พลเมืองดีร้องทุกข์ จอดช่วยคนเจ็บ กลับเจอข้อหาพยายามฆ่า

พลเมืองดีร้องทุกข์ จอดช่วยคนเจ็บ กลับเจอข้อหาพยายามฆ่า

พลเมืองดีร้องทุกข์ จอดช่วยคนเจ็บ กลับเจอข้อหาพยายามฆ่า
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

(27 ส.ค.) นายสมมิตร หนูทองแก้ว หรือ ช่างแดง อายุ 49 ปี เจ้าของธุรกิจร้านช่างแก้วเหล็กดัด พร้อมด้วยภรรยา เดินทางเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน กรณีตัวเองทำตัวเป็นพลเมืองดีช่วยเหลือผู้อื่น แต่กลับถูกผู้ที่ตัวเองช่วยจนรอดตาย แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาพยายามฆ่าชิงทรัพย์

โดยนายสมมิตร เล่าว่า ตนเองมีอาชีพรับจ้างทำเหล็กดัดโครงหลังคา เป็นที่รู้จักดีในจังหวัด และยังเป็นอาสาสมัครหน่วยกู้-ภัยมูลนิธิใต้เต็กตึ้ง มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 แต่เมื่อคืนวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่ตนขับรถมาตามถนนสายเทิดพระเกียรติ (บางงัน-บ่อโพธิ์ ) ซึ่งถนนมืดตลอดสาย จนกระทั่งผ่านสี่แยกบางงัน ได้พบรถเก๋งชนอัดกับเสาปูนริมถนน โดยมีคนเจ็บเลือดท่วมตัวนอนอยู่ข้างรถเก๋งคันดังกล่าว ตนคิดว่ารถเก๋งคันดังกล่าวได้เกิดอุบัติเหตุชนกับเสาปูน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ จึงรีบโทรแจ้งหน่วยกู้ภัยใต้เต็กตึ้งให้มารับคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาล

ส่วน คนเจ็บคือ นายปิยะชัย มีรอยแผลถูกทุบตีด้วยของแข็งเข้าที่ใบหน้าและศีรษะจนแตกเป็นแผลฉกรรจ์ ตนและเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันปฐมพยาบาลจนฟื้นคืนสติ และโทรแจ้ง สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ให้ช่วยเดินทางมาตรวจสอบทำแผนที่เกิดเหตุ ก่อนจะรีบนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ซึ่งทางตำรวจได้จดชื่อ ที่อยู่ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ของตนและถ่ายรูปตนไว้ 1 รูป โดยนำไปลงบันทึกประจำวันเหตุทำร้ายร่างกายในเวลา 04.00 น. ของวันที่ 28 มิถุนายน ซึ่งในบันทึกประจำวันได้ระบุว่า ตนเป็นพลเมืองดีผู้แจ้งเหตุและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

หลังจากนั้นเวลาล่วงเลยไปเกือบ 3 เดือน นายปิยะชัย ผู้บาดเจ็บที่นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลจนพ้นขีดอันตรายแต่ดวงตาบอด 1 ข้าง เนื่องจากถูกทำร้าย ได้ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ว่าจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้ ไม่ทราบว่าตัวเองมาอยู่ในจุดเกิดเหตุได้อย่างไร และไม่ทราบว่าใครทำร้าย ประกอบกับจุดที่เกิดเหตุมืดมาก จึงมองอะไรไม่เห็น จำอะไรไม่ได้เลย

แต่พอตำรวจให้นายปิยะชัยดูภาพของตนในโทรศัพท์ นายปิยะชัยกลับบอกว่าตนเป็นคนทำร้าย จำคนอื่นไม่ได้ แต่จำนายสมมิตรได้ ตนได้ยินเสียงและคุยกับนายสมมิตรก่อนสลบไป ตำรวจพยายามไกล่เกลี่ยว่านายสมมิตรเป็นคนช่วย นายปิยะชัยก็ไม่ยอมจะแจ้งข้อหา ทำให้นายสมมิตรถูกแจ้งข้อกล่าวหา "พยายามฆ่าเอาทรัพย์สินในเวลากลางคืน" 

นายสมมิตรกล่าวว่า ตนเป็นพลเมืองดีช่วยเหลือผู้อื่นมาตลอด ช่วยเหลือนายปิยะชัยจนรอดตาย แต่กลับมาถูกตำรวจแจ้งข้อหาดำเนินคดีในข้อหาที่รุนแรงมาก และที่สำคัญตนไม่ได้กระทำผิด ซึ่งตนให้การยืนยันปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ถ้าตนพยายามฆ่าแล้วจะโทรเรียกกู้ภัยมาช่วยทำไม 

ทางด้านตำรวจเชื่อว่า นายสมมิตร น่าจะไม่ได้เป็นคนร้ายเนื่องจากให้ความร่วมมือ รวมทั้งกู้ภัยก็ยืนยันว่านายสมมิตรเป็นคนโทรเรียกให้มาช่วยคนเจ็บ ประกอบกับผู้บาดเจ็บให้การวกวนและไม่ตรงกับความจริง เช่น ให้การว่าคนร้ายใช้รถเก๋ง แต่นายสมมิตรใช้รถกระบะ 

นายสมมิตรได้กล่าวอีกว่าหากพลเมืองดีที่ช่วยเหลือคนอื่น แต่กลับมาตกเป็นผู้ต้องหาเสียเอง ต่อไปในสังคมใครจะกล้าเป็นพลเมืองดีอีก ตนร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมมาแล้วแต่เรื่องก็เงียบ จึงตัดสินใจมาร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน

ขอบคุณที่มาจาก เรื่องเล่าเช้านี้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล