สุดสงสาร เด็กหญิง 6 ขวบ พิการขาบิดงอ ไม่อยากถูกเพื่อนล้อ

สุดสงสาร เด็กหญิง 6 ขวบ พิการขาบิดงอ ไม่อยากถูกเพื่อนล้อ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

(3 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่ง บ้านหัวฝาย ต.บ้านจันทร์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เพื่อพบกับเด็กหญิงวัย 6 ขวบเศษ ป่วยพิการขาบิดงอผิดปกติ ทำให้เดินเหินไปมาไม่สะดวก รู้สึกเจ็บบางครั้ง อาศัยอยู่กับปู่ย่าที่มีฐานะยากจน เนื่องจากพ่อแม่แยกทางกันไปแล้ว

น้องพลอย ยังคงสดใสร่าเริงและเล่นกับเพื่อนๆ วัยเดียวกัน เหมือนกับเด็กทั่วไป แต่ความผิดปกติที่ขาข้างซ้ายของน้องพลอย ทำให้ต้องรู้สึกเจ็บปวดทรมานในบางครั้ง เนื่องจากมีอาการขาบิดงอ ความยาวและขนาดไม่เท่ากันทั้ง 2 ข้าง ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันไม่ค่อยสะดวก

นางคำหนัก ย่าของน้องพลอย เปิดเผยว่า พ่อแม่ของหลานไปทำงานที่ จ.ระยอง และได้คลอดน้องพลอยออกมา เมื่ออายุได้ 11 เดือน น้องมีอาการป่วยไข้ขึ้นสูงและชักเกร็งอย่างหนัก ต่อมาพบว่าขาข้างซ้ายเริ่มบวม คาดว่าน่าจะถูกสัตว์มีพิษกัดต่อย จึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาล แต่แพทย์ไม่พบร่องรอยใดๆ แต่ขามีอาการติดเชื้อจริง จึงทำการผ่าตัดเปิดบาดแผลไว้ราวๆ 1 เดือน

หลังจากผ่าตัดนำน้ำในแผลและทำความสะอาดแล้ว แพทย์จึงปิดปากแผลและอนุญาตให้กลับมาพักฟื้นที่บ้านได้ อาการของน้องพลอยก็เริ่มดีขึ้น แต่ต่อมาพ่อแม่ของน้องก็แยกทางกัน ตนจึงรับหลานกลับมาดูแลต่อที่ จ.อุดรธานี แรกๆ ขายังเป็นปกติ แต่กระทั่งช่วงน้องเริ่มหัดเดิน สังเกตว่าขาซ้ายเริ่มผิดปกติ มีอาการเจ็บ ตนนึกว่าเป็นเพราะแผลจากการผ่าตัด จึงไม่ได้คิดอะไรมาก

กระทั่งอาการเจ็บเริ่มหนักขึ้น จึงพาไปหาแพทย์ที่โรงพยาบาล แพทย์เอ็กซ์เรย์ตรวจสอบพบว่า ขาซ้ายมีอาการผิดปกติ มีน้ำหนองอักเสบที่กระดูกขา ก่อนนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาล จ.ขอนแก่น แพทย์ทำการผ่าตัดให้ เข้าเฝือกที่ขา 3 เดือน และต้องกลับมาเปลี่ยนเฝือกทุกๆ 3 เดือน ก่อนจะพบว่าขาซ้ายของน้องเริ่มสั้นผิดปกติ

ต่อมา น้องพลอย อายุได้ 2 ขวบ ขาซ้ายที่ผ่าตัดนั้น เริ่มบิดงอและสั้นลงอย่างเห็นได้ชัด แพทย์แจ้งว่าน้องอาการดีขึ้นแล้ว แต่ขา 2 ข้างของน้องจะไม่เท่ากัน ตนจึงพาไปตัดรองเท้าแบบเฉพาะ ปัจจุบันน้องยังไปเรียนได้ตามปกติ แม้จะมีอาการเจ็บขา เพราะการเดินและยืนนานๆ บางครั้งก็ร้องไห้กลับมา เนื่องจากถูกเพื่อนล้อ ทำให้ไม่อยากไปเรียนหนังสือ แต่เวลาอยู่ที่บ้านจะสดใสร่าเริงตามประสาเด็ก

อย่างไรก็ตาม น้องพลอย อาศัยอยู่กับปู่ย่า ที่ทำงานรับจ้างรายวัน หากต้องพาหลานไปโรงพยาบาลต้องมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แม้ว่าน้องจะมีเบี้ยคนพิการเดือนละ 800 บาท แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะค่าตรวจโรงพยาบาลเอกชน สูงถึง 2,000-3,000 บาท

นางคำหนัก ยังบอกว่า ลูกชายหรือพ่อของน้องพลอย ก็ยังคงส่งเงินมาให้บ้าง แต่ก็ไม่มากนัก ตนจึงอยากวอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ หรือผู้มีความรู้เพื่อรักษาอาการของน้องพลอย ให้ขาที่พิการให้กลับมาเดินได้ปกติ เนื่องจากตนเกรงว่า หากไม่มีปู่ย่าแล้ว คงไม่มีใครดูแลน้องพลอยต่อไป