แห้ว รีเจนซี่ เชื่อกรรมชีวิต ป่วยมะเร็งตับระยะที่ 2

แห้ว รีเจนซี่ เชื่อกรรมชีวิต ป่วยมะเร็งตับระยะที่ 2
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

"แห้ว รีเจนซี่" ยอมเปิดหมดเปลือก!! ชีวิตหลังทิ้งวงการนาน 15 ปี ป่วยโรคมะเร็งตับระยะที่ 2 เชื่อเป็นโรคที่เกิดจากกรรม

หลายคนคงยังจำกันได้ สำหรับอดีตนักแสดงตลกหน้าทะเล้น "แห้ว ปณิธาน สังข์ประเสริฐ" หรือ "แห้ว รีเจนซี่" ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้ขอออกมาเปิดหมดเปลือก ถึงชีวิตหลังตัดสินใจหันหลังให้วงการบันเทิง เพื่อไปใช้ชีวิตในประเทศสหรัฐอเมริกา ในฐานะผู้จัดการห้างสรรพสินค้านานกว่า 15 ปี พร้อมเผยอีกว่าขณะนี้ตนกำลังป่วยโรคมะเร็งตับระยะที่ 2 เกือบจะ 3 แต่โดยรวมถือว่าดีขึ้นแล้ว และมีแพลนจะบินกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทย เพื่อเริ่มต้นธุรกิจผักออร์แกนิก...

อาการป่วยตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
"ผมป่วยโรคมะเร็งมา 10 กว่าปีแล้วครับ ช่วงที่ทราบก็คือมันกำลังจะขึ้นระยะที่ 3 แล้ว แต่ว่าตอนนี้ทุกอย่างก็เริ่มกลับมาเกือบจะเป็นปกติแข็งแรงมากขึ้น คุณหมอไม่ได้ให้ยาแล้ว เพราะตั้งแต่เริ่มต้นมาผมก็ไม่เคยให้คีโมเลย เราจะดูแลเรื่องการทานอาหารและดูแลสุขภาพมากกว่า แต่ที่ผมเป็นห่วงที่สุดคงเป็นเรื่องของเส้นเลือดในสมองตีบ ซึ่งผมเชื่อว่ามันเป็นโรคเวรโรคกรรมนะ"

หลายคนอาจจะสงสัยว่าเราป่วยเป็นโรคมะเร็งตับได้ยังไง ทั้งที่ไม่ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ?
"แปลกใจครับ หมอยังสงสัยเลยว่าทำไมมีควันอยู่ในเลือด ซึ่งผมก็เล่าถึงงานที่ผมทำให้เขาฟังเขาก็สรุปได้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผมเล่นคาเฟ่ ผมก็มักจะสูดควันอะไรเข้าไปมากมายจนมันสะสมมากๆ และก็กลายเป็นมะเร็งตับได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วผมเชื่อว่ามันเป็นโรคกรรม กรรมของเราเท่านั้นเลย"

ค่ารักษาสูงหรือเปล่าสำหรับการรักษา ?
"ค่ารักษาตรงนี้ถือว่าบุญยังส่งครับเพราะผมรักษาในส่วนของผู้ที่มีรายได้ต่ำ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย"

พอรู้ว่าป่วยเป็นมะเร็งตับเราต่อสู้กับมันยังไงบ้าง ?
"ยาที่สำคัญที่สุดคือใจ ถ้าหากใจเราจะสู้เราก็ต้องบอกใจเราด้วยว่าเราจะดูแลอะไร ในส่วนของสภาพจิตใจอันนี้ผมมักจะพูดอยู่เสมอว่า เวลาใดก็แล้วแต่หากเราได้มีโอกาสเจอผู้ป่วยผมขอให้เขาถามแค่ครั้งเดียว และตอบแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เพราะคงไม่มีผู้ป่วยคนไหนอยากได้ยินคำถามที่บอกว่า "เป็นยังไงบ้าง" หรอกครับ เขาอยากจะได้ยินสิ่งอื่นมากกว่า จะชวนเขาคุยเรื่องทีวีเรื่องอะไรก็ได้ แบบนั้นจะยิ่งทำให้เราอยากคุยกับเรามากกว่าอีกครับ พาเขาไปคุยเรื่องอื่นเถอะ"

ชีวิตตอนที่อยู่ในอเมริกาเป็นยังไงบ้าง ?
"ชีวิตตอนอยู่ที่อเมริกาถือได้ว่าปรับตัวยากพอสมควร เพราะผมทำงานในวงการมาตลอด แต่เมื่อปรับได้ตัวทุกอย่างมันก็เลยพอรับไหวครับ"

การกลับไทยของเราครั้งนี้เรามีแพลนว่าจะทำอะไรบ้าง ?
"ผมเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อประมาณเดือนสิงหาคมครับ คือผมรู้สึกว่าผมยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำ ผมยังไม่ได้ทดแทนแผ่นดินเกิด และตอนนี้ผมก็วางแผนว่าจะทำอะไรเกี่ยวกับออร์แกนิกผักผลไม้ เพราะผมเล็งเห็นว่าสักวันหนึ่งมันคงจะมีประโยชน์และที่สำคัญคือมันไม่บาป ไม่ใช้สารเคมีและก็ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย"

งานในวงการบันเทิงเรามีแพลนว่าจะกลับมารับอีกครั้งไหม ?
"เอ่อ...สำหรับงานในวงการบันเทิงถ้ายังมีวาสนาก็ยินดีครับ อย่างช่วงก่อนหน้านี้ก็มีผู้ใหญ่มอบภาระหน้าที่ให้รับผิดชอบบ้าง ละครก็มีหนึ่งเรื่องคือเรื่องบุญหล่นทับ ที่พี่กอบสุขหยิบยื่นให้"

ในอินเตอร์เน็ตก็มีคนพูดกันว่าเรามีปัญหาเรื่องเงินในการรักษา ก็เลยต้องบินกลับมาไทย ?
"ผมพูดตามความจริงเลยครับว่าค่ารักษาเบามาก แทบจะไม่เสียเลย สวัสดิการการดูแลเทียบเท่ากันหมด ขนาดโรงพยาบาลที่ผมไปรักษาติด 1 ใน 10 ของอเมริกาด้วยนะ ถ้าหากคุณเป็นผู้ป่วยเป็นคนไข้เดินเข้ามาเขายินดีรักษาหมดครับ"

จริงๆ สภาพทางการเงินของเราตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
"ไม่ได้ขัดสนตรงนี้ครับ เพียงแต่จุดเริ่มต้นอาจจะเล็กกว่าบางคนไปบ้างก็เท่านั้นเอง ซึ่งผมคิดว่าถ้าเรายึดตามแบบเพียงพอและพอเพียงก็น่าจะดีแล้ว ผมไม่ไขว่ขว้าอะไรมากครับ"

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!