นักเรียนฮือประท้วงไล่ผอ. ตบหลังเด็กหญิงป.5 จนเข้าโรงพยาบาล

นักเรียนฮือประท้วงไล่ผอ. ตบหลังเด็กหญิงป.5 จนเข้าโรงพยาบาล

นักเรียนฮือประท้วงไล่ผอ. ตบหลังเด็กหญิงป.5 จนเข้าโรงพยาบาล
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นักเรียนและผู้ปกครองร่วม 300 คน ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯอำนาจเจริญ จี้ย้าย ผอ.โรงเรียน หลังลงโทษตบหลังนักเรียนหญิงชั้น ป.5 จนเข้ารพ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (9 ส.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้อง POC ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ ได้มีนักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ ร่วม 300 คน เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายยิ่งยศ ธนะจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อให้พิจารณาสั่งย้าย นายสุพล ผู้อำนวยการโรงเรียน

โดยก่อนหน้านี้เคยหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและศูนย์ดำรงธรรมแล้ว แต่เรื่องกลับเงียบหายไปไม่รู้เพราะสาเหตุใด เพราะเรื่องดังกล่าวสร้างความหวาดกลัวให้กับเด็กนักเรียน ถึงขั้นเด็กนักเรียนต่างพากันไม่ยอมไปโรงเรียน เนื่องจากกลัวว่าจะถูกลงโทษเช่นเดียวกันเด็กนักเรียนชั้น ป.5 จนต้องเข้ารับการรักษาตัวที่รพ.

หนังสือดังกล่าวระบุถึงพฤติการณ์ของ ผอ.โรงเรียน ว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ โดยได้ทำร้าย ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งป่วยเป็นโรคโลหิตจาง เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.59 ที่ผ่านมา โดยการตบที่หลังอย่างแรง จนเป็นเหตุให้ ด.ญ.เอ ได้รับบาดเจ็บและได้เข้ารักษาตัวที่ รพ.สต.วินัยดี

ต่อมา ด.ญ.เอ มีอาการเจ็บแผ่นหลังมากขึ้นกว่าเดิม ผู้ปกครองของจึงได้เข้าแจ้งความต่อผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 และ สภ.ปทุมราชวงศา และได้นำตัว ด.ญ.เอ เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ปทุมราชวงศา ในวันที่ 14 มิ.ย.59 ซึ่งในการเข้ารับการรักษาตัวทั้งสองครั้ง ทางด้าน ผอ.โรงเรียนบ้านไม่ได้มาดูแล หรือรับผิดชอบในการกระทำแต่อย่างใด

ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ก.ค.59 พนักงานสอบสวน สภ.ปทุมราชวงศา ได้นัดคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้าไกล่เกลี่ยและยอมความ แต่ นายสุพล ผอ.โรงเรียนรายนี้ ไม่ยอมรับว่าตนเองเป็นผู้ทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียน แต่จะยอมจ่ายค่าเสียหายให้ และยอมจ่ายค่าปรับให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

อีกทั้งยังได้ใช้วาจาในทำนองดูถูกเหยียดหยามผู้ปกครองและชาวบ้าน ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ปกครองและชาวบ้านเป็นอย่างมาก

หลังจากนั้นชาวบ้านโคกพระ หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 10 และบ้านวินัยดี หมู่ที่ 4 จึงได้ทำเป็นหนังสือร้องเรียนส่งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ และเข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมแต่จนถึงขณะนี้เรื่องราวก็ยังเงียบหายไป ไม่ได้รับคำตอบจากหน่วยงานทั้งสองแต่อย่างใด

จากการสอบถาม นายปิยะ อายุ 32 ปี ชาวบ้านโคกพระ หมู่ที่ 3 ต.นาป่าแซง หนึ่งในผู้ปกครองนักเรียน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุที่ตนเองและชาวบ้านโคกพระและบ้านวินัยดี จำนวนกว่า 300 คน เดินทางมาในวันนี้ เนื่องจากไม่พอใจในพฤติกรรมของ ผอ.โรงเรียนรายนี้ ที่ทำตัวไม่เหมาะสม ใช้วาจาดูหมิ่นชาวบ้าน

ล่าสุด ก็ได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ด.ญ.เอ จนต้องเข้ารักษาตัวที่รพ. ตนและชาวบ้านจึงอยากให้ ย้ายผอ.โรงเรียนรายนี้ และให้ดำเนินการเอาผิดทางวินัยให้ถึงที่สุด ไม่ให้ไปก่อเหตุแบบนี้กับเด็กนักเรียนคนอื่นอีกต่อไป

ด้าน นายถาวร อายุ 47 ปี ชาวบ้านโคกพระ หนึ่งในผู้ปกครอง กล่าวว่า วันนี้ได้มาติดตามผลที่ได้ยื่นหนังสือร้อง ผอ.โรงเรียนดังกล่าว ที่เคยได้ยืนหนังสือไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และศูนย์ดำรงธรรมไปแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ จึงได้มายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าฯอำนาจเจริญอีกครั้ง

เนื่องจากชาวบ้านทนไม่ได้ที่เห็นลูกหลานไม่ยอมไปโรงเรียน เนื่องจากเกรงกลัวว่าจะถูก ผอ.โรงเรียนดังกล่าวทำร้าย เด็กบางคนถึงขั้นกับขอพ่อแม่ให้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนอื่นก็มี ทำให้ผู้ปกครองหลายคนรู้สึกเป็นห่วงและวิตกกังวล ทนไม่ได้ที่ต้องเห็นลูกหลานอยู่ในสภาพดังกล่าว

จึงได้พากันร่วมตัวกัน มายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับผู้ว่าฯ ให้ช่วยติดตามและดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยต้องการให้ย้าย ผอ.โรงเรียน ออกจากพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง ถ้ายังไม่มีการดำเนินการใดๆ พวกตนและชาวบ้านก็จะพากันรออยู่ที่ศาลากลางอย่างนี้จนกว่าจะมีการย้ายเกิดขึ้น เพื่อที่เด็กนักเรียนจะได้กลับไปเรียนตามปกติ และยังคลายความวิตกกังวลของผู้ปกครองอีกด้วย

ขณะที่ นายยิ่งยศ ธนะจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ได้เดินทางมาพบกับชาวบ้านและรับหนังสือร้องเรียน พร้อมกล่าวว่า ขณะนี้ศูนย์ดำรงธรรมได้ทำหนังสือไปยังสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดแล้ว และอยู่ในระหว่างการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จ

โดยที่ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ได้รับปากกับชาวบ้านว่าจะติดตามเร่งรัดความคืบหน้า และจะแจ้งให้กับผู้นำหมู่บ้านได้ทราบโดยเร็วที่สุด และขอยืนยันว่าหาก ผอ.รายนี้ กระทำผิดจริง จะต้องได้รับการลงโทษ ทั้งทางวินัยและทางกฎหมายอย่างแน่นอน

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ติดต่อทางโทรศัพท์ ไปยังนายสุพล ผอ.โรงเรียนดังกล่าว ได้กล่าวว่าผู้สื่อข่าวว่า ตนไม่ได้ตบหรือตีเข้าที่หลังนักเรียนคนดังกล่าวแต่อย่างใด สาเหตุเนื่องจากวันที่เกิดเรื่องนั้น มีเด็กนักเรียนกลับก่อนเวลา ทั้งที่วันดังกล่าวมีกิจกรรมให้เด็กนักเรียนทุกคนเข้าร่วมเพื่อทำกิจกรรม แต่มีเด็กนักเรียนจำนวนหลายคนไม่เข้าร่วม

พอเช้าวันต่อมาตนจึงได้เรียกเด็กนักเรียนกลุ่มดังกล่าวมาสอบถามเรื่องราว ที่บริเวณหน้าเสาธง ซึ่งเด็กนักเรียนกลุ่มดังกล่าวก็ยอมรับผิดและจะทำไม่อีก จากนั้นตนจึงได้ให้เด็กนักเรียนแยกย้ายกลับเข้าห้องเรียนตามปกติ โดยไม่ได้มีการลงโทษหรือตบตีอย่างใดตามที่ชาวบ้านร้องเรียน

ตนเองก็เคยติดต่อขอพูดคุยกับพ่อแม่ของเด็กหลายครั้งแล้ว แต่ทางด้านพ่อแม่ของเด็กไม่ยอมฟัง มีแต่จะดำเนินคดีกับตนเพียงใดเดียว ตนเองก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน และตนเองก็ขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่เคยลงโทษนักเรียนเลยแม้แต่ครั้งเดียว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล