อ่วม!นครศรีฯน้ำท่วมหนัก9อำเภอ6หมื่นคนเดือดร้อน

อ่วม!นครศรีฯน้ำท่วมหนัก9อำเภอ6หมื่นคนเดือดร้อน

อ่วม!นครศรีฯน้ำท่วมหนัก9อำเภอ6หมื่นคนเดือดร้อน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ฝนตกหนักนครศรีธรรมราช น้ำท่วมแล้ว 9 อำเภอ อ.จุฬาภรณ์หนักสุด เดือดร้อนแล้วกว่า 6 หมื่นคน ขณะที่ ชุมพร น้ำป่าหลากพายุถล่มหมู่บ้าน ตลาดพังราบ ส่วน พัทลุง เตรียมประกาศ ภัยพิบัติ 3 อำเภอ

นายชัยธวัศ ศิวบวร  หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ว่า ขณะนี้ได้รับรายงานพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแล้ว 9 อำเภอ จาก 23 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอชะอวด อำเภอท่าศาลา อำเภอทุ่งสง อำเภอปากพนัง อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอสิชล อำเภอจุฬาภรณ์ อำเภอพระพรหม อำเภอนบพิตำ โดยพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักสุด คือ อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอสิชล อำเภอจุฬาภรณ์ และต้องจับตาในอำเภอเมือง ที่เป็นเขตเศรษฐกิจด้วย  เพราะตอนนี้ในพื้นที่ลุ่มต่ำเริ่มมีน้ำเอ่อ ขึ้นบ้างแล้ว ส่วนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ณ ขณะนี้ (15.00 ของวันที่ 3 ธ.ค.) อยู่ที่  18841 ครัวเรือน  จำนวน  62922 คน โดย สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสาเหตุมาจาก ฝนจำนวนมากที่ตกติดต่อกันมาหลายวัน ปริมาณ 200-300 มิลลิเมตรต่อวัน  ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบูรณการความช่วยเหลือประชาชนทุกพื้นที่ เร่งด่วนแล้ว


อ.จุฬาภรณ์ หนักสุดท่วมเต็มพื้นที่-ระดับน้ำ 1.30 ม.

นายไพบูลย์ นาคทิพย์พิมาน นายอำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ว่า ขณะนี้ อำเภอจุฬาภรณ์ 6 ตำบล ประกอบด้วย ตำบลบ้านควนมุด ตำบลบ้านชะอวด ตำบลควนหนองคว้า ตำบลทุ่งโพธิ์ ตำบลนาหมอบุญ ตำบลสามตำบล รวมแล้ว 30 หมู่บ้าน ประชากรกว่า 10,000 ครัวเรือน 30,000 คน ได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากปริมาณฝนที่ตกหนัก ต่อเนื่องสะสมกันหลายวัน บางจุด ระดับน้ำสูง 1.30 เมตร น้ำยังไหลเชี่ยวกราก  ถนนถูกตัดขาด คอสะพานขาดหลายแห่ง รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ต้องให้เรือเป็นยานพาหนะเท่านั้น มีการอพยพ ประชาชนบางส่วนมาพักที่ว่าการอำเภอ บางจุดไฟฟ้าดับ  

ด้าน นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กำชับให้นายอำเภอและ อบต.รวมทั้งกำนันผู้ใหญ่บ้านเข้าไปดูแลช่วยเหลือดูแลผู้ประสบภัยเบื้องต้น เฉพาะดัานที่อยู่อาศัย และอาหารการกิน นอกจากนี้ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยทหารที่นำกำลังพลพร้อมรถบรรทุกและอุปกรณ์ต่างๆ เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย


ชุมพรน้ำป่าหลากพายุถล่มหมู่บ้าน-ตลาดพังราบ

ที่ หมู่ที่ 4 ต.บ้านควน อ.หลังสวน จ.ชุมพร นายประธาน มณีนวล กำนัน ต.บ้านควน นายสุมน สุขนคร ส.อบต.บ้านควน พร้อมด้วย ชาวบ้านออกสำรวจความเสียหายของหมู่บ้านกิโลเจ็ด ภายหลัง ถูกพายุงวงช้างพัดถล่ม อย่างรุนแรง ตั้งแต่ ช่วงเช้ามืด ฝนตกหนัก ยาวนานกว่า 15 ชม. จากการตรวจสอบพบว่า ใจกลางหมู่บ้าน ซึ่งเป็นตลาดกิโลเจ็ด มีทั้ง โรงเรียน ป้อมตำรวจ และ ตลาดชุมชน พืชสวนเกษตร ทั้งสวนยางพารา สวนทุเรียน ถูกพายุพัดกระหน่ำ มีบ้านเรือน ของชาวบ้านพังเสียหายบางส่วน 5 หลัง ส่วนใหญ่ เสียหายในจุดหลังคา ถูกพายุพัดปลิว กระจายแตกไปทั่วบริเวณ รวม ถึงทรัพย์สินของชาวบ้านถูกพายุพัดเสียหาย ที่อาคารตลาดชุมชน พายุพัดเอาต้นไม้ขนาดใหญ่พัดล้มลงมาทับตัวอาคารตลาด จนพังราบเป็นหน้ากลองไป 1 แถว ประมาณ 30 เมตร ทำให้ตลาดไม่สามารถใช้การได้ อีก  นอกจากนั้น สวนยางพารา ของชาวบ้าน ในพื้นที่ใกล้เคียงยังถูกพายุพัดทำเอาต้นยางพาราอายุ ร่วม 10 ปี ล้มเสียหายไปหลายร้อยต้น อีกทั้งยัง มีต้นทุเรียนขนาดใหญ่ ที่ล้มลงมา อีกจำนวนหนึ่ง  นายประธาน มณีนวล กำนัน ต.บ้านควน กล่าวว่า ในช่วง ดึกของเมื่อคืนนี้ได้เกิดพายุงวงช้าง พัดถล่ม หมู่บ้านดังกล่าว ซึ่งถือว่า เป็น หมู่บ้านขนาดใหญ่เป็นเวลาหลายชม. จนกระทั่ง ในช่วงเช้า จึงได้ ออกสำรวจและ รายงานความเสียหาย ให้ กับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อให้ความช่วยเหลือชาวบ้านต่อไป

นายสุมน สุขนคร ส อบต. กล่าวว่า “ในขณะนี้ยังคงมีฝนตกอย่างหนัก มานาน ร่วม 15 ชม. แล้ว ทำให้ น้ำป่าจากภูเขาไหลลงมาสู่พื้นราบ ได้ออกเตือนให้ชาวบ้านเตรียมรับมือ กับ สภาวะน้ำท่วม รวม ถึง ชาวบ้านที่อยู่ ในพื้นที่ราบด้านล่างติดกับ ถนนเอเซีย 41 ให้ ขนย้ายทรัพย์สินไว้ในที่ปลอดภัย แล้ว


พัทลุง เตรียมประกาศ3อำเภอประสบภัยพิบัติ

สถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง ติดต่อกันมาเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมทั้ง 11 อำเภอของจังหวัดพัทลุง ซึ่งน้ำได้ไหลหลากจากเทือกเขาบรรทัดเข้าท่วม โดยเฉพาะบริเวณ หมู่ที่ 9 หมูที่ 11 ตำบลชะม่วง อำเภอควนขนุน น้ำได้ไหลหลากจากเทือกเขาบรรทัด ลงสู่ฝายท่าแนะในอำเภอศรีบรรพต ซึ่งฝายท่าแนะไม่สามารถรองรับน้ำได้จึงเปิดประตูระบายสูงสุดลงลำคลองท่าแนะ ส่งให้บริเวณดังกล่าวซึ่ง

อยู่ด้านใต้ถูกน้ำท่วมสูงระดับน้ำ 1.20 เมตร ถูกตัดจากโลกภายนอก ชาวบ้านกว่า 200 ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อน ตระเวนชานแดนที่ 434พัทลุง ทหารจากหน่วยพัฒนา นพค. 43 นำรถยนต์ขนาดใหญ่พร้อมเรือ รับส่งประชาชนที่ออกมาหาซื้ออาหาร ขณะเดียวกัน น้ำที่ไหลหลากจากเทือกเขาบรรทัดลงสู่ฝายท่าแนะ นั้นได้ไหลบ่าเข้าท่วมถนนสายอำเภอควนขนุน - อำเภอศรีบรรพต ผู้ใช้เส้นทางอำเภอศรีบรรพต รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถผ่านได้อีกทั้งกระแสน้ำไหลแรง นอกจากนั้น ยังส่งผลให้น้ำท่วมผิวถนนสายเอเชีย บริเวณสี่แยกโพธิ์ทอง อำเภอควนขนุน ฝั่งขาขึ้น กทม. ระดับสูงเกือบ 40 ซม. รถยนต์ที่สัญจรผ่านวิ่งเพียงช่องทางเดียว เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารคอยบริเวณความปลอดภัย ซึ่งฝนตกที่ลงมาอย่างต่อเนื่องนั้น ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มคาดว่า ต้องปิดถนนฝั่งดังกล่าวและเปิดให้วิ่งสวนทางฝั่งขาล่องใต้

ทางด้าน นายชวลิต นิฒรรัตน์ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง ส่งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง สำรวจเบื้องต้นพบว่ามีน้ำท่วมทั้ง 11 อำเภอของจังหวัดพัทลุง โดยมีสภาพน้ำท่วมหนักใน 3 อำเภอ 20 ตำบล 40 หมู่บ้าน ของอำเภอเมือง อำเภอควนขนุน และอำเภอกงหรา ประชาชนได้รับความเดือดร้อนแล้วกว่า 5,000 ครัวเรือน ไร่นาและสวนผลไม้ถูกน้ำท่วม กว่า 50,000 ไร่ ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดพัทลุง เตรียมประกาศเขตพื้นที่ประสบภัย 3 อำเภอดังกล่าวแล้ว เนื่องจากระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้น และเพื่อความสะดวกในการช่วยเหลือประชาชน


นครศรีฯสุราษฎร์ฯพัทลุงอ่วม-สิชลฝน400มม.

นายอุดม เพชรคุต ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 สุราษฎร์ธานี  (ปภ.เขต 11) ซึ่งดูแลพื้นที่ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และ พัทลุง เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า สถานการณ์อุทกภัยล่าสุด พื้นที่ที่หนักสุดคือ นครศรีธรรมราช ตามมาด้วย สุราษฎร์ธานี พัทลุง และ ชุมพร โดยเฉพาะจังหวัด นครศรีธรรมราช ที่อำเภอสิชล มีประมาณฝนตกสะสมใน 1 วัน รวมแล้วเกินกว่า 400 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงสุดในขณะนี้ 

ทั้งนี้ ทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 ได้รับความร่วมมือจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร  ที่มี ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการ ช่วยติดตั้งอุปกรณ์เฝ้าระวัง ซึ่งสามารถใช้พยากรณ์ และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้ ส่วนทาง นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้สั่งการให้ทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 สนุบสุนนในเรื่อง กำลังพล เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสูบน้ำ ประสิทธิ์ภาพสูง เครื่องสูบส่งระยะไกล เรือท้องแบน รถขนย้ายผู้ประสบภัย โดยก่อนหน้าที่จะมีเหตุอุทกภัยทางศุนย์ ได้ส่งเครื่องมือเหล่านี้ไปประจำการไว้แล้วที่พัทลุง ที่เกาะสมุย นอกจากนี้ยังแต่งตั้งศูนย์เคลื่อนที่เร็ว พร้อมเข้าช่วยเคลื่อนย้าน ขนย้าย ประชาชน ได้ทันท่วงที


นครศรีฯสุราษฎร์ฯพัทลุงอ่วม-สิชลฝน400มม.

นายอุดม เพชรคุต ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 สุราษฎร์ธานี  (ปภ.เขต 11) ซึ่งดูแลพื้นที่ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และ พัทลุง เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า สถานการณ์อุทกภัยล่าสุด พื้นที่ที่หนักสุดคือ นครศรีธรรมราช ตามมาด้วย สุราษฎร์ธานี พัทลุง และ ชุมพร โดยเฉพาะจังหวัด นครศรีธรรมราช ที่อำเภอสิชล มีประมาณฝนตกสะสมใน 1 วัน รวมแล้วเกินกว่า 400 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงสุดในขณะนี้ 

ทั้งนี้ ทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 ได้รับความร่วมมือจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร  ที่มี ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการ ช่วยติดตั้งอุปกรณ์เฝ้าระวัง ซึ่งสามารถใช้พยากรณ์ และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้ ส่วนทาง นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้สั่งการให้ทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 สนุบสุนนในเรื่อง กำลังพล เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสูบน้ำ ประสิทธิ์ภาพสูง เครื่องสูบส่งระยะไกล เรือท้องแบน รถขนย้ายผู้ประสบภัย โดยก่อนหน้าที่จะมีเหตุอุทกภัยทางศุนย์ ได้ส่งเครื่องมือเหล่านี้ไปประจำการไว้แล้วที่พัทลุง ที่เกาะสมุย นอกจากนี้ยังแต่งตั้งศูนย์เคลื่อนที่เร็ว พร้อมเข้าช่วยเคลื่อนย้าน ขนย้าย ประชาชน ได้ทันท่วงที



แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล