ผล8ศพSCBสมองขาดอากาศ-น.1เร่งสรุปคดีจ่อฟันผิด

ผล8ศพSCBสมองขาดอากาศ-น.1เร่งสรุปคดีจ่อฟันผิด

ผล8ศพSCBสมองขาดอากาศ-น.1เร่งสรุปคดีจ่อฟันผิด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผู้บังคับการนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เผย 8 ผู้เสียชีวิต จากเหตุ SCB park เกิดจากสมองขาดออกซิเจน ชี้เป็นครั้งแรกที่มีการเสียชีวิตจากสารไพโรเจน ขณะที่ 'พล.ต.ท.ศานิตย์' เผย ได้ข้อสรุปเหตุ SCB บางเรื่องแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผย หวั่นกระทบคดี จ่อเอาผิดอย่างน้อย 1 - 2 บริษัท

พลตำรวจตรี พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการตรวจชันสูตรศพเบื้องต้นทั้ง 8 ราย พบว่า มีสาเหตุเดียวกัน สันนิษฐาน คือ สมองขาดออกซิเจน ซึ่งจะต้องเก็บตัวอย่างเลือด ปัสสาวะ ส่งไปยังห้องปฏิบัติการ ตรวจอย่างละเอียด เนื่องจากไม่เคยพบผู้เสียชีวิตจากสารนี้มาก่อน โดยกรณีที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่มีการเสียชีวิตจากสารไพโรเจน ที่ทำหน้าที่เป็นสารดับเพลิง จะทำให้ก๊าซออกซิเจนในอากาศหมดไป 

ขณะที่ในส่วนของสีสมอง พบว่า แตกต่างจากผู้เสียชีวิตปกติ ที่สมองจะมีสีซีด แต่ในกรณีนี้ ผู้เสียชีวิตมีสมองสีชมพูสดมากขึ้นกว่าปกติ ซึ่งต้องส่งไปตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียด ว่าสารเคมีชนิดดังกล่าวมีปฏิกิริยากับสมองอย่างไร อย่างไรก็ตาม สำหรับสารไพโรเจน หากสูดดมเกิน 15 นาที จะทำใหหมดสติและเป็นอันตรายถึงชีวิต ในลักษณะค่อย ๆ หมดสติ จนไม่รู้สึกตัว

สำหรับญาติผู้เสียชีวิต ผู้บังคับการสถาบันนิติเวช ระบุว่า ขอให้ญาติผู้เสียชีวิตเดินทางมาแสดงตนขอรับศพ เนื่องจากสภาพศพยังอยู่ในสภาพปกติ สามารถระบุใบหน้าและรูปร่างได้อย่างชัดเจน


"ศานิตย์"เผยจ่อเอาผิด1-2บริษัทเหตุสารเคมีSCBรั่วดับ8

พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยภายหลัง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุระบบป้องกันอัคคีภัยขัดข้อง ในห้องนิรภัยที่ใช้เก็บเอกสารชั้นใต้ดิน ของอาคารเอสซีบี ปาร์ค ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน และ ได้รับบาดเจ็บ 7 คน หลังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของธนาคารเข้าตรวจสอบเบื้องต้น ว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ข้อสรุปในบางเรื่องแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อผู้ที่จะถูกดำเนินคดี

ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าห้องที่เกิดเหตุเป็นห้องนิรภัยที่ใช้เก็บเอกสาร ส่วนในเรื่องของประตูนิรภัย เป็นการที่ผู้ที่เข้าไปปฏิบัติไม่ถือปฏิบัติให้ถูกต้องตามขั้นตอน จึงเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นพร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อเร่งพิสูจน์ทราบถึงสาเหตุในครั้งนี้ และเชื่อว่าเมื่อผลการตรวจสอบออกมาจะเป็นที่น่าพอใจของทุกฝ่าย


ส่วนการดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้น เบื้องต้น อาจจะต้องดำเนินคดีอย่างน้อย 1 - 2 บริษัท และหากพยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ก็จะดำเนินคดีทันที และเร่งรัดให้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนอย่ากังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันธนาคารทำเต็มที่ที่สุดแล้ว


วสท.ตั้งสามประเด็นเหตุโศกนาฎกรรม8ศพSCB

ศาสตราจารย์สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมย์ (วสท.) กล่าวว่า เบื้องต้น วสท. ตั้งประเด็นข้อสงสัยถึงระบบการป้องกันอัคคีภัย ไพโรเจน ว่า ขณะเกิดเหตุไม่มีเพลิงไหม้ทำไมระบบมีการปล่อยก๊าซแอโรโซล ออกมา 2.ในหน้าเว็บไซต์ ระบุว่าก๊าซที่ถูกปล่อยออกมาไม่เป็นอันตราย มีก๊าซพิษต่ำ และไม่กำจัด หรือไม่ดูดออกซิเจนออก แต่เมื่อเกิดเหตุทำไมถึงมีผู้เสียชีวิต 3.ผู้เสียชีวิตทำไมถึงหนีออกจากจุดเกิดเหตุไม่ทัน


ทั้งนี้ ในประเทศไทยยังไม่มีการรายงานถึงความอันตรายของผู้ที่ใช้ระบบ ดังกล่าว แต่ในต่างประเทศมีการเกิดเหตุขึ้นจริง แต่ไม่รุนแรงถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต ยอมรับระบบดังกล่าวเป็นที่นิยมในประเทศไทย เนื่องจากสามารถป้องกันความเสียหายของคอมพิวเตอร์และเอกสารสำคัญได้ เนื่องจากระบบนี้จะต่างจากระบบสปริงเกอร์ ที่ใช้น้ำในการควบคุมเหตุ ส่วนกรณีที่ขณะเกิดเหตุประตูนิรภัยไม่ทำงานอัตโนมัติได้นั้น ยังเป็นข้อสงสัยเนื่องจากตามหลักแล้วประตูนิรภัยต้องเปิดให้คนสามารถหนีออกจากจุดเกิดเหตุได้ทัน


ขณะที่ด้าน รองศาสตราจารย์สิริวัฒน์ ไชยชนะ เลขาธิการ วสท. ยืนยันว่า ในส่วนของโครงสร้างอาคารที่เกิดเหตุ เชื่อว่าไม่มีปัญหา เนื่องจากไม่ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ อีกทั้งความร้อนที่เกิดขึ้นจากการปล่อยสารเคมีก็เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น แต่ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่า สาเหตุที่ทำให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุหมดสติทันที เริ่มจากการที่สารเคมี ปล่อยออกมาพร้อมกับความร้อนที่สูงถึง 3 - 400 องศา ประกอบกับเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งนั้นอยู่ในรัศมีไม่เกิน 10 เมตร จึงทำให้หมดสติเกือบทันที อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ วสท. จะนำข้อมูลที่ได้ไปศึกษาและออกข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในอนาคตต่อไป

 

พฐ.เร่งตรวจเซ็นเซอร์เอสซีบีบกพร่องหรือไม่

พลตำรวจตรี ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง เปิดเผยว่าขณะนี้ อยู่ระหว่างตรวจสอบระบบเซ็นเซอร์ของอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย ในห้องนิรภัยที่ใช้จัดเก็บเอกสาร ว่ามีความบกพร่องหรือไม่ รวมถึงอุปกรณ์ ที่ช่างนำเข้าไปใช้ในการซ่อมบำรุง ว่าสิ่งใดที่เป็นปัจจัยให้ระบบป้องกันอัคคีภัยทำงาน จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

ซึ่งช่างได้เข้าไปภายในห้องนิรภัยที่ใช้จัดเก็บเอกสาร เพื่อเปลี่ยนระบบป้องกันอัคคีภัยจากไพโรเจน เป็นระบบไนโตรเจน ซึ่งธนาคารต้องการเปลี่ยนเพื่อป้องกันความปลอดภัยมากขึ้น และมีการใช้เครื่องมือภายใน ทำให้เครื่องตรวจจับควันทำงาน ซึ่งคาดว่าอาจเกิดจากการจับฝุ่นจำนวนมากได้ จนระบบไพโรเจนทำงาน และมีสัญญาณแจ้งเตือนแล้ว ยืนยันว่าขณะเกิดเหตุไม่ได้เกิดระเบิดหรือเพลิงไหม้ ส่วนคราบสีดำที่เพดานและพื้น คาดว่าจะเป็นร่องรอยการทำปฏิกิริยาของสารเคมี

ด้าน นายญนน์ โภคทรัพย์ กรรมการผู้จัดใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า ธนาคารเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมรับผิดชอบกรณีที่มีผู้เสียชีวิต โดยจะเป็นเจ้าภาพจัดงานศพ พร้อมจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับผู้บาดเจ็บ โดยยืนยันว่า ธนาคารให้ความสำคัญกับการดูแลทรัพย์สินของลูกค้า โดยมีการติดตั้งระบบที่ดีที่สุดได้มาตรฐานระดับโลกในการดูแลเอกสาร จึงมีการปรับปรุงระบบใหม่ให้ดียิ่งขึ้น พร้อมว่าจ้างนักดับเพลิง หรือ ไฟว์แมน ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่ โดยขอให้ทุกฝ่ายอย่าตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันยืนยันว่า เอกสารทั้งหมดปลอดภัย เพราะอาคารที่เกิดเหตุไม่ได้รับความเสียหาย

 

ศูนย์เอราวัณเผยคนเจ็บเอสซีบี7รายยังไม่พ้นวิกฤติ

นพ.พรเทพ แซ่เฮ้ง หัวหน้ากลุ่มงานปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน หรือ ศูนย์เอราวัณ กทม. เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า จากเหตุคนงานเข้าไปทำงานในห้องนิรภัย ที่อาคารเอสซีบี ปาร์ค และขาดอากาศหายใจ เสียชีวิตถึง 8 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 7 ราย นั้น ล่าสุดอาการของผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้รับรายงานว่า ยังคงวิกฤติอยู่  โดยยังอยู่รักษาตัวในห้องไอซียู 4 คน และพักรักษาตัวห้องปกติ 3 คน แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดจะพ้นขีดอันตรายเสียทีเดียว เนื่องจากแพทย์ยังเป็นห่วงเรื่องโรคหรืออาการที่อาจจะแทรกซ้อนได้ ดังนั้น จึงเฝ้าระวังและดูอาการตลอด 24 ชั่วโมง ไปก่อน

 


แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล