วัยเปลี่ยนชีวิตก็เปลี่ยน "แพร ณัฏฐธิดา" สะท้อนชีวิตดาราเด็ก

S! News

สนับสนุนเนื้อหา

"น้องแพร ณัฏฐธิดา" นักแสดงเด็กที่หายหน้าหายไปจากวงการและย้อนหากกลับไปเมื่อสิบปีกว่าปีก่อน "น้องแพร" ได้เคยฝากผลงานละครมากมายบนหน้าจอทีวีจนได้ชื่อว่าเป็น "ดาราเด็กเจ้าบทบาท" โดยเฉพาะฉากร้องไห้ที่ใครเห็นก็ต้องสงสารจับใจในละคร "เงาอโศก" และ "น้องตาหวาน" เด็กหญิงผมหน้าม้า ขี้โวยวาย ในละคร "ยอดรักร้อยล้าน"

และเมื่อวันเวลาเปลี่ยนไป "น้องแพร" นักแสดงดาราเด็กในวันวานก็ได้เติบโตเป็นสาวสะพรั่งเต็มตัวและกำลังจะหวนกลับคืนจออีกครั้งในละคร "ยุทธการสลัดนอ" ทางช่องเวิร์คพอยท์แน่นอนว่าหลายปีที่เธอหายหน้าไปจากจอทีมข่าว Sanook! News ก็มีคำถามมากมายซึ่งเธอก็พร้อมแล้วกับการมานั่งเล่าเรื่องราวในวันวานและการกลับมาในฐานะนางเอกละคร

วันวาน "น้องแพร" ดาราเด็กเจ้าบทบาท

"ตอนนั้นแพรไม่รู้สึกว่าตัวเองทำงานคิดว่าตัวเองไปเล่นไปกองคือไปเจอเพื่อนๆ ไปเจอพี่ๆ ไปเจออีกสังคมใหม่ที่ไม่ใช่ที่โรงเรียน ก็รู้สึกสนุกนะคะไม่ได้กดดันด้วยความที่แบบพี่ๆ ทีมงานผู้ใหญ่เอ็นดูเรา รักเรา เราเลยรู้สึกมีความสุขกับการทำงานในกอง แพรจำได้ตอนนั้นแพรมีงานโชว์ตัวที่ต่างจังหวัดและด้วยความที่ยังเด็กก็รู้สึกงงมากๆ งงที่ทุกคนรู้จักเราขนาดนี้เลยหรอ ลงจากรถตู้ปุ๊บมีเด็กๆ วัยประถมเท่าเราวิ่งเข้ามาหาเรา เรียกพี่แพรๆ จำพี่แพรได้ หรือบางคนที่โตกว่าเราก็เรียกน้องแพรน่ารักจังเลย"

"มันอึ้งรู้สึกดีใจที่แบบว่าเราเล่นละครแล้วมีคนดูเราค่ะ เป็นความทรงจำที่ดีแบบมีคนรักเราเยอะมากตอนนี้ทุกคนยังติดอยู่กับคำว่าดาราเด็กซึ่งแพรก็ไม่ได้คิดอะไรนะคะ แต่ก็อยากจะให้ทุกคนได้จดจำแพรว่าเป็น แพร ณัฏฐธิดา โตเป็นสาวแล้วและไม่ใช่โตขึ้นมาอย่างเดียวแล้วทิ้งการแสดงไปเลยอยากจะให้ทุกคนจดจำอยากจะให้แฟนคลับกลับมารักเราเหมือนเดิมค่ะ"

"น้องแพร" อดีตนักแสดงเด็กเล่าถึงวันวานที่เคยโด่งดังในบทของ "น้องหวานตา" และการทำงานในวงการตั้งแต่เด็กจึงทำให้เธอได้ซึมซับความรับผิดชอบไปในตัว

"แพรคิดว่าคนดูจำแพรได้ตอนที่เล่นเป็นน้องตาหวาน เด็กผมหน้าม้า ขี้โวยวาย เล่นกับน้องหมา คนจะรู้จักจากเรื่องนี้แม้ว่าจะโตขึ้นมาคนก็ยังจะเรียกน้องตาหวานๆ แพรรู้สึกว่าการที่แพรได้เข้ามาทำงานในวงการตั้งแต่เด็กเหมือนทำให้เราได้ฝึกความรับผิดชอบให้ตัวเอง ขัดเกลานิสัยเสียๆ ของเด็กที่แบบว่าไม่เอาไม่อยากทำก็ไม่ทำ แต่เราอยู่ตรงนี้คือเราจะไม่มีตรงนั้นเพราะเรารู้สึกว่าถ้าเรางอแงหลายๆ คนเขารอเราอยู่ค่ะ"

วัยเปลี่ยนชีวิตเปลี่ยน "วัฏจักรชีวิตดาราเด็ก"

"อย่างแรกตอนนั้นมันเป็นวัยที่ก้ำกึ่งด้วยค่ะ เรื่องของบทมันก็จะหาคาแร็คเตอร์ยากจะเป็นลูกก็เหมือนจะโตเกินไป เป็นน้องก็เหมือนจะเล็กไป และบวกกับตอนนั้นวัยแพรก็เข้าสู่ช่วง ม.ปลาย ก็เลยมาโฟกัสเรื่องการเรียนมากขึ้นจะได้เข้ามหาวิทยาลัยที่เราอยากเข้าได้ที่นี่พอเข้ามหา'ลัย คณะที่แพรเลือกสถาปัตยกรรมมันค่อนข้างที่จะยุ่งช่วงปีหนึ่งและปีสองก็เลยที่จะไม่รับงานมันก็เลยค่อยๆ หายหน้าไปจากจอพอเริ่มขึ้นปีสามมีเวลาว่างก็เยอะก็เลยไปรับเชิญซึ่งอาจจะยังไม่เห็นว่า น้องแพรกลับมาแล้วเห็นเป็นครั้งคราวแล้วก็เพิ่งกลับมาเต็มตัวก็ตอนปีสี่ค่ะ"

และแม้ว่าการที่สาวแพรจะได้รับโอกาสในงานแสดงตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อโตขึ้นมาผลงานมากมายเหล่านั้น เธอบอกว่า ไม่ใช่ใบเบิกทางให้ตัวเองได้งานมาง่ายๆ เหมือนตอนเด็กซักนิดเดียว

"ด้วยความที่แพรเล่นละครมาเยอะตั้งแต่เด็ก พอโตมางานที่ไปแคสเราก็มั่นใจว่าเรามีเครดิต เราน่าจะได้ แต่ความจริงคือมันไม่ใช่เลย มันมีหลายงานมากที่แพรไปแคสแล้วมันก็ไม่ได้ แรกๆ ก็รู้สึกเฟลและคิดตื้นๆ เพราะว่าตอนเด็กเราได้งานมาง่ายมากเราแทบไม่ต้องไปแคสกับใครเลย เราอยู่ในวงการที่ทุกๆ คนรู้จัก มันก็เลยเหมือนว่าเราติดกับความง่ายตรงนั้น"

"เราติดว่าเขาน่าจะเลือกเราเพราะว่าเราเคยเป็นนักแสดงยอมรับว่ามันหลงเพราะว่าไปงานโชว์ตัวถ้าเป็นแต่ก่อนคนก็จะมาขอถ่ายรูปเรามาเล่นกับเรา พอโตขึ้นมันไม่ใช่ถึงแม้ว่าคุณจะดังมาก่อนแต่สุดท้ายคุณก็ต้องมาผ่านการแคสอยู่ดี ซึ่งเราก็ต้องเข้าใจรู้จักอยู่กับปัจจุบันมากขึ้นยอมรับความเป็นจริงมากขึ้นเปิดใจรับฟังคนอื่นมากขึ้นไม่ใช่ว่าเราเก่งแล้วเจะไม่รับฟังความคิดใครค่ะ"

ไม่ต้องโด่งดังแค่ได้ทำงานที่รักคือ "ความสุข"

"วงการมันเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแพรเพราะว่าแพรโตมากับวงการนี้และแพรก็มีความสุขกับการไปกองถ่ายไปเจอเพื่อนใหม่ๆ ชีวิตของแพรตอนเด็กๆ จะมีอยู่ 2 วงการ คือที่โรงเรียนกับที่กองถ่ายซึ่งแพรก็รัก 2 อันนี้เหมือนๆ กัน แพรไม่คิดที่จะทิ้งวงการบันเทิงแพรชอบวงการบันเทิงตั้งแต่เด็กๆ อย่างที่บอกเราทำงานแฮปปี้แม่ไม่เคยบังคับ"

"ซึ่งฟังดูแล้วหลายคนคิดว่าแพรติดกับชื่อเสียงหรือเปล่าหรืออยากดัง แต่ความจริงคือไม่ค่ะ แพรคิดว่าดาราก็คืออาชีพการที่คนเราจะเลือกอาชีพอะไรทำแปลว่าใจเราต้องรัก สองคือถ้าอยู่ในวงการนี้อยากเป็นที่ยอมรับแต่สำหรับแพรไม่จำเป็นที่จะต้องแบบชื่อเสียงโด่งดังค้างฟ้า เหมือนเราไปทำงานออฟฟิศแล้วแบบเพื่อนร่วมงานรักเราไม่ว่าเราจะอยู่ในตำแหน่งอะไรทุกคนรักเราแค่นี้แพรก็มีความสุขแล้วค่ะ"

ส่งท้ายกับประสบการณ์ชีวิตของสาวแพรที่เคยเป็นนักแสดงเด็กเธอบอกไว้อย่างน่าสนใจเกี่ยวกับวงการบันเทิงว่า

"แพรคิดว่าวงการให้เรามีโอกาสให้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากเด็กคน เช่น การอยู่กับผู้ใหญ่การอยู่ในสังคม เราต้องมีมารยาททุกครั้ง เพราะวงการนี้สอนเรามาตั้งแต่เล็กการพูดการที่ให้เกียรติคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่าอันนี้เราจะได้เลยและก็ต้องมีความรับผิดชอบในหน้าที่ ซึ่งความรับผิดชอบมันต้องมีอยู่ในทุกอย่างในชีวิตเราไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องการคบเพื่อนซึ่งมันต้องมีความรับผิดชอบอยู่ในนั้นนี่คือสิ่งที่วงการบันเทิงให้แพรจากการเป็นนักแสดงตั้งแต่เด็ก"

ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก IG: pearnattatida