โอละพ่อ ตร.ท่องเที่ยวแจงดราม่า ยืนยันไม่ได้จับไกด์สาวนุ่งผ้าถุง

โอละพ่อ ตร.ท่องเที่ยวแจงดราม่า ยืนยันไม่ได้จับไกด์สาวนุ่งผ้าถุง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ ออกมาชี้แจงกรณีดราม่าในโลกออนไลน์ อ้างว่าไกด์สาวถูกจับเพราะนุ่งผ้าถุงเข้าวัดดอยสุเทพฯ ยืนยันไม่จริง แค่ตักเตือนเรื่องรองเท้าเท่านั้น ด้านไกด์สาวก็ออกมาย้ำ ไม่ได้ถูกจับตามที่แชร์

พ.ต.ท.ณรงค์พล พิมลศิริ รองผู้กำกับการตำรวจท่องเที่ยว 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว และ พ.ต.ต. พิษณุ เตรียมดี สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ ได้ชี้แจงดราม่าที่มีการโพสต์ในโลกออนไลน์ว่า ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ จับกุมไกด์สาวสวมผ้าถุงพานักท่องเที่ยวไปบนวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จนทำให้มีการวิจารณ์และแสดงความคิดเห็นในเชิงลบกับตำรวจท่องเที่ยว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: อ.เผ่าทอง งง ไกด์สาวใส่ผ้าไทยถูกจับ ฐานแต่งกายผิดระเบียบ

พ.ต.ท.ณรงค์พล เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ได้เข้าไปตักเตือนไกด์สาวคนดังกล่าวที่สวมรองเท้าไม่ถูกระเบียบ ตาม พรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ โดยต้องสวมใส่รองเท้าคัดชู แต่ไกด์สาวคนดังกล่าวสวมรองเท้าสานหุ้มส้นเปลือยหลังเท้า แต่ในการโพสต์ในโลกออนไลน์ ไม่มีการบอกละเอียดชัดเจน บอกแต่เพียงสวมชุดไทยแล้วถูกจับ ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เป็นแค่การตักเตือนให้แต่งกายให้ถูกระเบียบเท่านั้น

ทั้งนี้ตำรวจท่องเที่ยวมีความยินดีอยู่แล้วที่มีการแต่งชุดไทย เป็นการส่งเสริมเอกลักษณ์ความเป็นไทย แต่รองเท้าที่สวมควรจะต้องถูกต้องและเหมาะสมด้วย จึงได้ออกมาชี้แจงให้กับประชาชนได้เข้าใจ เพื่อไม่ให้มองในทางลบหรือเสียหายกับตำรวจท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่า ทางไกด์สาวคนดังกล่าว ได้ออกมาชี้แจงผ่านทางโทรศัพท์ว่า วันดังกล่าวแต่ชุดไทยและสวมรองเท้าสานจริง และตำรวจไม่ได้ทำการจับกุมใดๆ เพียงแต่ตักเตือนเท่านั้นและใช้วาจาสุภาพด้วย และภาพที่มีการนำไปลงก็ไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด พร้อมทั้งฝากขอโทษตำรวจท่องเที่ยวและประชาชนด้วย

พ.ต.ท.ณรงค์พล ยังเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการพูดคุยกับผู้ที่วิจารณ์ในเรื่องที่ไม่จริงไปแล้วและยอมรับว่าใจร้อนเกินไป ส่วนจะมีการดำเนินการทางกฎหมายหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาจะเป็นผู้พิจารณา

ขณะที่ทางนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย ที่ออกมาวิจารณ์เช่นเดียวกัน ขณะนี้ยังติดต่อไม่ได้ จึงจะให้ทางผู้บังคับบัญชาเป็นผู้ดำเนินการ พร้อมกับขอความเป็นธรรมให้กับตำรวจท่องเที่ยวด้วย ทั้งนี้คำนึงถึงภาพลักษณ์และส่งเสริมอนุรักษ์ความเป็นไทยเพื่อการท่องเที่ยวอยู่แล้ว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล