ประจวบฯ จ่อดันสับปะรดท้องถิ่น ตั้งชื่อ "สับปะรดพันธุ์ประจวบ1"
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/398/1994810/news05.jpgประจวบฯ จ่อดันสับปะรดท้องถิ่น ตั้งชื่อ "สับปะรดพันธุ์ประจวบ1"

ประจวบฯ จ่อดันสับปะรดท้องถิ่น ตั้งชื่อ "สับปะรดพันธุ์ประจวบ1"

แชร์เรื่องนี้

ผู้ว่าประจวบฯ สั่งตั้งคณะกรรมการวิจัยพันธุ์สับปะรดผลสดใหม่ หวังสร้างแบรนด์ท้องถิ่น ตั้งชื่อพร้อม "สับปะรดพันธุ์ประจวบ1"

(13 พ.ค.) ที่ห้องประชุมช่องกระจก ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายทวี นริสศิริกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายมงคล จอมพันธ์ เกษตรจังหวัด, นางสุนีย์ บุตรเนียร พัฒนาการจังหวัด และนายสุทธิพร ณ นคร ปลัดอาวุโสอำเภอปราณบุรี ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน "105ปี สับปะรดประจวบคีรีขันธ์ เป็นหนึ่งใน AEC" ซึ่งเตรียมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-28 พฤษภาคม 2559 นี้ ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายทวี นริสศิริกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า มีข้อมูลเล่าสืบต่อกันมาว่า เริ่มมีการปลูกสับปะรดต้นแรกในประเทศไทย ที่บ้านวังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สับปะรดปราณบุรี เป็นพันธุ์ที่มีผลใหญ่มากที่สุดในสายพันธุ์อื่น มีเนื้อสีเหลืองสด รสหวานช่ำ เมื่อประมาณปี พ.ศ.2454 หรือเมื่อราว 105 ปีที่ผ่านมา ในสมัยที่พระยาสวัสดิ์คีรีศรีสมันตราษฎรนายก เป็นเจ้าเมืองประจวบคีรีขันธ์

ต่อมาได้มีการส่งเสริมขยายการปลูกสับปะรดจนเป็นพืชสำคัญทางการเกษตรของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีพื้นที่การปลูกกว่า 500,000ไร่ มูลค่าการส่งออกสับปะรดกระป๋อง ปีละกว่า 20,000 ล้านบาท ทั้งนี้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นจังหวัดที่มีการปลูกสับปะรดมากที่สุดของประเทศไทย ซึ่งเป็นการปลูกเพื่อส่งเข้าโรงงานอุตสาหกรรมเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อการแปรรูปเป็นสับปะรดกระป๋อง ส่งจำหน่ายประเทศในแถบยุโรป ประเทศอเมริกาเป็นหลัก ประเทศในแถบตะวันออกกลาง และอีกหลายประเทศทั่วโลก

ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวด้วยว่า ตนได้มอบหมายให้เกษตรจังหวัดตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์สับปะรดขึ้นมาให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อส่งเสริมให้เป็นสับปะรดสายพันธุ์ประจำจังหวัด พร้อมตั้งชื่อไว้ว่า "สับปะรดพันธุ์ประจวบ1"

ซึ่งหากทำได้สำเร็จ เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์และส่งผลดีต่อการปลูกสับปะรดเพื่อรับประทานผลสดในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาเป็นการปลูกเพื่อส่งโรงงานอุตสาหกรรมทั้ง 13 โรงงานเป็นหลัก และในปัจจุบันมีเพียงสับปะรดที่เป็นสายพันธุ์ที่ภาคเอกชนเป็นผู้พัฒนาขึ้น ได้แก่ พันธุ์หอมสุวรรณ และเหลืองสามร้อยยอด เท่านั้น

นายมงคล จอมพันธ์ เกษตรจังหวัด กล่าวด้วยว่า เพื่อเป็นการย้อนอดีตให้เห็นความสำคัญของสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียที่ทำให้เกษตรกรมีอาชีพและมีรายได้เข้าจังหวัด จึงได้ร่วมกันจัดงาน "105 ปี สับปะรดประจวบคีรีขันธ์ เป็นหนึ่งใน AEC" ขึ้น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับสินค้าประเภทสับปะรดทั้งหมดของจังหวัด รวมถึงเป็นประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของการเป็นเมืองหลวงที่มีการปลูกสับปะรด การแปรรูปสับปะรดมากที่สุดในประเทศ

สำหรับจุดเด่นของสับปะรด ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์มาก บำรุงสุขภาพ และเป็นผลไม้ที่ทนต่อสภาพอาการร้อนแล้งในบ้านเรา เป็นผลไม้ที่ทนโรค ทำให้ไม่ต้องฉีดพ้นยาฆ่าแมลง จึงปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างมาก ซึ่งถือเป็นจุดแข็งอีกอย่าง ที่จะช่วยให้สับปะรดได้รับความนิยมในการบริโภคสับปะรดผลสดมากขึ้น

นางสุนีย์ บุตรเนียร พัฒนาการจังหวัดฯ กล่าวเสริมด้วยว่า กิจกรรมภายในงานมีการจัดนิทรรศการเรื่องราวสับปะรด, การแข่งขันการปอกสับปะรด, การประกอบอาหารจากสับปะรด, จำหน่ายสับปะรดผลสด, การจัดจำหน่ายสินค้า OTOP ตลอดจนการประกวดผลิตภันธ์ OTOP ที่ผลิตจากสับปะรด ฯลฯ รวมทั้งการร่วมกิจกรรมเพื่อแจกสับปะรดให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานฟรีด้วย

อัลบั้มภาพ 7 ภาพ

อัลบั้มภาพ 7 ภาพ ของ ประจวบฯ จ่อดันสับปะรดท้องถิ่น ตั้งชื่อ "สับปะรดพันธุ์ประจวบ1"