บุ๋ม ปนัดดา เอาจริง!! ล่ารายชื่อยกเลิกอภัยโทษฆ่าข่มขืน

บุ๋ม ปนัดดา เอาจริง!! ล่ารายชื่อยกเลิกอภัยโทษฆ่าข่มขืน
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

ขอเดินหน้าทำดีเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง สำหรับดาราสาว "บุ๋ม ปนัดดา" ที่ล่าสุดเปิดโต๊ะล่ารายชื่อของประชาชนที่เห็นด้วยเพื่อยื่นต่อสภานิติบัญญัติต่อการเปลี่ยนแปลงกฎหมายคดีเยาวชน ฆ่า-ข่มขืน ให้ยกเลิกการพระราชทานอภัยโทษ งานนี้สาวบุ๋มได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องราวความตั้งใจในครั้งนี้ให้ฟังว่า

ความตั้งใจที่มาเปิดโต๊ะรวบรวมรายชื่อวันนี้คืออะไร?
"บางคนบอกว่าอยากจะลงชื่อพร้อมกับคำถามที่เกิดขึ้นนะคะ ว่าทำแล้วจะยังไงต่อ ตอบคำถามหลายๆ อย่าง หรือว่าจะมาลงชื่อด้วยตัวเอง ถ้าเราไปจุดไหนของเมืองไทยเราก็จะเปิดโต๊ะแบบนี้ให้ อย่างที่บอกการแก้ไขปัญหาสังคมปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว มันเป็นเรื่องของความสะเทือนใจในสังคมบ้านเราในปัจจุบัน เพียงแต่ไม่อยากให้มานั่งด่ากันในโลกโซเชียล เราควรจะแก้ไขมันให้เป็นรูปธรรม"

"แต่ถ้าจะให้ไปเดินขบวนหรืออะไรแบบนั้นมันก็ทำไม่ได้ เพราะมันขัดต่อกฎหมายด้วย ดังนั้นเลยเป็นการเปิดรับรายชื่อแบบสงบค่ะ ค่อยๆ ทยอยกันไป ทำกันไป อาจจะเก็บรายชื่อในออฟฟิศ ในโรงเรียนของตัวเองนะคะ เป็นใครก็ได้ ส่งมาทางอีเมล์หรือไปรษณีย์ก็ได้ บุ๋มยินดีให้คำตอบกับทุกคนค่ะ เพราะอะไรหลายคนก็มีคำถามด้วยว่าขั้นตอนจะเป็นยังไง"

"จริงๆ แล้วปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการข่มขืนบุ๋มไม่สามารถแก้ไขคนเดียวได้ การที่บุ๋มยื่นวันนี้เหมือนเป็นการโยนกระทู้ขึ้นมา เพื่อให้คนในสังคมหันมาคุยกันจริงๆ จังๆ ว่า เราจะแก้ไขปัญหาสังคมยังไงได้บ้าง บุ๋มไม่ได้บอกว่าบุ๋มทำแล้วบุ๋มถูกที่สุด ไม่ได้บอกว่าของบุ๋มทำแล้วดีที่สุด เพียงแต่ว่าบุ๋มแค่หาทางทำในสิ่งที่บุ๋มทำได้แค่นั้นเอง"

"แต่ถ้าใครจะมีวิธีที่ดีกว่าตอนนี้เราก็เปิดโต๊ะรับคุยกัน มานั่งพูดคุยกันจริงๆ จังๆ แค่อยากจะให้การรวมตัวในครั้งนี้ แสดงพลังที่ยิ่งใหญ่ของคนที่เห็นด้วยนะคะ เพื่อให้ผู้ใหญ่หันมามองว่าประชาชนคิดอะไรอยู่เท่านั้นเองค่ะ"

ตอนนี้มีคนให้ความสนใจ หรือรวบรวมรายชื่อมาให้บ้างหรือยัง?
"อีเมลเข้ามาสองพันเมล์ภายในวันแรกเลย ซึ่งแต่ละเมล์ก็จะมีเป็นร้อยๆ รายชื่อ ที่เขารวบรวมกันมาบางคนก็ 30 บางคนก็ 1 รายชื่อ สลับกันไปแบบนี้เลยค่ะ แต่มากกว่า 2,000 เมล์ในหนึ่งวัน วันนี้เข้าสู่วันที่ 3 ยังไม่กล้าเปิดเมลดูเลย กะว่าสักระยะหนึ่งค่อยรวมทีเดียว เพราะเราวางแผนไว้แล้วว่า 1 แผ่นเท่ากับ 30 รายชื่อ จะได้นับกันง่ายหน่อย"

"ครั้งนี้จะง่ายกว่าครั้งก่อนด้วยซ้ำ เพราะไม่ต้องมีสำเนาบัตรประชาชน การที่บุ๋มจะมาครั้งนี้ได้ ไม่ใช่จู่ๆ อยากทำก็ทำนะคะ แต่เรามีทีมที่ปรึกษาเยอะมาก แต่อยากจะบอกว่าแต่ละท่านที่ให้คำปรึกษาไม่สามารถขยับตัวได้ จู่ๆ จะมาเปลี่ยนแปลงเองก็ไม่ได้ ด้วยอำนาจหน้าที่ของพวกท่าน เราเข้าใจค่ะ เราเลยเป็นคนขยับให้ เลยเปิดรับสมัครจะน้อยแต่ก็ยังดีกว่าไม่ขยับเลย ส่วนทางนี้ถ้าถามว่าได้มากน้อยแค่ไหน ได้มากกว่าเมื่อ 2 ปีก่อนด้วยซ้ำไป"

"เมื่อเดือนกรกฎาคม 2557 ที่บุ๋มขอรายชื่อเราได้รายชื่อ 130,000 ชื่อ ภายในหนึ่งเดือนนะคะ ก็ถือว่าเร็ว แต่ครั้งนี้คาดหวังไว้เยอะกว่าค่ะ เพราะคราวที่แล้วยังมีผู้ชายบางกลุ่มที่ต่อต้าน ด้วยความไม่เข้าใจว่าวัตถุประสงค์จริงๆ คืออะไร หรือประชาชนบางท่านไม่เข้าใจ คิดว่าบุ๋มวางแผนทางการเมืองหรือเปล่า บุ๋มแค่อยากจะเป็นประเด็นข่าวดังเกาะกระแสหรือเปล่า แต่จากการที่ทำงานองค์กรทำดีมา 2 ปี ก็ทำให้คนเขาเห็นว่า แล้วก็เล่นละครเหมือนเดิม ก็เป็นดาราคนเดิม ยังทำงานช่วยเหลือสังคมเหมือนเดิม ไม่ได้จะดังขึ้นหรืออะไรเลย แต่ก็ยังช่วยเหลือสังคมอยู่อย่างนี้"

"มันเลยเป็นข้อพิสูจน์ว่านี่คืองานสังคมที่ทำจริงๆ จังๆ เลยทำให้หลายคนหันมาร่วมมือด้วยหรือสนับสนุนด้วย บุ๋มขอบคุณศิลปิน ดารา นักแสดงหลายต่อหลายท่านเลยนะคะ ในส่วนของสื่อมวลชน และประชาชนหลายๆ ท่านก็ขอบคุณด้วย ตอนนี้ผู้ชายเองก็มาสนับสนุนเยอะด้วย ต้องขอบคุณจริงๆ ค่ะ สังคมของเรามีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ถ้าผู้หญิงออกมาเรียกร้องอย่างเดียว โดยที่ผู้ชายไม่ยอมรับก็ไม่มีประโยชน์ค่ะ"

การที่เราทำแบบนี้ จะส่งผลช่วยแก้กฎหมายได้มากน้อยแค่ไหน?
"จะช่วยมากน้อยแค่ไหนบุ๋มไม่ทราบ แต่อย่างน้อยที่ผ่านมาครั้งหนึ่งเราเคยรวมพลังกันแล้ว เราก็ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงโทษปรับนะคะ คือกฎหมายข่มขืนเรามีมานานมากแล้วไม่เหมือนกฎหมายใหม่ๆ กฎหมายใหม่โทษเลยดูรุนแรงกว่า"

"แต่กฎหมายข่มขืนขึ้นมาเปลี่ยนเมื่อปีที่แล้ว คราวนี้ถามว่าจะเปลี่ยนแปลงได้มากน้อยแค่ไหน กฎหมายเยาวชนเราไปเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะมันเป็นสนธิสัญญาทำเป็นสากลนะคะ ถ้าคนไปเพิ่มโทษจากต่างประเทศ อันนี้ต้องบอกไว้ก่อนเลย เคสนี้จะทราบได้อย่างไรว่าสื่อมวลชนให้ความสนใจ"

"แล้วต่อจากนี้เป็นต้นไปถ้าเยาวชนก่อเหตุรุนแรงขึ้นอีก ใครจะเป็นคนปกป้องดูแลเรา ในเมื่อคุณบอกว่าพ่อแม่เอาไม่อยู่ ก็ต้องให้สังคมเป็นพ่อแม่ให้กับเขา ถ้าสังคมเป็นพ่อแม่ให้เขาเราก็ต้องมีกฎเกณฑ์กับเขาก็แค่นั้นเอง จากนั้นถ้าเราเพิ่มโทษไม่ได้ เราก็ขอให้คุณอยู่ได้ในนั้นยาวๆ คือไม่มีอภัยโทษก็แค่นั้น สิ่งที่เราแลกเปลี่ยนกันมันเป็นเหตุเป็นผลกัน แต่ถ้าคุณว่ามันไม่ใช่คุณก็บอกมา แล้วอะไรที่ใช่ก็บอกมา มันก็ต้องคุยกันแล้วแหละค่ะ"

กฎหมายสูงสุดตอนนี้ถ้าไม่ประหารชีวิต เราอยากให้ไม่มีการอภัยโทษ?
"เยาวชนประหารชีวิตไม่ได้อยู่แล้วค่ะ จะให้จำคุกตลอดชีวิตไหมมันก็ทำไม่ได้อีก ในเมื่อสารภาพมันก็ลดโทษกึ่งหนึ่งแล้วตามกฎหมายอยู่แล้วค่ะ แล้วถ้าเป็นเยาวชนอีกก็ต้องดูตามดุลพินิจของศาลนะคะ ก็ไม่รู้ว่าคดีนี้จะได้ไปศาลผู้ใหญ่หรือเปล่านะ ก็ยังไม่ชัวร์ แต่แค่มีความรู้สึกว่ามันดูรุนแรงและน่าจะไปศาลผู้ใหญ่"

"ณ ตอนนี้ถามว่าจะทำอะไรได้ไหมผมก็ไปมองว่ามันเป็นเรื่องของการอภัยโทษ หลายคนก็จะบอกว่าขัดต่อพระราชอำนาจหรือเปล่า พูดตรงนี้เลยว่าชีวิตนี้เขียนไว้ตลอด และบอกทุกคนตลอดว่า ไม่งั้นไม่มาทำงานเพื่อสังคมขนาดนี้หรอกนะคะ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่ในหัวใจตลอดเวลาค่ะ"

"แต่สิ่งที่บุ๋มทำ บุ๋มทำเหมือนขั้นตอนยาเสพติด มันเคยมีเกิดขึ้นมาแล้วในการยกอภัยโทษของผู้ค้ายาเสพติด ดังนั้นสิ่งที่บุ๋มทำตอนนี้แค่ทำตามสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ไม่ได้ขัดอะไรทั้งสิ่ง เพราะยาเสพติดยกได้ ก็แค่อยากเอาเรื่องฆ่าข่มขืนให้เป็นอีกเรื่องพิจารณาแค่นั้นเองค่ะ ไม่ได้ขัดอะไร ไม่ต้องกลัวค่ะ เราแสดงความคิดเห็นและหาทางออกร่วมกัน"

"หลายคนมาบอกบุ๋มว่าการแก้กฎหมายแก้ที่ปลายเหตุ มันต้องแก้ที่ศีลธรรม จริยธรรม สถาบันครอบครัว และบุ๋มเป็นใครคะ แค่ดาราค่ะ ไม่สามารถทำขนาดนั้นได้ ต้องทุกคนในสังคมร่วมกัน เพียงแต่บุ๋มออกมาเปิดประเด็นให้แค่นั้นเอง ส่วนต่อจากนี้จะเป็นยังไงต้องหันหน้าคุยกันแบบจริงจังมากกว่าค่ะ"

แผนต่อไปคืออะไร และระยะเวลาการล่ารายชื่อสิ้นสุดเมื่อไหร่?
"วางไว้ที่หนึ่งแสนเหมือนเดิมนะคะ แต่ถ้าได้มากกว่านั้นจะยินดีอย่างยิ่ง และเชื่อมั่นมากเลยว่า ณ ตอนนี้คงจะได้มากกว่านั้นแล้วนะคะ ถ้ารวบรวมรายชื้อเสร็จเรียบร้อย เราก็จะไปที่สภานิติบัญญัติเหมือนเดิมค่ะ ตามขั้นตอน จากนั้นก็รอให้ผู้ใหญ่พิจารณา ส่วนวันยังไม่ได้กำหนดค่ะ รอดูจำนวน วางไว้หนึ่งแสนคนค่ะ กฎหมายไทยจะรุนแรงแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าคนไทยไม่รับรู้ก็ไม่มีประโยชน์ค่ะ"

เห็นว่ามีความร่วมมือกับ เจี๊ยบ เลียบด่วน ด้วย?
"(หัวเราะ) ขอบคุณมาก แต่ให้ไปจูบปากกับเจี๊ยบค่อนข้างจะเครียด คือต้องขอบคุณมากค่ะที่เห็นความสำคัญตรงนี้นะคะ และมองเห็นว่าสิ่งที่สำคัญต้องออกมาแก้ไขปัญหาร่วมกัน และมีเหตุมีผลมากน้อยแค่ไหน ก็ขอบคุณผู้มีอิทธิพลทางสื่อทุกท่านนะคะ"

"สิ่งที่บุ๋มออกมาทำวันนี้ไม่ใช่เพราะเป็นดาราอย่างเดียวนะคะ แต่เพราะเป็นแม่ที่มีลูกสาวเติบโตอยู่ในสังคม ใครที่มีลูกสาว หลานสาว คงจะรู้สึกแบบบุ๋มค่ะ อยากทำให้สังคมปลอดภัยมากขึ้น ก็ช่วยกันเถอะค่ะ ร่วมมือกัน ลงมือกัน ปัญหาสังคมต้องช่วยกันแก้ไขค่ะ"

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!