ชาวบ้านขออนุรักษ์ ไม่รื้อศาลาฯ ในภาพรัชกาลที่ 9 ทรงผูกเชือกรองเท้า

ชาวบ้านขออนุรักษ์ ไม่รื้อศาลาฯ ในภาพรัชกาลที่ 9 ทรงผูกเชือกรองเท้า
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ชาวบ้านสร้างฟาก จ.สกลนคร ประกาศจะไม่รื้อศาลาการเปรียญอายุนับร้อยปี ที่อยู่ในรูปภาพ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงผูกเชือกรองเท้าด้วยพระองค์เอง

บรรยากาศที่วัดศรีสุขบ้านสร้างฟาก ตำบลสร้างฟาก อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร ชาวบ้านในหมู่บ้านได้มารวมตัวกันความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังจากที่ทราบข่าวที่พระองค์ท่านเสด็จสวรรคต พร้อมนำภาพถ่ายขณะที่พระองค์ทรงผูกฉลองพระบาท ที่ชานศาลาการเปรียญ ริมบันได

เป็นภาพหลังจากที่พระองค์ท่านได้ถอดฉลองพระบาท เข้าไปไหว้พระในศาลาการเปรียญ ก่อนที่จะเสด็จพระราชดำเนินลงมาพบปะกับชาวบ้านสร้างฟาก ที่มาเฝ้ารอรับเสด็จ เนื่องจากเป็นการเสด็จส่วนพระองค์ ชาวบ้านสร้างฟากที่ทราบข่าวต่างก็ได้มาเฝ้าเพื่อรอรับเสด็จชมพระบารมี ซึ่งภาพนั้นถ่ายโดยนางพรรณพร สมบัติทวี ฝ่ายช่วยอำนวยการและประสานงานราชการกรมชลประทาน เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2533

คุณยายสาย เข็มรัตน์ อายุ 64 ปี ชาวบ้านสร้างฟาก เล่าว่า ตอนนั้นตนได้มารอรับเสด็จ เนื่องบ้านอยู่ใกล้วัด ในวันนั้นที่พระองค์เสด็จมาตนได้มานั่งรอรับเด็จอยู่บริเวณใกล้ๆ บ้านหลังนี้ เห็นพระองค์ท่านขึ้นไปไหว้พระ แล้วออกมาใส่รองเท้า ก้มลงผูกเชือกรองเท้าด้วยพระองค์เอง หลังจากนั้นพระองค์ท่านก็ลงมาเพื่อพบปะกับประชาชน

นายชัยมงคล ไชยรบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร เปิดเผยว่า ในช่วงปลายปี พ.ศ.2533 ชาวบ้านสร้างฟากได้มีโอกาสรับเสด็จโดยไม่มีหมายล่วงหน้า พระองค์ท่านมาโดยไม่ได้บอกกล่าว มากราบพระ มาสำรวจบริเวณรอบๆบ้านสร้างฟาก

และสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือพระองค์ท่านทรงได้เห็นปัญหาและนำปัญหาไปแก้ไข จึงก่อให้เกิดฝายและคลองรอบหมู่บ้านสร้างฟากตลอดจนศูนย์ศิลปาชีพกุดนาขาม ถึงแม้ในวันนี้พระองค์ท่านได้จากพวกเราไปแล้ว แต่สิ่งที่พระองค์ทิ้งไว้คือผลลัพธ์จากโครงการต่างๆ ที่ได้ทรงงานมาโดยตลอดระยะเวลา 70 ปี ทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พึ่งพาตนเองได้ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง

คุณยายบรรจง ยันตะพิมพ์ อายุ 68 ปี เล่าว่า จากเมื่อก่อนหมู่บ้านสร้างฟากแห่งนี้ขาดแคลนน้ำ ต้องไปหาบมาจากหมู่บ้านข้างเคียงมาใช้ดื่มกิน แต่หลังจากพระองค์เสด็จมาพวกตนก็มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีอยู่มีกิน ได้ทอผ้าไหมในศูนย์ศิลปาชีพกุดนาขาม แหล่งน้ำจากฝายที่ทรงดำริก็ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ หากไม่มีพระองค์มาแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำในวันนั้นก็คงไม่มีวันนี้ที่พวกตนได้มีน้ำอุปโภคและบริโภค รวมไปถึงการทำการเกษตร

นายไฟมะลี สมคำ ผู้ใหญ่บ้านฯ เปิดเผยว่า ศาลาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จมานั้นชาวบ้านลงความเห็นกันแล้วว่าจะขออนุรักษ์ไว้ให้ได้นานที่สุด แม้ว่าจะสร้างมานานกว่าชั่วอายุคนแล้ว ก็จะไม่มีการรื้อถอน และจะช่วยกันบูรณะรักษาไว้ โดยได้ต่อเติมกันสาดออกมาเพื่อไม่ให้เกิดการผุพัง