จำแทบไม่ได้!! เอ๋ อัจฉรา ถูก4โรครุมจนหน้าเปลี่ยน

จำแทบไม่ได้!! เอ๋ อัจฉรา ถูก4โรครุมจนหน้าเปลี่ยน
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

เรียกว่าแทบไม่มีเค้าโครงหน้าตาแบบเดิมเลยทีเดียว เมื่อได้เจออดีตนางเอกสาวชื่อดัง "เอ๋ อัจฉรา" อีกครั้ง ซึ้งครั้งนี้เธอปรากฏตัวด้วยใบหน้าที่บวมขึ้นมาก โดยเจ้าตัวได้เผยให้สื่อมวลชนฟังว่า เป็นเพราะโรค 4 โรคที่รุมเร้าในขณะนี้ ทำให้เธอต้องทานยาที่มีสารเคมี และอาจจะหนักเดินไปจึงส่งผลข้างเคียงให้กับใบหน้า พร้อมเผยเคยคิดไม่อยากจะตื่นขึ้นมาอีกแล้วเพราะร่างกายที่เจ็บปวดจนเกินจะรับไว้

อาการป่วยล่าสุดเป็นอย่างไรบ้าง?
"ดีขึ้นหลายๆ อย่างนะคะ แต่เผอิญว่าไปรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวมา ค่ามะเร็งดีขึ้น แต่เคมีจากการรักษาทำให้ไตทำงานหนัก เกิดการอักเสบ ทำให้บวมจนจำตัวเองไม่ได้ค่ะ"

ตอนนี้เห็นว่ามีโรครุมเร้าถึง 4 โรคด้วยกัน?
"4 โรค เริ่มจาก SLE (โรคภูมิแพ้ตัวเอง) เป็นมานานแล้วค่ะ 11ปีแล้ว ถ่ายเลือด ฟอกเลือด ตัดม้าม ตัดไส้ เจาะปอด และเปิดสมองไปสองเส้นแล้ว ถ้ามันไปตรงไหนก็ต้องรักษาไปตามอาการ หลังจากเมื่อ 4ปีก็มาเจอมะเร็งเม็ดเลือดขาวระยะ 2 ก็คุมระยะมาได้ รักษามาเรื่อยๆ สงสัยให้ยาเยอะมั้งเลยเกิดภาวะหัวใจวาย ก็ผ่าตัดแล้วใส่ขดเลือดหัวใจ และมีไตอักเสบที่บวม นี่หายแล้วค่ะ ช่วงที่บวมก็ไม่อยากให้ใครเจอ แต่ก็มีพี่ๆ นักข่าวไปเยี่ยมที่บ้าน ถึงได้มีภาพหลุดออกมา"

สภาพร่างกายตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
"คิดว่าดีขึ้นเยอะแล้วนะ แต่ยังบวมๆ อยู่ นี่เกิดจากไตอักเสบ แต่ที่แขนที่ขามันหายเป็นปกติแล้วนะคะ แต่ถามคุณหมอว่าทำไมหน้ามันยังไม่ยุบ หมอบอกอาจจะเป็นเพราะสเตียรอยด์ที่เรากินตกค้าง พอมาเจอยาเคมีที่เรากินเลยเป็นแบบนี้ ตอนเช้าจะบวมมาก"

ตอนที่เราทราบว่ามีโรคต่างๆ เข้ามา สภาพจิตใจเราเป็นอย่างไรบ้าง?
"ตอนแรกก็ตกใจเหมือนกัน แค่เป็นโรค SLE ก็ทรมานแล้วนะคะ ปวดตามกระดูก ตอนแรกเป็นจ้ำเหมือนคนเป็นเอดส์เลยค่ะ"

ดูแลตัวเองยังไงบ้าง?
"เยอะอยู่นะคะ ทั้งเรื่องอาหาร เรื่องการพักผ่อน กินยาให้เป็นเวลา แต่ก่อนชอบเที่ยว ชอบสนุกสนาน ก็ต้องหยุดหมด และหันมาดูแลตัวเอง เพิ่งธรรมมะ เข้าวัด"

ค่ารักษาหมดไปเท่าไหร่แล้ว?
"เยอะค่ะ ขายบ้าน ขายรถ ขายที่ที่ปักใต้ ขายไปเยอะแล้วเหมือนกัน ที่ผ่านมามากกว่าสิบล้าน แต่มันก็หลายปีแล้ว ค่ารักษาตอนนี้ก็เดือนละแสนกว่าบาท เฉพาะค่ายานะคะ เป็นหนี้ท่วมหัวเลยค่ะ แต่ก็โชคดีมีผู้ใหญ่ในวงการบันเทิงให้เราหยิบยืมเงินใช้จ่ายก่อน ตอนนี้ก็เป็นอยู่ประมาณ 4 ล้านบาท ถามว่าเยอะไหมมันก็เยอะมากสำหรับคนที่กำลังป่วยอย่างเรา"

เราหารายได้จากไหน?
"มีธุรกิจส่วนตัว ครอบครัวรับเหมาก่อสร้างค่ะ"

แสดงว่ากำลังใจต้องดีมากถึงได้สู้กับ 4 โรคนี้ได้?
"ก็ดีระดับหนึ่ง อาศัยธรรมะแหละ บางทีมีความรู้สึกว่าหลับแล้วไม่ตื่นได้ไหม แต่ไม่ได้คิดฆ่าตัวตายนะคะ เพียงแต่คิดว่าไม่ตื่นได้ไหม มันปวดมันเจ็บ เคยถามแม่ว่ารักเอ๋ไหม แม่บอกรักดิไม่รักจะรักษามาแบบนี้เหรอ เอ๋เลยบอกว่าช่วยทำยังไงก็ได้ให้หนูหลับไปเลย คือบ่งบอกว่าเราเจ็บ แต่ไม่อยากให้แกเป็นทุกข์หรือไม่สบายใจ เอ๋บอกว่าถ้าเอ๋หลับไปเลยไม่ต้องให้ยาแล้วนะ ปล่อยให้เอ๋หลับยาวๆ ไปเลย แกก็ร้องไห้ รู้ถึงความเจ็บปวดว่าเจ็บแค่ไหน"

เคยท้อกับมันไหม?
"บ่อยนะ แต่ก็มีแม่ มีลูก แม่พยายามดึงเข้าวัด เพื่อนฝูงก็พยายามดึงเข้าวัด"

บางคนเจอปัญหานี้ท้อถึงขนาดฆ่าตัวตาย แต่เราไม่ใช่?
"แค่นี้ก็บาปพอแล้วนะ มีความรู้สึกว่าเป็นกรรมอ่ะ ใช้ชีวิตปกติ แต่เวลาเจ็บมันเจ็บเหมือนผีบ้าค่ะ ใครอย่าเข้าใกล้นะ สามารถกระชากหัวได้เลย อย่าพูดให้ไม่เข้าหูนะ"

คุณหมอได้บอกหรือเปล่าว่าโรคแต่ละโรคมีโอกาสหายตอนไหน?
"คิดว่าโรคทั้งหมด น่าจะเป็น SLE ที่แรงที่สุด เพราะมันสามารถทำให้ส่วนไหนของร่างกายเป็นอะไรก็ได้ แต่เชื่อว่าอยู่กับพวกเราได้ไม่นานหรอก อันนี้เป็นความรู้สึกนะ ทำใจรับได้ บอกคนรอบข้างทุกคนว่า อยากกอดคนนู้นคนนี้มาให้กอดนะ เราเชื่อว่าสักวันไม่นานและเราก็ไม่โกหกตัวเองด้วย พยายามบอกว่าอยากเจอใครให้รีบมาหานะ เพราะเตรียมใจไว้แล้ว สิ่งเดียวที่รับไม่ได้เลยถ้ามันต้องเกิดคือการนอนเป็นอัมพาตหรืออัมพฤกษ์ให้แม่และลูกต้องเช็ดนู้นเช็ดนี่ แต่เราก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นเราจะมีสติหรือกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราที่นอนไม่รับรู้อะไรเลย ถ้าถึงเวลานั้นขอให้ไปเลยดีกว่า"

ลูกให้กำลังใจอย่างไรบ้าง?
"คุยกันทุกวัน เขาจะถามแม่กินยาหรือยัง กินข้าวหรือยัง หนูรักแม่นะ แม่ต้องอยู่กับหนูนะ เวลาไปหาหมอเขาจะขอเข้าไปด้วย ไปฟังและจะคอยโทรบอกคุณยาย ทุกคนเลยดูสดชื่น ให้ความสนใจ อย่างในแฟนเพจมีคนมาให้กำลังใจเยอะ คือใครก็ไม่รู้แต่มาบอกให้เราสู้ แค่ไปตลาดแล้วมีคนมาจับมือ บอกว่าดูข่าวอยู่เข้าใจนะ คุณต้องสู้นะ เรามีความรู้สึกว่ายังมีคนรักเราอีกเหรอ"

ใบหน้าจะมีการยุบลงกว่านี้ไหม?
"นี่ยุบลงไปเยอะแล้วนะ หมอบอกต้องใจเย็นๆ มีคนแนะนำให้ไปทำศัลยกรรม แต่เราบอกไปว่าแค่นี้ก็ทรมานแล้วนะ โชคดีแค่ไหนที่ยังเคลื่อนไหวร่างกายได้ ถ้านอนเฉยๆ คงแย่"

เราต้องหยุดงานในวงการเลยใช่ไหม?
"อยากจะรับงานนะ เป็นอะไรที่ใช้คำว่าบูชาวงการบันเทิง บูชาอาชีพเลยก็ได้ เพราะสามารถทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป จากเด็กบ้านนอกได้มีชีวิตที่เปลี่ยน แต่ถ้าไปแล้วต้องเป็นภาระคนอื่นไม่ทำดีกว่า"

เครดิตภาพ facebook: อัจฉรา ทองเทพ

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!