Exclusive สองดาวเด่นเดอะสตาร์ "แก้ม-กัน" คู่ซี้หัวใจเดียวกัน

Exclusive สองดาวเด่นเดอะสตาร์ "แก้ม-กัน" คู่ซี้หัวใจเดียวกัน
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

จากจุดเริ่มต้นเดียวกันคือการตามหาความฝันจนในที่สุดสองดาวเด่นแห่งบ้าน "เดอะสตาร์" อย่าง "กัน นภัทร" และ "แก้ม วิชญาณี" ก็เข้ามาโลดแล่นในวงการบันเทิงในฐานะศิลปินนักร้องมืออาชีพ "กัน นภัทร" เติบโตจากครอบครัวที่มีพ่อเป็นครูสอนเพลงคนแรก "แก้ม วิชญาณี" มีแม่คอยสนับสนุนการประกวดร้องเพลง จนวันนึงทั้งกันและแก้มก็ก้าวขึ้นมาสู่การเป็นแชมป์จากการประกวดร้องเพลงและใช้นามสกุล "เดอะสตาร์" ร่วมกัน

ล่าสุดกับผลงานที่ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งชิ้นสำคัญที่ทั้งคู่กำลังจะโคจรมาเจอกันในสมรภูมิเดือดคอนเสิร์ต "STAGE FIGHTER" ที่ทาง "เอ-ไทม์ โชว์บิส" ขอจุดชนวนให้เป็นผลงานความแซ่บในปี 2559 โดยเสน่ห์อยู่ที่การแบทเทิลของศิลปิน และแน่นอนว่าคงจะเป็นอีกหนึ่งผลงานชิ้นสำคัญที่ทั้งกันและแก้มคงไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังแน่นอน

แต่ก่อนที่จะไปถึงวันนั้นทีมข่าว Sanook! News จะพาไปรู้จักกับสองดาวเด่นแห่งบ้านเดอะสตาร์ที่แม้คนนึงจะเป็นชายอีกคนนึงจะเป็นหญิงแต่หัวใจของทั้งคู่นั้นกับมีอะไรที่คล้ายกันจนกลายเป็นความลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อและไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน งานนี้ใครที่เป็นแฟนๆ ของทั้งคู่เราขอแนะนำว่าห้ามพลาด

แก้มกันเปิดความลับจุดเริ่มต้นมิตรภาพ

กัน : ความสนิทของผมกับเขาเริ่มตั้งแต่ผมประกวดเดอะสตาร์ปี 6 แต่ว่าได้ติดตามเขาตั้งแต่เขาประกวดปีที่ 4 ตั้งแต่เขายังไม่สวยขนาดนี้เขาบอกว่าเขาต้องพยายามสร้างคาแร็คเตอร์ขึ้นมาซึ่งจริงๆ แล้วเป็นคนสวยอยู่แล้วแต่ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า

แก้ม : กันจะพูดอะไรก็พูดไปเลยนะเต็มที่ (น้ำเสียงประชด)

กัน : ผมแค่อยากรู้ว่าอันไหนจริงไม่จริง เมื่อก่อนนี้พี่เขาจะผมหยิกๆ ใช่มั้ย

แก้ม : อันนั้นไม่ใช่ผมจริงๆ ของแก้มนั้นดัดจากผมจริงๆ แต่แก้มไม่ใช่คนผมหยิกขนาดนั้น

กัน : คือมุมมองที่ผมมองเขา พี่แก้มเป็นคนเก่งมากการร้องเพลงคือสายพลัง แต่ละครั้งที่เขาร้องต้องมีคนปรบมือและวันแรกที่ต้องมาเจอกับเขาและร้องเพลงคู่พี่แก้มผมแบบรู้สึกว่ามันจริงหรอ ผมเองก็เป็นคนที่ร้องเพลงไม่ได้เก่งมีเสียงนุ่มๆ สบายๆ แต่ว่าต้องมาเจอกับพี่แก้มก็รู้สึกเครียดกดดันจะร้องจะทำได้มั้ยเพราะพี่แก้มเขาเก่งมากพอมาเจอตัวจริงปุ๊บ โอ้โหคุณพระช่วย น่ารักมากมาช่วยมาบอกว่าไม่ต้องกลัวพี่นะสบายๆ เต็มที่ไม่ต้องเกร็งก็เลยทำให้ผมผ่อนคลายไปได้เยอะ

แก้ม : คือจริงๆ แล้วทุกคนถ้าไม่รู้จักแก้มและเห็นจากบนเวทีก็จะคิดว่าแก้มเป็นคนดุแน่นอน ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่แก้มก็เป็นคนที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเหมือนกันเวลาก่อนขึ้นเวที แต่พอขึ้นไปแล้วกลับรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เราภูมิใจที่สุดในการร้องเพลงเราต้องทำให้ทุกคนมีความสุข ก็เลยอาจจะดูขรึมน่าเกรงขามแต่จริงๆ แก้มก็เป็นคนดีที่อยากช่วยเหลือคนอื่น (หัวเราะ)

กัน : เป็นไงล่ะเล่นเองตบเองด้วย

แก้ม : ในส่วนแก้มที่เจอเขาครั้งแรกรู้สึกเอ็นดูนะจริงๆ นะ

กัน : พี่แก้มเจอผมครั้งแรกในเดอะสตาร์ปี 5 ไม่ใช่หรอ

แก้ม : ใช่ จริงๆ แล้วแก้มเห็นเขาครั้งแรกตอนเขามาประกวดภาคกลางตอนปี 5 และแก้มไปแอบดูแอบส่องแต่เด็กๆ จะไม่รู้นะว่าเรารุ่นพี่ไปแอบดู พอน้องเดินเข้ามาก็รู้สึกเด็กคนนี้น่าเอ็นดูจังเลยรู้สึกเหมือนน้องชายเราก็ไม่รู้ทำไมคือเขาจะดูซื่อๆ เดินเข้ามาน่าสงสาร มันเหมือนตอนเราประกวดเลยความรู้สึกเด็กต่างจังหวัดมันจะเข้าใจมันจะรู้สึกถึงกันได้เรามองแล้วก็รู้สึกว่าอยากจะเชียร์ แต่เขาก็พลาดไปแก้มก็ถามตลอดว่าน้องผ่านมั้ยสรุปไม่ผ่าน

กัน : จริงหรอ เห้ยดีใจอ่ะ

แก้ม : ฉันไม่น่าบอกเลย

แก้มกันเด็กต่างจังหวัดหัวใจเดียวกัน

กัน : การเป็นเด็กต่างหวัดมันทำให้เราเข้าใจกันมากครับ คือเราจะรู้ตัวเรากันว่าเราไม่ได้มีอะไรที่พร้อมกันมาตั้งแต่แรก และอย่างบางคนที่มาเดอะสตาร์ส่วนใหญ่ที่มาคือคนที่ไม่ใช่เพอร์เฟ็กต์ที่สุด ไม่ใช่คนที่หล่อที่สุด ไม่ใช่คนที่เสียงดีที่สุดคุณต้องมีอะไรที่ทำให้รู้ว่ามีเสน่ห์ ให้เราอยากโหวตเขา อยากดูเขา

แก้ม : จะต้องรู้สึกว่าเราเห็นแล้วอยากเชียร์คนนี้ แต่ไม่ใช่ว่าถ้าครบทุกด้านเราจะรู้สึกว่าเขาเก่งแล้วเพราะฉะนั้นมันก็ไปเป็นดารา นักร้องอะไรเลยก็ได้ แต่สำหรับพวกเรารู้สึกว่าเราไม่ได้เป็นคนที่หน้าตาดีอะไรมาเลยเป็นเด็กบ้านๆ ดูแล้วรู้สึกว่า
เด็กคนนี้มันร้องเพลงได้หรอถ้ามองแค่ครั้งแรก แต่พอขึ้นไปร้องเพลงเห้ยทำไมอะไรขนาดนั้น คนอะไรพูดเองชมตัวเอง (หัวเราะ) แก้มเชื่อว่าคนไทยเวลาเขาเชียร์ประกวดเขาเชียร์จากความน่าเอ็นดู ความมีเสน่ห์แล้วพอทำได้เขาจะรู้สึกว่าเป็นลูกหลาน

กัน : และการเป็นเด็กต่างจังหวัดด้วยกันพอมาทำงานกันผมเองก็รู้สึกว่าเหมือนคุยภาษาเดียวกัน

แก้ม : เอาจริงๆ มั้ยตอนนี้กันกับแก้มแค่มองตาก็รู้ใจกันแล้วไม่ต้องพูดอะไรกันมากเลย

กัน : แล้วอีกอย่างคือครอบครัวการเลี้ยงดูของเราก็คล้ายๆ กันมากพ่อแม่เลี้ยงดูลูกมาคล้ายๆ กันแต่ละคนอยู่ต่างจังหวัดมาพี่แก้มอยู่ภูเก็ตก็จะสอนลูกมาให้เป็นคนอย่างไงอย่าลืมว่าตัวเองมาจากไหน ซึ่งก็ไม่ต่างกันพ่อแม่ผมก็สอนมาแบบนั้น

แก้มกันเด็กเดินสายประกวด

แก้ม : ตรงนี้ก็คล้ายๆ กันการประกวดร้องเพลงตั้งแต่เด็กมันเป็นความฝันของตัวเองตั้งแต่เด็กแต่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มาเป็นนักร้องอย่างทุกวันนี้นะคะ ไม่รู้นะความคิดแต่ก่อนจะคิดว่าการเป็นนักร้องจะต้องหน้าตาดีสวยงามเพราะเราเห็นนักร้อง สิ่งแรกคือต้องสวยงามก่อนเราก็คิดว่าเราคงไม่ได้เป็นหรอกแค่ได้ชอบได้ทำในสิ่งที่เรารักก็พอแล้วหาประสบการณ์ไปเรื่อยๆ โตมาเราคงไม่ได้ทำอาชีพนี้หรอกแต่ก่อนนอนไหว้พระขอพรทุกคืน แม่ก็ไหว้ก่อนนอนทุกคืนแม่เพิ่งบอกเพิ่งรู้คือแม่เห็นลูกมีความสุขกับการทำตรงนี้เขาก็เต็มที่กับการส่งลูกประกวด

กัน : สำหรับผมนี้คุณพ่อเป็นครูสอนร้องเพลงคนแรกของผมเลย คุณพ่อจะเป็นคนชอบร้องเพลงมากร้องเพลงลูกกรุงคือเสียงจะเพราะมากผมเองก็เลยได้พรสวรรค์จากคุณพ่อมาพอสมควรมีประกวดที่ไหนก็จะไปประกวดเหมือนกัน ตามจังหวัด อำเภอเริ่มจากโรงเรียนก่อน มีได้รางวัลบ้างไม่ได้บ้าง มันก็ทำให้รู้สึกว่ามันก็เป็นความฝันช่วงวัยเด็กที่พอโตมาแล้วมันจะได้เดินตามฝันมาถึงทุกวันนี้ได้เป็นนักร้องมีคนมาชื่นชอบ มีคนมาให้กำลังใจ มีคนติดตามผลงานเราครับ

แก้มหญิงสาวที่น่าสงสารในแก๊งค์ผู้ชาย

แก้ม : น่าจะเป็นเรื่องธรรมดานะ การโดนแกล้งมันไม่ใช่แค่ตอนมาอยู่ตรงนี้ แก้มโดนแกล้งตั้งแต่เด็กที่ไม่รู้ทำไมทุกคนบอกว่าน่าแกล้ง แก้มก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมน่าแกล้ง

กัน : ทำไมหรอ คือพี่แก้มเขาจะมีรีแอ็คที่รู้สึกว่าได้ผลมีความมีสุข ไม่ว่าจะเป็นหน้าบูดหน้าบึ้ง คือบางคนแกล้วแล้วไม่สนุกไง บางคนแกล้งแล้วเขาก็ไม่สนใจมันก็เลยไม่สนุก 

แก้ม : คนที่เวลาแกล้งคนอื่นอาจจะรู้สึกสนุก ทั้งที่จริงๆ แล้วคนถูกแกล้งอาจจะไม่สนุกก็ได้ แต่แก้มเป็นคนที่แบบไม่เป็นไรหรอกคิดมาตั้งแต่เด็กว่าเขาแกล้งเพราะว่าเขารัก

กัน : อย่าใช้คำว่าตั้งแต่เด็กเพิ่งมาเปลี่ยนช่วงหลังที่ๆ รู้จักกับพวกผมสี่โพดำคือเมื่อก่อนนะครับใครง้อเขานิดเดียวนะครับ โอ้โหไม่คุยด้วยทั้งคอนเสิร์ต สมมุติว่ามีคอนเสิร์ตใหญ่แล้วที่โตโน่ไปล้อก่อนขึ้นคอนเสิร์ตหรือว่าผมไปล้อ ริทไปล้อเขาจะไม่คุยกับใคร ไม่คุยกับคนนั้นเลย

แก้ม : มันไม่ใช่การล้อแต่มันคือการทำให้ความมั่นใจเราหายไป

กัน : เมื่อก่อนแค่เบาๆ นะ ทุกวันนี้หนักกว่าอีก

แก้ม : ก็พี่แข็งแกร่งไง เดี๋ยวนี้พี่สตรองขึ้นเยอะแต่ไม่ใช่ว่าจิตใจพี่จะไม่เจ็บปวด พี่เจ็บแต่ก็แบบโอเคไม่เป็นไรเราจะเป็นเหมือนแบบเด็กดีค่ะเราจะตอบกลับด้วยสติปัญญาคือเราไม่ต้องใช้คำพูดที่หยาบคายหรือคำพูดที่ไปว่าเขาว่าเตี้ย ขาสั้นเราไม่ต้องพูดไงเขาว่าเราดำเราตัวใหญ่ขาใหญ่ตูดใหญ่อ้วนแล้วไงก็มันเรื่องจริง และก็รู้สึกว่าเราก็ไม่ค่อยชอบล้อปมคนอื่น

กัน : เนี่ยๆ ก็เป็นซะแบบเนี่ยจริงจังซะเครียดเลย เมื่อก่อนเจอแกล้งมีถึงขั้นร้องไห้เลยผมจำได้

แก้ม : ก็อสรพิษไงทั้งสามคน

กัน : งอนง้อเท่าไหร่ก็คือไม่มีทางที่จะยอม

แก้ม : สามอสรพิษนี้พี่โน่จะเป็นคนที่ชอบแกล้งมาก ก็อาจจะเป็นเพราะแก้มเป็นคนที่น่ารักแล้วก็สวยงาม

กัน : แต่ในสามคนเวลาที่แก้มโดนแกล้งผมก็เป็นคนที่มาปลอบพี่แก้มคนเดียวนะ

แก้ม : กันจะเป็นสายขอโทษง้อ ส่วนริทนี่จะนิดนึงแกล้งเสร็จจะไปยืนหัวเราะคิกๆ กับพี่โน่ร้ายกาจมากตอนแรกก็บอกว่าอยู่ฝั่งพี่แก้มแต่ร้ายสุดเลย พอรวมกันสามคนแต่ละคนน่ากลัวมาก

แก้มกันคู่ซี้ขี้น้อยใจ

แก้ม : จริงๆ แล้วการน้อยใจมันต้องนิสัยแก้ม แต่กันเยอะกว่าโอ้โหอย่าให้พูด เขานี่นะถ้าเกิดว่าไปรักคนอื่นกว่าเขานี่ไม่ได้เลยนะแต่ต้องสนิทกันนะเพราะกันจะไม่ใช่คนที่เปิดใจกับทุกคนและให้ใจกับทุกคนและต้องเป็นคนที่รู้จักเขาจริงๆ ว่าเขาเป็นคนยังไง

กัน : เอาแบบนี้ดีกว่าถ้าผมรักใครแล้วผมก็จะค่อนข้างคาดหวังความรักว่าทำไมเรารักเขามากแล้วเขาไม่รักเราหรอ แต่ผมรู้ว่าพี่แก้มรักผม ผมจะไม่ค่อยอะไรเรื่องความรักกับพี่แก้ม

แก้ม : ใช่หรอ แน่ใจหรอกัน

กัน : สมมติอย่างคนอื่นอย่างตั้ม

แก้ม : คือน้องๆ เรารู้จักกันมานานอย่างตั้มกับโดม โดมจะไม่ค่อยเท่าไหร่ปกติ แต่ตั้มเนี่ยเขาจะเป็นเด็กสังคมจะมีติดเพื่อนชอบเที่ยวเป็นเด็กอีกสไตล์นึง แต่เราสองคนนี้ไม่ใช่เป็นเด็กชอบอยู่บ้าน ตั้มเป็นเด็กออกนอกบ้านชอบปาร์ตี้ความสนุกสนานร้องเพลงเขาก็จะต้องมีเพื่อนอีกแก๊งค์นึงที่ออกไปเที่ยวเพราะเราไม่ได้เป็นแก๊งค์เที่ยว

กัน : แหม ทำเป็นเข้าใจเขาและก็มานอยด์ทีหลัง

แก้ม : เราเข้าใจมั้ยกัน

กัน : พี่นั่นแหละเข้าใจมั้ยน้องเขาก็ไม่ได้นึกในมุมของเราว่าเราจะคิดขนาดนี้

แก้ม : คือเราก็ไม่อยากให้น้องเขาไปแบบนั้นถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจะทำยังไง เพราะเราก็เป็นคนของประชาชนในมุมเราก็เป็นห่วง ใช่ว่าตรงนั้นที่เขาไปไม่ดีแต่ตรงนี้เราก็ทำให้ได้นะแต่อาจจะไม่ได้เฟี้ยวและเหี้ยวขนาดนั้นเราก็อยากให้เขาเจอแต่สิ่งดีๆ

แก้มกันบนสมรภุมิเดือดคอนเสิร์ต STAGE FIGHTER

แก้ม : ทางเอไทม์คงจะเห็นว่าเราตีกันได้นะคะ คือจริงๆ การที่เป็น STAGE FIGHTER ครั้งนี้แก้มว่าเขาไม่ได้มองว่ามันไม่ได้ไฟ้ว์กันที่การต้องต่อสู้กันแต่มันเป็นการที่ได้เห็นความสัมพันธ์ของพี่น้องและมาร้องเพลงด้วยกันและการมาสู้กันด้วยเพลงและไม่ได้สู้แค่การแผดเสียงใส่กัน ก็จะมีการเต้นการเอ็นเตอร์เทนที่จะได้เห็นจากคอนเสิร์ตครั้งนี้

กัน : และอีกสิ่งคือเราก็ดีใจมากครับที่ได้ร่วมงานกับพี่อีกหลายๆ คนที่มากประสบการณ์และก็เป็นตัวพ่อตัวแม่ของวงการบันเทิงไทยในการร้องเพลงทั้งนั้นและพวกเราก็คงได้มีโอกาสศึกษาวิชาในการเอ็นเตอร์เทนที่เขามีความไหลลื่นกันมาก และความสุขแน่นอนคือสิ่งที่ทุกคนจะได้ในการไปดูคอนเสิร์ตครั้งนี้และใครที่เป็นแฟนคลับของพวกเราและไม่เคยฟังพี่ๆ และคิดว่าไม่มีใครหรอกที่ไม่เคยฟังผมคิดว่าเขาต้องรอฟังวินาทีที่ๆ พี่เขาออกมา และก็คงได้รับความสุขจากการฟังเพลงแน่ๆ ส่วนเรื่องของความสนุกสนานมันจะเป็นการไขว้กัน อาจจะมีผมไปไขว้กับคนอื่นบ้าง หรือพี่แก้มเจอคนอื่นบ้าง

แก้ม : หรือว่าจะเป็นการร้องร่วมร้องหมู่ก็เป็นไปได้ ซึ่งก็คงจะมีอะไรอีกหลายๆ แน่นอนซึ่งคอนเสิร์ตจะมีสองรอบคือวันเสาร์ที่ 6 และวันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ ปีหน้าที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ แล้วเจอกันนะคะ


ขอบคุณภาพโดย : Sinsamoot

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!