แก้กฎหมายให้ต่างชาติเช่าทีดิน 99 ปี อย่ามองข้ามเสียงต่าง

แก้กฎหมายให้ต่างชาติเช่าทีดิน 99 ปี อย่ามองข้ามเสียงต่าง
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

น่าสนใจยิ่งเมื่อโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ออกมายืนยันว่า รัฐบาลจะเดินหน้าแก้กฎหมายการเช่าที่ดิน จากเดิม ต่างชาติเช่าที่ดินได้ 50 ปี ออกไปโดยให้เช่าได้นานถึง 99 ปี โดยอ้างหลักการว่า การแก้ไขเพราะ เงื่อนเวลาการเช่านาน 50 ปี ไม่จูงใจต่างชาติเข้ามาลงทุน เพราะบางโครงการต้องลงทุนยาวนานจึงจะคุ้มทุน

และนอกจากนี้ยังยกเอา ประเทศเพื่อนบ้านมาอ้างเปรียบเทียบด้วยว่า แต่ละประเทศเขาให้เช่าได้นานกว่าของไทยไม่ว่าจะเป็นมาเลย์ สิงคโปร์ หรือเวียดนาม..

ทั้งนี้โฆษกฯยังบอกด้วยว่า เป็นแนวคิดที่ต้อการ สร้างเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งจะดำเนินการอย่างรอบคอบและมีมาตรการป้องกันการถือครองผิดวัตถุประสงค์ โดยจะให้เช่าที่ดินเฉพาะเพื่อลงทุน หรือเช่าทำธุรกิจ ที่โดยปกติมีการต่ออายุให้อยู่แล้ว ไม่รวมถึงการเช่าประเภทอื่นหรือเหมารวมทุกกิจกรรม และหากผู้เช่าไม่ทำตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้ก็สามารถยกเลิกได้

และ กฎหมายนี้ริเริ่มโดยส่วนราชการ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจ ทำงานร่วมกันหลายหน่วยงาน ที่เห็นว่าควรปรับแก้ไขให้เป็นสากล ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจ จึงไม่ใช่แนวคิดของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯหรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯตามที่มีการกล่าวอ้าง

เมื่อฟังเหตุผลของรองโฆษกแล้วก็อยากจะย้อนแนวคิดการแก้ไขกฎหมายการเช่าที่ดินเป็น 99 ปี สมัยทักษิณ ชินวัตร ขณะนั้น แนวคิดนี้ จะเป็นใครเป็นต้นคิดไม่แน่ชัด เพราะทีมที่ปรึกษาของทักษิณมีมาก มีทั้งที่เป็นตัวเปิดและตัวปิด โดยตัวเปิด มีรองนายกหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลคสช.ปัจจุบัน อยู่ด้วย โดยสมัยนั้นท่านนั่งเป็นเจ้ากระทรวงการคลัง

แต่กระแสเรื่องความต้องการแก้กฎหมายเช่าที่ดินของต่างชาติ ครั้งนั้น มีการมองกันว่า เพื่อรองรับ โครงการเอ็นเตอร์เทนเม็นท์ คอมเพล็กซ์ โดยเล็งเป้าหมายไว้ที่ ภูเก็ต สวรรค์ของเมืองท่องเที่ยวนั้นเอง

แต่อย่างที่เคยกล่าวไว้ว่า แนวคิดนี้ถูกคัดค้านอย่างหนัก จะไม่ได้รับการตอบสนอง และไม่กล้าเดินหน้าในช่วงเวลานั้น

มาวันนี้ แม้โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี จะอ้างวัตถุประสงค์ อ้างผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจ ก็ตาม แต่ถามว่า โครงการอะไรที่ต้องลงทุนยาวนานขนาดนั้น....? บอกให้ชัดได้หรือไม่..? อย่าแก้กฎหมายก่อนเพราะหลักกฎหมายต้องเท่าเทียมกัน หากมีอะไรที่พิเศษมากกว่าอย่างอื่นเกินไปจะผิดหลักความเท่าเทียมและเป็นธรรมได้..?

ทุกวันนี้ เราส่งเสริมการลงทุน มานาน สำนักงานส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ มีการส่งเสริมการลงทุนมานาน มีสิทธิประโยชน์มากมายมาจูงใจ ทั้งสิทธิพิเศษทางภาษี จัดสาธารณูปโภคพื้นฐานรองรับ ฯลฯมากมาย สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงพอจริงหรือ..

สิ่งที่รัฐบาลต้องการคืออะไร ต้องการการลงทุนมากๆ เพื่อขยายตัวเลขทางเศรษฐกิจ ยอมสูญเสียรายได้บางอย่าง จัดสรรทรัพยากรมากมายไปรองรับ แล้วประเทศไทยได้อะไรที่เป็นระยะยาวบ้าง

ที่ผ่านมาเราสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ขนานใหญ่ หวังจะเป็นดีทรอยต์แห่งเอเชีย เราเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วน และประกอบรถยนต์ สามารถส่งออกไปขายต่างประเทศจำนวนเป็นล้านคันต่อปีมานาน คำถามคือ...เราเป็นเจ้าของแบรนด์ หรือ ผลิตรถยนต์ด้วยตัวเราเองได้ซักคันแล้วหรือยัง...? และเท่าที่รู้มาเราก็ยกเลิกความฝันที่จะเป็นดีทรอยต์แห่งเอเชียไปนานแล้ว เราพอใจที่จะรับจ้างผลิตชิ้นส่วน ส่วนประกอบ และประกอบรถยนต์ต่อไป

ในเมื่อ เดิม กฎหมายอนุญาตให้ชาติชาติต่อสัญญาเช่าจาก 50 ออกไปได้อีกอยู่แล้ว ทำไม่..เราจึงต้องแก้กฎหมายอีก...? ระยะเวลา 50 ปี นับว่านานมาก...โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าไม่มีธุรกิจไหนที่..ไม่คุ้มทุนในระยะเวลา 50 ปี หากแผนธุรกิจไม่สามารถทำออกมาให้คุ้มทุนได้ใน 50 ปี ซึ่งที่จริง 30 ปี ก็นานมากแล้ว ธุรกิจนั้นยังจะมีความน่าเชื่อถืออยู่อีกหรือไม่

สมมุติ เป็นโครงการที่ต้องไประดมทุนเพื่อมาลงทุน มีใครเสนอแผนการลงทุนโดยบอกว่า ธุรกิจจะถึงจุดคุ้มทุนในระยะเวลา 50 ปี หรือ 99 ปีเป็นต้นไปหรือไม่...และหากมีคนมาเสนอระดมทุน ใครอยากร่วมลงทุนบ้าง...?

หากรัฐบาลยังเดินหน้า แก้ไขกฎหมายเช่าที่ดินเป็น 99 ปี ต่อไป ท่านต้องตอบคำถามให้กระจ่าง เพราะ อยากที่บอกไปแล้ว ความสงสัยมีมากมาย...เพราะ 99 ปี มันนานมาก นานมากกว่าชั่วอายุคน นานไปยังชั่วลูกหลาน และประเทศไทยมี ที่ดินกว้างใหญ่ไพศาล มีที่ดินเพียงพอให้กับประชาชนทำกินทุกคนแล้วหรือ..?ประเด็นนี้อ่อนไหวยิ่ง.. ก็ได้แต่หวังว่า อย่าได้ประเมินความคิดความรู้สึกของประชาชนและคนที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ต่ำเกินไป..?

โดย : เปลวไฟน้อย

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!