มองตัวตน แกนนำระดับนำ..ผ่านผลแห่งคดีเผาศาลากลาง

มองตัวตน แกนนำระดับนำ..ผ่านผลแห่งคดีเผาศาลากลาง
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อสัปดาห์ก่อน การนิรโทษกรรม กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง เมื่อผลปรากฏคำพิพากษาของศาลฎีกา กรณีกลุ่มบุคคลได้ร่วมกันเผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี โดยคนที่เป็นแกนนำในการกระทำในพื้นที่ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต และตัดสินเพิ่มโทษให้ผู้กระทำความผิดทุกคนที่ต่อสู้คดี

เมื่อผลของการพิพากษาคดีของศาลฎีกาออกมา แน่นอนว่ายอมเป็นที่สิ้นสุด ตามกระบวนการยุติธรรม ที่ผู้ต้องหาเองได้ใช้สิทธิในการต่อสู้คดีตามขั้นตอน ตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และฎีกา ผลของการตัดสินคดีทำให้บรรดาแกนนำ นปช. ที่เป็นหัวขบวนในการจัดชุมนุมทางการเมือง ไม่อาจปฏิเสธใดๆ ได้ เพราะนี้เป็นกระบวนการยุติธรรม เป็นคดีอาญา

การจะออกมาตอบโต้ ประดิษฐ์คิดคำทำลายความน่าเชื่อถือไม่อาจกระทำได้ เพราะจะเข้าข่ายหมิ่นอำนาจศาลสถิตยุติธรรมได้ ดังนั้น บรรดาแกนนำ ระดับหัวอย่าง จตุพร และ ณัฐวุฒิ จึงได้ออกมาอธิบายต่อมวลชน และ สร้างกระแสเสียใหม่ โยนประเด็นไปในเรื่อง ความพยายามออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับการชุมนุมทางการเมืองว่า ทางพรรคและแกนนำได้พยายามอย่างที่สุดในการจะนิรโทษกรรมให้กับผู้ชุมนุมทางการเมืองอย่างเต็มที่แล้ว แต่ถูกขัดขวางไม่อาจสำเร็จได้

เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ที่เป็นแนวทางเดิมๆ ของเหล่าแกนนำนักพูด ที่มักจะยกเหตุการณ์เพียงบางส่วน หรือตัดต่อเหตุการณ์เพื่อประโยชน์ของตัวเอง

ทั้งนี้ทั้งนั้น ในการเดินหน้าเพื่อจะฟื้นฟูประเทศ เดินหน้าเพื่อปรองดอง ข้อเสนอของหลายฝ่ายยอมรับการนิรโทษกรรมให้กับผู้ชุมนุมทางการเมือง เน้นผู้ชุมนุมทางการเมือง แต่ในการชุมนุมที่มีการใช้ความรุนแรงใช้อาวุธ ทำลายทำร้ายคนที่ไม่เห็นด้วย การเผาทำลายสถานที่เอกชน และส่วนราชการ ที่หลายคนเรียกว่าเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองนั้น หลายฝ่ายไม่เห็นด้วย

การนิรโทษให้กับผู้ชุมนุมทางการเมืองโดยสงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งมีความผิดในข้อกฎหมายหลายข้อเช่นกัน เช่น พ.ร.บ.จราจร ขัดต่อ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เป็นต้นเหล่านั้น ไม่มีใครขัดขวางและคัดค้าน ที่สำคัญบรรดาแกนนำและพรรคเพื่อไทยเอง ได้ดึงดันรวบเอาการนิรโทษกรรมไปถึงการทุจริตที่ศาลท่านตัดสินคดีไปแล้ว หรือที่เรียกว่า นิรโทษกรรมแบบสุดซอย ซึ่งเป็นการล้างความผิดให้กับนายทักษิณ ชินวัตร จนเป็นเหตุให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างมากขึ้นต่างหาก...

การตัดสินของศาลฎีกาต่อการเผาศาลากลางอุบลราชธานี โดยลงโทษผู้กระทำผิดสถานหนัก..ย่อมสะเทือนต่อบรรดาแกนนำการชุมนุม ระดับหัวขบวน ซึ่งมีคดีเหล่านี้ติดตัวเป็นหางว่าวอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะพยายามออกมาปฏิเสธภายหลังอย่างไรก็ตามว่า ไม่เคยสั่งการให้มีการเผาสถานที่ต่างๆ แต่โดยหลักฐานก็ต้องว่าไปตามกระบวนการ

และในปัจจุบัน การบันทึกเรื่องราวต่างๆ มีมากมายตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ภาพเคลื่อนไหวที่มีการนำเสนอในสังคมโซเชียลมีให้เห็นมากมาย การบันทึกเหตุการณ์ของสำนักข่าวต่างๆ มีอีกจำนวนมาก สิ่งเหล่านี้จะทำหน้าที่ของมัน เมื่อถึงเวลาที่บรรดาแกนนำระดับหัวขบวนต้องถูกดำเนินคดีตามข้อกล่าวหา ซึ่งจะออกมาอย่างไรก็รอผลการพิจารณาคดีกันในอนาคตข้างหน้า

แต่ผลของคดีเผาสถานที่ราชการ ศาลากลางจังหวัดหลายแห่งที่ศาลท่านตัดสินมาทุกคดี มีแต่โทษร้ายแรงทั้งสิ้น มีหรือที่บรรดาแกนนำระดับหัวจะไม่หวั่นไหว..คิดว่าตัวเองจะชนะคดีได้อย่างไม่ยากเย็น...ยิ่งเวลาไล่มา คดีต่างๆ ไล่มา... ก็ได้แต่บอกว่า ใครที่ประกาศว่า ..... เผาไปเลยครับพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง... เอาน้ำมันมาคนละขวด .แล้วกรุงเทพฯจะเป็นทะเลเพลิง.....ฯลฯ คงจะหนาวนานแน่ๆ

โดย...เปลวไฟน้อย

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!