ฌอห์ณ วอนจบดราม่า!! อย่าโยงมั่วสัมพันธ์ เอสเธอร์

ฌอห์ณ วอนจบดราม่า!! อย่าโยงมั่วสัมพันธ์ เอสเธอร์
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

ไม่จบไม่สิ้นเสียที สำหรับเรื่องของพระเอกหนุ่ม "ฌอห์ณ จินดาโชติ" กับคู่จิ้น "เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา" เพราะหลังจากที่ฝ่ายชายออกมายอมรับว่าความสัมพันธ์จากคนสนิทได้ห่างออกไป ทำให้ใครต่อใครต่างเหตุผลว่าเพราะอะไร ดูเหมือนยิ่งตอกย้ำเมื่อแม่ของ หนุ่มฌอห์ณ โพสต์ไอจีเตือนลูกชายอย่าไปรักลูกเขา จนทำให้ฝ่าย เอสเธอร์ ทยอยทวิตข้อความตามมาบ้าง งานนี้เหล่าขาเม้าท์จึงได้จับโยงประเด็นต่างๆ เข้ามารวมเป็นเรื่องเดียวกัน

จนล่าสุด มีโอกาสได้เจอหนุ่ม ฌอห์ณ อีกครั้ง เจ้าตัวเลยถือโอกาสออกมาเคลียร์ พร้อมวอนให้เรื่องนี้ยุติลงได้แล้ว เพราะถึงแม้ความสัมพันธ์กับเอสเธอร์จะห่างกัน แต่ก็ยังร่วมงานและเป็นพี่น้องที่ดีได้เหมือนปกติ

เห็นเพิ่งให้แต๊ะเอียหลาน?
"ใช่ครับ เสียเงินไปเยอะเหมือนกัน เป็นความตั้งใจตั้งแต่ปลายปีว่า เราทำงานเยอะ พอนั่งจัดสรรเงินก็รู้สึกว่ามันมากพอที่จะให้เป็นเงินขวัญถุงกับคนร่วมงานหรือคนที่เราสนิทนะครับ พอต้นปีก็เริ่มจัดซอง เลยถามคุณแม่ว่าผมมีเท่าไหร่ จะให้ได้เท่าไหร่ เราอยากให้หลานเยอะๆ ถึงแม้หลานจะไม่เข้าใจหรอกว่าปริมาณเท่าไหร่ แต่คุณแม่กับปู่ย่าเขาเข้าใจดี"

"ให้เกือบทุกคนเลยครับ ทั้งสองบ้าน ก็หลานน่ารักอ่ะ แค่ให้มาหอมแก้มทีเราก็เสียไปละ 3-4 พัน คือผมพูดเล่น บอกไปหอมละห้าร้อย กลายเป็นว่าแม่เขาไปสะกิดให้หอมสักสิบที ผมเสียไปแล้วหลายพัน แล้ววันนั้นเราอยู่กันห้าชั่วโมง พี่ก็คูณไปเรื่อยๆ แต่ยังไม่ถึง 6 หลักครับ แต่ก็เกือบนะ แต่ซื้อของด้วย ให้หลายคนครับ"

ก่อนหน้าที่บอกว่าห่างกับเอสเธอร์ แล้วต่อมาแม่มาโพสต์ในไอจีว่าเตือนเราแล้ว?
"เรื่องนั้นผมชี้แจงบอกไปแล้วครั้งหนึ่ง คือแม่ผมแกเป็นคนมีอะไรก็สอนก็เตือน ไม่ใช่ไปพาดพิงใคร รู้สึกว่าบทสัมภาษณ์นั้นจะเตือนตัวผมเองว่า ต่อไปคิดอะไร จะทำอะไรให้ระวัง และดูแลตัวเองให้มากๆ นั่นคือสิ่งที่แกต้องการจะบอก ซึ่งผมก็ลงสิ่งที่แกโพสต์ แล้วถามว่าหมายความว่าอะไร แม่ก็บอกว่าแค่ต้องการบอกให้ลูกรู้ เพราะบางทีเราไม่มีการคุยกัน ก็นั้นแหละครับ ไม่ได้มีเจตนาอะไร"

แต่ถูกจับโยงช่วงที่เรามีข่าวห่างกับเอสเธอร์พอดี?
"ผมห่างน้องมานานแล้วครับ แต่พี่ๆ นักข่าวเพิ่งเริ่มมาถาม แล้วเราบอกเท่าที่เราบอกได้ ไม่ได้เสียหายอะไร"

ยืนยันว่าสิ่งที่แม่โพสต์ไม่ได้หมายถึงน้อง?
"ไม่ครับ ไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้น รู้ครับว่าสื่อโซเชียลมีผลยังไง มันรีโพสต์หลายรอบ และอีกอย่างมันเป็นของคุณแม่ผม ถ้าผมจะทำผมทำด้วยตัวผมเองดีกว่า"

มีฟีดแบคถึงคุณแม่บ้างไหม?
"มีหลายคนก็ถามครับ แต่คุณแม่เขาก็ตอบเอง ส่วนใหญ่คนที่มาถามก็จะเป็นชาวบ้าน แต่ไม่ได้มาถามผมตรงๆ"

เราอยู่ในอาการซึมเศร้าหรือเปล่า คุณแม่ถึงโพสต์สอน ปลอบใจ?
"ไม่ครับ เรื่องนี้มันนานมากแล้วครับ เรื่องของการให้สัมภาษณ์ก็นานแล้วเหมือนกัน แต่มันถูกล็อคคิวไว้พอดีกับช่วงนั้นเลยประจวบเหมาะไปหมด คนเลยเอามาโยง"

ไม่ได้ตั้งใจจะพาดพิงอะไรใครใช่ไหม?
"ถ้าผมจะทำผมทำไปนานแล้ว ผมทำด้วยตัวผมเอง ไม่ต้องยืมมือใครทำ"

ตอนนี้ยังมีคนถามเรื่องนี้อยู่หรือเปล่า?
"ส่วนตัวผมไม่นะครับ ผมเข้ากองเจอน้องก็ทักทายพูดคุยปกตินะครับ เพราะส่วนตัวผมยืนยันแบบบริสุทธิ์ใจไม่ได้คิดไม่ดีอะไรเลย ส่วนทางฝั่งน้องจะยังไงผมไม่เป็นไร ผมไม่แสดงความคิดเห็น ทุกคนคงมีทัศนะที่ต่างกัน แต่อยากให้ทุกกคนเข้าใจว่าในฐานะที่ผมเป็นผู้ชายนะ การตอบของแต่ละครั้งจะมีการเชื่อมโยงไปเรื่องต่างๆ มากมาย เพราะฉะนั้นอย่าเชื่อมโยงเยอะครับ จริงๆ มันอยู่แค่นี้ จบแค่นี้ ตอบแทนน้องว่า เรายังทำงานด้วยกันได้ และทำงานด้วยกันดีเหมือนที่ทุกคนรอคอย ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรครับ"

คนคิดว่าจากที่แม่โพสต์ เรากับน้องอาจมีปัญหากันรุนแรง?
"วันก่อนพวกพี่ยังเจอผมในงานช่องวันนะครับ วันต่อมาก็มาบอก เพราะฉะนั้นไม่ได้มีปัญหาร้ายแรงอะไร มันเป็นเรื่องของการเป็นเพื่อน ไม่ใช่เรื่องของการที่ฉันเกลียดเธอ เธอเกลียดฉันหรืออะไร ทำงานได้พูดคุย แต่อยู่ในพื้นที่ของเรา น้องเขาก็ทำหน้าที่ของน้องได้ดี ไม่ต้องห่วงเรื่องงาน"

เราอยากให้ยุติการสัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้แล้วใช่ไหม?
"ถ้าเป็นแบบนั้นได้ก็ดี เพราะน้องเขาก็ยังไม่ได้ออกมาพูด มีแต่การโพสต์ผ่านโซเชียล และเรื่องมันเลยไม่จบ มันมีการโยงไปถึงผู้ปกครองท่านนั้น ท่านนี้ ซึ่งผมรู้สึกว่าถ้ามันไม่โอเคกันถึงขั้นนั้นก็จะไม่มีงานออกมา เราจะทำงานกันไม่ได้ มันยากมากสำหรับการถ่ายละคร แต่ผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องของเราที่เราเข้าใจกันมานานแล้ว แต่คนเพิ่งเริ่มสังเกต"

ทางฝั่งน้องก็มีการโพสต์ข้อความตอบโต้?
"เห็นแล้วครับ ผลการร่วมงานก็อึดอัดนะครับ ถ้าจะบอกไม่รู้สึกอะไรก็ไม่ใช่ แต่เราเข้าใจ เข้าใจน้อง น้องไม่ได้มีเจตนาร้ายหรอก อาจเป็นเรื่องของภาวะอารมณ์นะครับ เพราะตอนนั้นแหละที่เขาอาจต้องการคิดหรือต้องการจะบอกใคร คงต้องการจะบอกให้ทุกคนช่วยวิเคราะห์ข่าวก่อน ทุกคนจะไม่เห็นข้อความในไอจีผมโพสต์แบบนั้นเลย เพราะผมอยากให้เราเข้าใจทั้งสองฝ่าย"

ยังฟอลโล่เหมือนเดิมไหม?
"ฟอลโล่ครับ ผมไม่เคยอันฟอลโล่ใคร ไม่มีเหตุผลต้องมาอันฟอลโล่"

เราผ่านการนั่งจับเข่าพูดคุยกับน้องหรือยัง?
"ยังไม่มีโอกาสครับ เพราะผมว่าเราผ่านเรื่องนี้มานานแล้ว ส่วนตัวผมยังเป็นพี่ที่ดีของเขาอยู่ ยังถาม ยังเป็นห่วง ถ้าถึงขั้นนั้นผมจะไม่เข้าไปยุ่งอยู่แล้ว อยากให้เรื่องมันเงียบๆ ไป คนถามมาก็ตอบความจริง ผมไม่ถนัดที่จะโกหก เพราะภาพมันไม่ได้เจอกันบ่อยอยู่แล้ว เราก็ให้เกียรติเขาเท่าที่เราทำได้"

แฟนคลับก็ให้กำลังใจยังไงบ้าง?
"มีนะครับ เกิดอย่างที่พวกพี่เห็น อยู่ดีๆ ก็เกิดแฮ็ทแท็กทีมขึ้นมา ซึ่งผมอยากบอกว่าการทำอย่างนั้นไม่ได้ทำให้เรื่องมันดีขึ้นครับ เรายังต้องทำงานร่วมกัน พอละครออกมาคุณก็ต้องดูเราอยู่ดี เราต้องอยู่ร่วมเฟรมเดียวกัน อยากให้ทุกคนเข้าใจ ไม่มีการแบ่งทีม แต่ปัญหาเรื่องนี้ค่อนข้างจะเบาลงไป เหมือนน้องให้ข่าวในรายการแล้วว่าเป็นเรื่องของเวลาไม่ได้เจอ ปัญหาจริงๆ มันเกิดจากเรื่องเวลาที่ไม่ได้เจอกันบ่อยไม่ได้แฮงเอ้าท์กัน ต่างคนต่างทำงานมากกว่าเลยห่างๆ กัน"

มีกระแสบอกว่า แม่น้องไม่ปลื้มเรา อยากให้น้องจิ้นกับคนอื่นแทน?
"เรื่องนี้ไม่ทราบนะครับ แต่ส่วนตัวผมร่วมงานกับแม่น้องมานาน ก็ทักทาย ยกมือไหว้ปกติ ไม่ได้มาถามแกเรื่องส่วนตัว แกเป็นผู้ใหญ่แล้วครับ ผมคิดว่าเขาคงไม่น่าจะคิดแบบนั้น ถ้าแม่น้องรู้สึกอึดอัดมาก คงไม่ปล่อยน้องมาทำงานกับผมขนาดนี้ ผมโอเคนะ แต่สงสารน้อง อยากให้เข้าใจตรงกันว่าเป็นพี่น้องครับ เราต้องทำงานด้วยกัน ร่วมงานกัน อยู่ในเฟรมเดียวกัน"

เครดิตภาพ IG: seanjindachot

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!