ไร้พ่อขาดแม่! "ฝ้าย มิสแกรนด์ฯ" นางงามที่ชีวิตไม่ได้สวยดั่งหน้าตา

S! News

สนับสนุนเนื้อหา

เป็นนางงามที่สร้างปรากฏการณ์ให้คนทั้งประเทศรู้สึกภาคภูมิใจกับความงามและคุณสมบัติที่เพียบพร้อมจนถูกกล่าวขานว่าเป็น "นางงาม" ที่สมกับว่านางงามตัวจริงสำหรับ "ฝ้าย สุภาพร มะลิซ้อน" สาวสวยวัย 22 ปีที่เพิ่งคว้าตำแหน่ง Miss Grand Thailand 2016 ไปครอบครอง

แต่หากย้อนกลับไปบนเส้นทางชีวิตกว่าของ "ฝ้าย สุภาพร" กว่าที่เธอจะมีวันนี้ได้นั้น ใช่ว่าจะสวยงามดั่งเช่นหน้าตา เพราะเธอนั้นได้เติบโตมากับคำว่า "เด็กกำพร้า" ที่ไร้พ่อขาดแม่ตั้งแต่วัยเด็ก แต่เพราะความใฝ่ดีและรักจะได้ดี จึงทำให้ชีวิตวันนี้ของเธอกลายเป็น "ฝ้าย มิสแกรนด์ฯ"

"ฝ้าย มิสแกรนด์ฯ" เกิดมาต้นทุนชีวิตไม่เหมือนคนอื่น

"ฝ้ายอยู่กับคุณย่ามาตั้งแต่เกิดเลยฝ้ายไม่มีพ่อแม่คอยสนับสนุนเพราะพ่อแม่ฝ้ายเสียไปตั้งแต่ฝ้ายยังเด็ก ฝ้ายมีแต่ย่าจะไปเทียบเหมือนคนเขาอื่นก็ไม่ได้ คนที่เขามีพ่อแม่คอยสนับสนุนก็โชคดีไป แต่ว่าเราต้นทุนไม่เหมือนคนอื่นเขาเราก็ควรพยายามให้มากกว่าคนอื่น ฉะนั้นโอกาสอะไรที่มีหรือผู้ใหญ่ให้มาหยิบยื่นให้มาฝ้ายก็ไขว่คว้าไว้ทุกโอกาส แต่ฝ้ายก็เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องไม่ทำอะไรล่อแหลมได้มาแบบผิดจารีตประเพณี เช่น ตอนเด็กๆ ฝ้ายมีความรู้สึกว่าอยากได้ขนม อยากได้กระเป๋าเหมือนคนอื่นเขา มีโบว์ใหม่ๆ ก็รู้สึกว่าจะทำยังไงจะเก็บเงินยังไง ก็รู้สึกว่าไม่มีใครสนับสนุนทางด้านนั้น แต่ฝ้ายโชคดีที่ว่ามีคนรอบข้าง แนะนำให้โอกาสในการปลุกปั้นให้เป็นนางงาม หรือพูดง่ายๆ นางงามเดินสาย ก็มีโอกาสได้ทำงานตรงนั้นได้ดูแลตัวเองนี่คือสิ่งที่ฝ้ายรู้สึกว่ามันเป็นโอกาสที่สำคัญเป็นก้าวแรกของฝ้ายเลยก็ว่าได้"

และถึงแม้ว่าเธอนั้นจะรู้อยู่แก่ใจว่าเกิดมาไม่มีพ่อแม่เช่นคนอื่นแต่เธอกลับมองว่า "ความขาด" สิ่งนี้ในชีวิตไม่ใช่ปัญหาที่ทำให้ขาดความอบอุ่นแม้แต่นิดเดียว

"เราต้องมองคนรอบข้างของเราไม่ใช่คิดว่าขาดพ่อขาดแม่แล้วจะมีปัญหาคนในครอบครัวของฝ้าย ปู่ย่า ตายาย พี่น้อง ก็ให้ความรักมากกว่าที่ฝ้ายจะรู้สึกว่ามันขาด เขาให้ความอบอุ่น สอนเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ยิ่งเป็นลูกผู้หญิงยิ่งต้องระมัดระวังมากขึ้นกว่าคนอื่น คุณย่าจะสอนเสมอ นี่จึงเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ฝ้ายรู้สึกว่าคนที่เขารักเราจริงๆ เขาจะสอนในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับตัวเราเป็นสิ่งที่ดีกับตัวเราเสมอค่ะ"

"ฝ้าย มิสแกรนด์ฯ" ยังเล่าต่ออีกว่าการที่ต้นทุนชีวิตที่ไม่ได้มีพร้อมเช่นคนอื่นนั้น ก็ได้สอนให้เธอต้องรู้จัก "พยายาม" หากอยากได้อะไรก็ต้องได้มาด้วยความความพยายามด้วยตัวเอง

"มันเป็นเหตุการณ์ที่ฝ้ายยังประทับใจเสมอเลยคือฝ้ายรู้สึกว่าอยากซื้อเข็มขัดเงินให้ย่าเป็นของขวัญ ก็ไปประกวดนางนพมาศแล้วได้ที่หนึ่งได้รางวัลประมาณห้าพันบาท เป็นเงินก้อนแรกสำหรับเด็กคนนึงที่จะทำให้ย่าได้ เชื่อมั้ยคะ ย่าใส่ไม่ถอดเลย ไม่ถอดเลยจนกระทั่งคุณย่าเสียชีวิต นี่คือสิ่งประทับใจ เป็นสิ่งเล็กๆ ที่มีโอกาสได้ทำตรงนี้ให้ย่า ได้เห็นคนที่เรารักรู้สึกมีความสุขเราก็มีความสุขด้วย"

"ฝ้าย สุภาพร" จากนางงามเวทีเล็กสู่นางงามมิสแกรนด์ฯ

"ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปมากเลยคะ มีแฟนๆ นางงามหรือคนทั่วๆ ไปที่เพิ่งจะเข้ามาดูนางงามให้การต้อนรับและเข้ามาชื่นชมมากขึ้น เข้ามารู้จัก ฝ้ายก็ต้องขอบคุณนะคะ รู้สึกปลื้ม รู้สึกดีใจ แต่ก่อนฝ้ายก็เคยมาจากอาชีพนางแบบอยู่ที่ต่างประเทศ พอได้เข้ามาประกวดนางงามก็รู้สึกว่า มีคนชื่นชมเรามากเลย ก็เลยรู้สึกขอบคุณ รู้สึกขอบคุณจากใจจริงๆ ฝ้ายก็เป็นผู้หญิงคนนึงที่มาตามหาฝันตัวเอง ต้องขอบคุณมากๆ ที่ให้การต้อนรับและแรงเชียร์แรงใจเป็นอย่างดีอย่างล้นหลามเลยค่ะ"

และเมื่อถามถึงช่วงเวลาที่ตื่นเต้นที่สุดของการเป็นสองคนสุดท้ายที่รอการประกาศชื่อใครจะได้เป็นมิสแกรนด์นั้นเธอบอกถึงความรู้สึกและสิ่งที่คิดอยู่ในใจตอนนั้นว่า

"ถ้าเอาตรงๆ เลยก็เข้าข้างตัวเองก็แอบหวังอยากให้เป็นเราจังเลย เพราะรู้สึกว่าพี่อ้อย (มิสแกรนด์ฯ ราชบุรี) ก็มีแฟนคลับเยอะคนเชียร์เยอะ พี่เขาก็สวยด้วยฝ้ายรู้สึกว่าใครก็ได้ตอนนี้ แต่ว่าก็แอบหวังขอให้เป็นตัวเองเถอะ เพราะว่าตั้งใจมาเวทีนี้ เวทีนี้เป็นเวทีนางงามระดับประเทศที่จะก้าวไปสู่สากล เป็นเวทีแรกที่ฝ้ายลงและเป็นเวทีเดียวฝ้ายไม่เคยลงเวทีไหนเลย ฝ้ายอยากเป็นนางงาม อยากเป็นนางงามที่มีคุณภาพและฝ้ายรู้สึกเวทีนี้เป็นเวทีที่มีศักยภาพมาก ฝ้ายก็เลยรู้สึกว่าฝ้ายตั้งใจจะมาเวทีนี้ค่ะ"

อย่างไรก็ตาม "ฝ้าย มิสแกรนด์ฯ" ยังเปิดใจให้ทราบอีกว่าก่อนที่จะมาประกวดเวทีมิสแกรนด์นั้นเธอเตรียมตัวกว่าหนึ่งปีในการดูตัวเองให้มีความพร้อมในทุกด้าน

"ฝ้ายต้องบอกก่อนว่าฝ้ายไม่ใช่เจ้าของภาษา แต่คือได้มีโอกาสไปร่วมงานที่ต่างประเทศ ได้ร่วมงานกับต่างชาติมากมาย ก็ฝึกภาษาใช้ทักษะในการเดินแบบมาปรับใช้กับนางงาม เพราะนางงามกับนางแบบต่างกัน นางแบบต้องเดินโพสเป็นไม้แขวนที่สวยงาม แต่นางงามไม่ใช่นะคะ นางงามต้องสวยด้วย เก่งด้วย ฉลาดมีบุคลิกภาพที่ดี เข้าถึงง่ายแล้วก็เป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม ฉะนั้นฝ้ายได้รับมอบหมายตำแหน่งนี้แล้วฝ้ายก็ต้องทำให้ดีที่สุดให้สมกับที่แฟนๆ นางงามเชียร์ฝ้ายแล้วก็อย่างที่ฝ้ายตั้งใจหวังไว้

ส่วนการดูแลตัวเองมันไม่ใช่เรื่องตลกนะคะแต่มันคือเรื่องจริงฝ้ายใช้มะขามเปียกและสมุนไพร ฝ้ายรู้สึกว่ามะขามเปียกมันไม่ได้ทำให้ผิวขาวแต่มันจะทำให้ผิวเนียน และการที่ทานอาหารครบ 5 หมู่ ทานผักผลไม้เยอะๆ ฝ้ายจะเป็นคนไม่ทานขนมก๊อบแก๊บด้วย และออกกำลังกายหนักเหมือนกัน กินเท่าไหร่ก็ออกไปเท่านั้น เพื่อที่เตรียมพร้อมที่จะมามิสแกรนด์ไทยแลนด์ เพราะว่ามิสแกรนด์ไทยแลนด์ค่อนข้างที่จะเข้มงวด เรื่องบุคลิกภาพ หุ่น และร่างกายมากค่ะ"

"ความรักและการให้อภัย" คำตอบคว้ามงกุฎ

"เขาถามว่าสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตนั้นคืออะไร ฝ้ายก็ตอบว่าความรักและการให้อภัย เพราะว่าคนเราถ้ารู้จักรักและการให้อภัยและคนเราถ้ารักกัน รู้จักให้อภัยมีความรักให้แก่กันมันคือความสุขที่สุดในชีวิตและทุกคนก็ต้องการความสุขเนี่ยคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตที่ทุกคนก็ต้องหาความสุข และความสุขมาก็อยู่รอบๆ ตัวมันก็เกิดจากความรักและการให้อภัยนั่นเองคะ"

ส่งท้ายที่ความตั้งใจและเป้าหมายต่อไปกับการทำหน้าในตำแหน่งมิสแกรนด์ฯ นั้นเธอได้ฝากบอกแฟนๆ นางงามว่า

"การที่ได้รับตำแหน่งมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2016 ฝ้ายว่าเป็นแค่การเริ่มต้นและการที่ฝ้ายได้รับการดำรงตำแหน่งนี้ ฝ้ายก็จะมีหน้าที่ต้องเป็นตัวแทนของประเทศไทยที่ต้องไปประกวดที่ลาสเวกัส มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล ฝ้ายก็อยากจะขอกำลังใจพี่แฟนนางงามทุกๆ คนและคนไทยทั้งประเทศเป็นกำลังให้ฝ้ายด้วย จะทำให้เต็มที่สุดความสามารถของฝ้าย ทำให้เต็มที่ถ้ายังทำได้ไม่ดีก็ทำอีกจนกว่าจะรู้สึกว่ามันสุดแล้วจริงๆ แล้วสิ่งที่ตั้งความหวังเอาไว้คว้ามงกุฎมาให้คนไทยทั้งประเทศและแฟนๆ นางงามทุกคนค่ะ"

ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก Miss Grand Thailand