,827 คน ทาง ปัตตานี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 8 อำเภอ 12 อำเภอ 75 ตำบล 308 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 17,640 คน ทั้งนี้ ถ้ารวมทั้ง 7 จังหวัด พัทลุง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ตรัง สงขลา ชุมพร ปัตตานี จะมีผู้ประสบภัยรวม 622,023 คน


ผบ.ทบ.กำชับทหารช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเต็มที่

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึง สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ว่า กองทัพบก ได้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ประสานงานร่วมกันบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน โดยก่อนหน้านี้ ได้มีการจัดตั้งหน่วยกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเตรียมกำลังพลสำหรับให้การช่วยเหลือประชาชนทางด้านนี้ไว้โดยเฉพาะแล้ว และขณะนี้ได้ให้การช่วยเหลือเพิ่มเติมในด้านของเครื่องมือและยานพาหนะ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางด้วย 

ทั้งนี้ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนอย่างเต็มที่ รวมถึงดำเนินการเตรียมการรองรับเหตุการณ์ในพื้นที่ที่ยังไม่เกิดน้ำท่วมด้วย


อุตุฯเผยใต้ฝนลดลงตกหนักบางแห่ง-กทม.อากาศเย็น

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้เริ่มมีฝนลดลง แต่ยังมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

สำหรับประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศเย็นต่อเนื่องในระยะนี้ ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพ เนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีอากาศเย็นในตอนเช้าและมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


ท่วมพัทลุงยังวิกฤติประกาศพื้นที่ประสบภัย11อ.

ชาวบ้านหัวป่าเขียว หมู่7 ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ต้องเจอสภาพน้ำท่วมอย่างหนักหลังน้ำป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ไหลผ่าน อ.ศรีบรรพต และ ควนขนุน ตอนบน เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน 147 หลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อน หลายครอบครัวต้องอพยพออกมาพักที่ศูนย์ศิลปาชีพบ้านหัวป่าเขียว และอีกส่วนหนึ่งไปพักอาศัยบ้านญาติ ซึ่งสภาพน้ำท่วมที่นี่ต้องใช้เวลานานเป็นเดือนกว่าน้ำจะลดลง และหากมีน้ำทะเลหนุนก็จะเพิ่มระยะการท่วมขังออกไปอีก 

ด้าน นายสุทน ลอบลิบ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.ทะเลน้อย กล่าวว่า ปีนี้ระดับน้ำท่วมสูงหนัก ทำปศุสัตว์จมน้ำตายเพิ่มขึ้นเป็นรายวัน ขณะที่ทางจังหวัดรายงานสถานการณ์น้ำท่วมว่า ล่าสุดปริมาณน้ำฝนสะสมลดลง น้ำในพื้นที่ตอนบนและตอนกลางทยอยไหลลงสู่ทะเลทางตอนล่างของจังหวัด หลายแห่งเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ พื้นที่ต่ำทางตอนล่างริมทะเล บริเวณ อ.เมือง, อ.ควนขนุน, อ.เขาชัยสน, อ.บางแก้ว และ อ.ปากพะยูน น้ำยังคงทรงตัว เนื่องจากยังมีน้ำทะเลหนุน ประชาชนยังคงได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำสะสมที่รอระบายลงสู่ทะเล มีความยากลำบากต่อการประกอบอาชีพและการดำเนินชีวิตประจำวัน 

ปัจจุบันทางจังหวัดพัทลุง ได้ออกประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว จำนวน 11 อำเภอ, 61 ตำบล, 507 หมู่บ้าน, 45 ชุมชน ผลกระทบปัจจุบัน มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย สูญหายจำนวน 1 ราย ยังไม่พบความเสียหายที่รุนแรง พืชผลทางการเกษตรเริ่มได้รับความเสียหาย เน่าเปื่อยจากน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะนาข้าว เบื้องต้น หน่วยงานราชการ ได้เฝ้าติดตามและดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเข้าช่วยเหลือพื้นฟู แจกจ่ายน้ำ อาหาร และถุงยังชีพขั้นต้น อย่างต่อเนื่อง


น้ำท่วมตรังกระทบ8อ.วัดระดับน้ำสูงกว่า1ม.

นางกุลธารินท์ โรจนสุรสีห์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.ตรัง ปัจจุบันมี 8 อำเภอ คือ อ.เมืองตรัง, กันตัง, ย่านตาขาว, ปะเหลียน, ห้วยยอด, วังวิเศษ, นาโยง และ รัษฎา ได้รับผลกระทบ คิดเป็น 53 ตำบล 8 เทศบาล 384 หมู่บ้าน 10 ชุมชน 13,005 ครัวเรือน ประชากร 40,401 คน  หนักสุด คือที่ อ.เมืองตรัง เนื่องจากเป็นจุดรับน้ำจาก จ.นครศรีธรรมราช และ พัทลุง ล่าสุดวัดระดับน้ำได้สูงกว่า 1 เมตร ส่วนพื้นที่ทางการเกษตร เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย จากการประเมินภาพรวมคาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม ปริมาณน้ำน่าจะลดลงภายใน 1 สัปดาห์ แต่ต้องรอดูสถานการณ์ฝนที่ตกใน จ.นครศรีธรรมราช และ พัทลุง อีกครั้ง เพราะถือเป็นตัวแปรสำคัญที่มีส่วนด้วย สำหรับมาตรการช่วยเหลือเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เข้าไปสนับสนุนอาหารกล่อง และ ถุงยังชีพแล้ว


รพ.บางสะพานน้ำลดเร่งทำความสะอาด-สำรวจ2อ.

นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า หลังเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลาก และ น้ำท่วมขัง ในพื้นที่ 2 อำเภอ คือ อ.บางสะพาน และ บางสะพานน้อย ล่าสุดเช้าวันนี้พบว่าสถานการณ์ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว คงเหลือบางจุดที่ยังอาจมีน้ำท่วมขังอยู่เพียงเล็กน้อย เช่น ที่โรงพยาบาลบางสะพาน ปัจจุบันหลายหน่วยงานกำลังเร่งระบายน้ำออกคาดว่าอีก 2 ชั่วโมง ที่ชั้นล่างจะแห้งสนิท และในเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่จะเข้าไปทำความสะอาดภายในโรงพยาบาลด้านบนที่ไม่ถูกน้ำท่วม พร้อมนำอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ต่าง ๆ เข้าไปประจำการตามเดิม ส่วนรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วม เบื้องต้นพบว่ามี 1 ราย เป็นเด็กวัย 14 ปี ซึ่งประสบอุบัติเหตุขณะขับขี่จักรยานยนต์ผ่านบริเวณที่เกิดน้ำท่วมท้องที่หมู่ 5 ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย ทั้งนี้ ยังไม่พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ สำหรับความเสียหายด้านทรัพย์สิน บ้านเรือนประชาชน และพื้นที่ทางการเกษตรนั้น ขณะนี้นายอำเภอของทั้ง 2 แห่ง กำลังลงพื้นที่ไปสำรวจ 

อย่างไรก็ตาม หลายหน่วยงานยังคงติดตามรายงานสภาพอากาศต่อเนื่องในระยะนี้ เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมความพร้อมรับมือได้อย่างทันท่วงที



แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล