"ตุ๊กตุ่น" ยิ้มรับความเจ็บ นาทีนี้ไม่อยากให้ลูก..เห็นน้ำตาแม่

S! News

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากที่เมื่อวานนี้ นักร้องหนุ่ม "ตั้ม สุธน บู่สามสาย" หรือ "ตั้ม เดอะสตาร์ 10" ได้ออกมาเปิดใจทั้งน้ำตา ถึงสถานะครอบครัวกับภรรยาสาว "ตุ๊กตุ่น รจเลข" ที่เดินทางมาถึงทางตัน อันเนื่องมาจากปัญหาครอบครัวที่สะสมมานาน รวมถึงตนเองรู้สึกอย่างชัดเจนว่าความรักที่มีให้กับฝ่ายหญิงจืดจางลงนานแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังยืนยันว่าเรื่องที่ตนมีผู้หญิงคนอื่นเข้ามาเป็นมือที่สามไม่ใช่ชนวนเหตุที่ทำให้ต้องรู้สึกเช่นนี้อย่างที่หลายคนเข้าใจ พร้อมให้สัญญายังยินดีที่จะดูแลลูกทั้งสอง "เฌอตาร์"-"มาตฤณ" ในฐานะคนเป็นพ่อให้ดีที่สุดเหมือนเดิม

กระทั่งล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น. วันนี้ (1 ก.ย.) ทางด้านของภรรยาสาว "ตุ๊กตุ่น รจเลข" ก็ได้ออกมาเปิดใจถึงความรู้สึกเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งเผยเส้นทางชีวิตของตนเองและลูกทั้งสองหลังปิดฉากรักกับสามี "ตั้ม เดอะสตาร์ 10" ให้เราฟังว่า...

"เมื่อวานที่เป็นวันเกิดค่ะ ตุ่นก็เพิ่งทราบว่าทางต้นสังกัดไม่ทราบว่าเป็นวันเกิดตุ่น แต่ตุ่นเชื่อว่าตัวตั้มอาจจะจำได้ ซึ่งก่อนหน้าที่จะไปแถลงข่าวตัวตั้มเขาส่งข้อความมาบอกก่อนว่า "ตุ่นน่าจะรู้ว่ารักของเรามันจืดจางลง" ซึ่งตอนนั้นตุ่นเองก็ได้บอกกับตั้มไปเหมือนกันว่า "ถ้ารักมันจะจืดจาง ก็เป็นรักของตั้มคนเดียว เพราะตุ่นไม่รู้สึกแบบนั้น" คือตุ่นเชื่อว่าถ้ารักมันจะจืดจาง มันก็น่าจะเป็นแค่ช่วงระยะเวลาหลังเท่านั้น เพราะ 5 เดือนที่ผ่านมาทุกอย่างค่อยๆ เริ่มเปลี่ยน แต่ตุ่นไม่ทันได้สังเกต เพราะมันมีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นระยะๆ อีกอย่างตอนนั้นตุ่นก็พุ่งประเด็นไปที่การดูแลลูกมากกว่าด้วย"

"อีกเรื่องคือต้องขอบคุณโตโน่ด้วยเช่นกัน ที่ชวนตั้มไปทำงาน คุณโตโน่เหมือนเข้ามาช่วยเหลือให้ครอบครัวเราได้งานได้เงิน ซึ่งเขาก็พูดอยู่เสมอว่าอยากให้เราได้มีเงินไปซื้อผ้าอ้อมซื้อของให้หลานใช้ ยืนยันเรื่องที่ตั้มเปลี่ยนไปไม่เกี่ยวกับโตโน่ คุณโตโน่เป็นคนที่มีบุญคุณกับครอบครัว ไม่อยากให้โยงให้เป็นเรื่องราวไม่ดี"

"ถามว่าปัญหาเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เอ่อ...ความไม่เข้าใจมันเกิดขึ้นในช่วงหลัง ซึ่งก็ทำให้เกิดการทะเลาะกันบ้างเหมือนกัน แต่ว่าทุกอย่างมันสามารถปรับความเข้าหากันได้ แต่ถ้าหากมือเราจับกันไม่แน่นพอเพราะมีคนนั้นคนนี้เขามาแทรก มันก็จะทำให้เราห่างกันออกไป"

"หลายคนสงสัยว่าอายุของเราที่ห่างกันถึง 11 ปี ทำให้มีปัญหาเรื่องชีวิตคู่ ตุ่นต้องบอกก่อนว่าเรื่องนี้เราเคยคุยกันตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่คบกันแล้ว และตอนนั้นตั้มเขาก็บอกว่า มันไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้ามาถาม ณ ตอนนี้ ตุ่นก็ไม่รู้ว่ามันจะมีปัญหาหรือเปล่าสำหรับตั้ม"

"เรื่องค่าใช้จ่ายครอบครัวตลอดระยะเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ก็คือช่วงแรกที่เริ่มต้นคบ คือตอนนั้นตุ่นทำงานมานาน ตุ่นก็อาจจะมีมากกว่าตั้ม แต่พอมันเข้าสู่ช่วงที่ตุ่าท้อง ตุ่นมีลูก และต้องดรอปการทำงานลง เราก็ได้ตั้มนี่แหละเข้ามาช่วยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งเขาก็มีข้อดีของเขานะคะ เขาเป็นหัวหน้าครอบครัวที่มีอะไรก็ให้ตุ่นหมด เขาเป็นคนดีในจุดนี้นะคะ"

"ถามว่าทำไมถึงคิดว่ามีมือที่สาม อันนี้ตุ่นต้องบอกก่อนว่าตุ่นไม่ได้เป็นคนที่พยายามสืบหาข้อมูลเองเลย คือมีคนพยายามส่งข้อมูลมาให้ตุ่นรู้ดีกว่า มันมีอินบ็อกเข้ามา มันมีคนมาบอก ซึ่งตุ่นสามารถจะเช็คได้จากเช็คอินของเขาทั้งคู่ และพอมาดูก็ เอ๊ะ! อยู่ที่เดียวกันหมดเลย"

"สำหรับความรู้สึกของตุ่นตอนนี้ก็คือว่า ถ้าตั้มหมดรักแล้ว ตั้มอย่ากลับมาดีกว่า มันมาแต่ตัว ไม่มีหัวใจ และอีกอย่างคือตุ่นรู้สึกว่า เวลาตั้มตอบคำถามต่างๆ ตั้มจะเป็นคนที่วันนี้เป็นอย่าง พรุ่งนี้เป็นอีกอย่าง เหมือนตั้มไม่รู้ว่าตัวตั้มต้องการอะไร แต่ถามว่าตุ่นให้โอกาสเขาไหม เอ่อ...ตุ่นว่าทุกอย่างมันต้องใช้เวลาค่ะ การกระทำสำคัญกว่าคำพูด การกระทำสำคัญที่สุด ตั้มต้องคิดให้ได้และทำให้ได้ด้วย แต่อย่าเรียกว่าตุ่นรอเลยค่ะ วันนี้ตุ่นเข้มแข็งขึ้น เพียงแค่เมื่อวานตุ่นอ่อนแอ ตุ่นเข้มแข็งขึ้นได้เพราะลูก ลูกสำคัญที่สุด ถ้าตุ่นเข้มแข็ง ก็จะเป็นตัวอย่างให้ลูกได้ พยายามจะไม่ให้ลูกเห็นน้ำตาของแม่"

"ทุกวันนี้น้องก็ยังถามถึงพ่อเขาอยู่ แต่ตุ่นก็บอกกับเขาไปตามความจริงว่าพ่อตั้มไปทำงาน เพราะปกติพ่อเขาต้องไปคอนเสิร์ตอยู่แล้ว แต่ในช่วงนี้ที่ตุ่นกับตั้มไม่ได้เจอหน้ากัน ตุ่นก็อนุญาตให้เค้าเฟสไทม์หาลูกได้ ตุ่นไม่กีดกัน เพียงแต่ตอนนี้ตุ่นยังไม่พร้อม ขอเวลารักษาตัวเองด้วย และถ้าตอนนี้ตั้มฟังอยู่ ยังไงตุ่นก็อยากขอให้ลูกอยู่ในความปกครองของตุ่น เพราะเชื่อว่าตุ่นน่าจะเลี้ยงลูกได้ดี"

"หลังจากนี้จะทำยังไงเรื่องรายได้ของครอบครัว จริงๆ ตุ่นต้องบอกก่อนกว่า ก่อนหน้านี้ที่เรายังไม่มีรายได้เข้ามา มันก็มีบ้างเหมือนกันที่เราเอาทองไปขายจนในที่สุดตั้มก็มีงาน และอย่างที่บอกไว้ตอนแรก ตั้มเป็นเขาดีตรงที่ไม่จุกจิกเรื่องเงินยกเว้นช่วงหลังนะคะ (หัวเราะ) แต่ตอนนี้ตุ่นกลับมาทำงานแล้ว และจะพยายามหาเงินให้ได้มากที่สุด เพื่อดูแลลูก ตุ่นต้องมาเป็นเสาหลักให้ที่บ้าน สำหรับตั้ม ตุ่นรู้ว่าเขาอยากช่วย แต่พอเกิดเรื่องนี้ขึ้นมามันก็กระทบกับงานเขา ส่วนเรื่องรายละเอียดค่าใช้จ่ายต่างๆ เขายังไม่ได้เอ่ยมาว่าจะช่วยยังไง เรายังไม่ได้ตกลงกัน ถ้างานเขาไม่มี เขาไม่มีเงิน ตุ่นก็ยังไม่รู้จะให้เขาช่วยเหลือยังไง แต่เราก็จะพยายามกลับมาทำงานให้ได้มากที่สุดค่ะ"

"หลายคนถามมาว่าเขาเปลี่ยนเพราะเป็นคนมีชื่อเสียง เอ่อ...ตุ่นมองว่า คนทุกคนย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา คนทุกคนย่อมโตขึ้น มีความคิดความอ่านที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าตั้มจะไปไหนทำอะไร ตุ่นก็ให้ชีวิตอิสระเค้า แต่เมื่อมาถึงวันนี้ วันที่ตั้มจะได้กลับไปใช้ชีวิตอิสระอีกครั้งหนึ่ง ตุ่นไม่แน่ใจว่าตั้มจะดีใจหรือเสียใจ แต่ก็อยากให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ และถ้าย้อนกลับไปได้ ตุ่นก็ยังอยากให้เขาเข้าวงการเหมือนเดิม ตั้มเขาชอบทางเดินนี้ ตุ่นยินดีและพร้อมสนับสนุนเขา"

"ตอนคบกันมีคนห้ามเราไหมเพราะด้วยความที่เราอายุห่างกันมาก ตุ่นตอบตรงๆ นะคะว่ามี เรารักกัน มันก็เลยเป็นจุดที่ทำให้เราตัดสินใจคบกัน ตุ่นชอบพูดคำนี้นะ "เรารักกัน" ตุ่นอาจจะลืมใช้ความคิดและใช้สมอง จนทำให้ลืมคิดถึงเรื่องที่มันอาจจะเกิด แต่อย่างน้อย ตุ่นก็ได้รับของขวัญที่วิเศษที่สุด ซึ่งก็คือลูกที่เกิดจากความรักของพ่อและแม่"

"สำหรับคนที่เป็นมือที่สาม ตุ่นยังไม่มีโอกาสได้เจอค่ะ เสียดายที่ไม่ได้เจอ (หัวเราะ) เค้าอยู่ต่างจังหวัด และลงมากรุงเทพบ้างเป็นบางครั้ง แต่ก็เคยมีโอกาสได้คุยกับเขานะ ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ได้ตอบอะไรมาก คือตุ่นถามเขาว่า "เขาคบกันกับตั้มเหรอ" ซึ่งคำตอบที่ได้ก็คือเขาบอกว่าเค้า "ให้พี่ไปคุยกันเอง ไปตกลงกันเองค่ะ" เอาจริงๆ ตุ่นทราบเรื่องนี้มาก่อนแล้วนะ แต่ตอนแรกตุ่นตั้งใจจะไม่บอกให้เขารู้ แต่อาจจะเพราะสีหน้าเรามั้งที่ปิดไม่ได้ มันก็เลยทำให้เขาทราบ"

"อีกเรื่องที่ตุ่นเสียใจก็คือเราเคยคุยกันค่ะว่า ตัวเราเองก็เกิดมาในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ทั้งคู่ เราก็อยากที่จะทำให้ครอบครัวของเราสมบูรณ์ และทางแม่ตุ้นก็รู้เรื่องนี้มาตลอด แม่เขาเสียใจมาก ถามว่าแม่ตุ่นรักตั้มไหม เขารักนะคะ เขาดูแลทุกอย่าง เขาออกจะภูมิใจในตัวลูกเขยด้วยซ้ำ"

"เมื่อวานนี้ตอนที่เขาบอกว่าหมดรัก รักมันเจือจาง เอาจริงๆ ตุ่นเคยได้ยินมาก่อนหน้านั้นแล้ว ร้องไห้ไปรอบหนึ่งแล้ว แต่เราคิดว่าวันนี้ต้องดีกว่าเมื่อวาน ซึ่งจริงๆ คนเราเจ็บก็ต้องจำนะคะ ต้องเข้มแข็งด้วยตัวเอง ตุ่นว่าเราต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ คำพูดใครก็พูดได้ ทุกอย่างอยู่ที่การกระทำทั้งนั้น เราจะต้องทำยังไงเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ได้ ตุ่นไม่ได้คาดหวังว่าตั้มจะขอโอกาส เพราะสุดท้ายแล้วมันต้องใช้เวลาในการทบทวนตัวเองด้วยว่า ที่ผ่านมาเราเจออะไรมาบ้าง และตั้มก็ต้องกลับไปทบทวนตัวเองด้วยเหมือนกัน"

"ถามว่า ณ ตอนนี้ใช้คำว่า ม่าย ได้หรือยัง เอาจริงๆ ยังไงก็ได้นะ ค่อยมาตกลงกัน ตุ่นอยากให้เรามาเจอกัน แล้วมาคุยกันดีกว่าว่า ณ วันนั้น ความต้องการของเราสองคนคืออะไร ตุ่นไม่ได้ให้โอกาสและตัดโอกาสค่ะ เรามาตกลงกันว่าเรื่องลูกจะทำยังไงกันต่อ ส่วนเรื่องเราสองคน ถ้าแค่ 2 อาทิตย์มันน้อยไปค่ะ"

"ตุ่นไม่ได้รู้สึกเสียดายเวลา เวลาที่เสียไปมันไม่ได้มีค่าอะไรกับเวลาของเราในอนาคตเลย เพราะมันเป็นทางที่เราเลือกเอง ดังนั้นเราก็ต้องยอมรับในสิ่งที่เราเลือกมา ส่วนเรื่องการฟ้องสิทธิ์เลี้ยงดูบุตร อันนี้มันต้งมีการพูดคุยกันค่ะ เราต้องคุยกันอีกทีเรื่องรายละเอียด"

"สุดท้ายตุ่นอยากขอชี้แจงเรื่องภาพผู้หญิงในอินสตาแกรมตั้ม และภาพผู้หญิงที่เดินด้วยกัน อันนี้ไม่ใช่คนที่เป็นมือที่สามนะคะ แต่ถามว่ามีคนนั้นไหมคนที่ตกเป็นข่าวแล้วสำหรับเรื่องนี้ มีค่ะ"

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!