เป้ วงมายด์ ยอมรับเป็นคนที่สาวตั้งกระทู้แฉ ยันเรื่องนี้ หมิว ไม่เกี่ยว

เป้ วงมายด์ ยอมรับเป็นคนที่สาวตั้งกระทู้แฉ ยันเรื่องนี้ หมิว ไม่เกี่ยว
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากที่มีบุคคลปริศนาโพสต์แฉ นักร้องหนุ่ม ที่อ้างตัวว่าเป็นแฟนเธอ ไปแอบสานสัมพันธ์กับดาราสาววิกหลากสี ทั้งๆ ที่กำลังคบหาดูใจกับเธออยู่นั้น ชาวโซเชียลฯ ก็ต่างสืบหาข้อมูลว่านักร้องหนุ่มคนนั้นเป็นใคร ล่าสุด "เป้ บดินทร์" หรือ "เป้ วงมายด์" ก็ได้ออกมาแถลงข่าวถึงกรณีที่คนต่างโยงว่า นักร้องหนุ่มคนนั้นเป็นตนให้ฟังว่า...

"เรื่องกระทู้ที่เกิดขึ้นเมื่อสองวันที่ผ่านมา เป็นเรื่องของผมเองครับ ผมยอมรับ น้องพิง เราคบกันมาสักพักหนึ่ง และเราก็ตัดสินใจว่าจะเลิกกันเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งจะด้วยเหตุผลอะไรผมขอไปคุยกับเขาเอง แต่เรื่องที่เกี่ยวกับกระทู้ คงเป็นเรื่องที่มีผู้หญิงคนใหม่เข้ามา และอาจจะมีเรื่องของเพื่อนเก่าของผมอย่าง หมิว สิริลภัส เข้ามาด้วย"

"ผมอยากจะบอกตรงนี้เลยว่า จริงๆ แล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับมือที่สามเลยสักอย่างเดียว คือผมกับพิงเลิกกันเพราะเรื่องส่วนตัว ก่อนหน้าที่จะมีหมิวเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องอะไรพวกนี้ เราก็คุยกันว่าเราจะเลิกกันอยู่แล้ว แต่จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ผมขอรับผิดไว้ฝ่ายเดียว ความเสียหายความสูญเสียทั้งหมดผมขอรับไว้คนเดียว ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับหมิวเลย ทั้งสองคนไม่ผิด ผมทำให้ทุกอย่างมันพังเอง ผมรับผิดชอบเองครับ"

"ผมอยากจะขอให้ ทุกๆ คนเข้าใจตรงกันก่อนอันดับแรก เรื่องนี้มันเกิดขึ้นระหว่างผมกับพิงสักพักแล้ว คือหลายคนอาจจะมองผ่านทางโซเชียลหรืออะไรก็ตาม คือแน่นอนไม่มีใครอยากจะเอาสิ่งที่ไม่ดีในบ้านออกมาให้คนอื่นไดัรับรู้ แต่การที่เราอยู่ในที่แจ้งแบบนี้ มีไฟส่องหน้า ภาพที่ดีมันเป็นสิ่งสำคัญครับ ผมอยากเห็นทุกๆ คนมีความสุข เราทั้งคู่อยากให้ทุดคนมีความสุข นั้นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงเอาสิ่งดีๆ ออกมา เรื่องไม่ดีเราไม่เคยเอามาพูด ซึ่งสิ่งที่ทุกคนอยากจะได้จากผม พิง และคนอื่นๆ คือความสุข นั้นคือเหตุผลที่ผมไม่อยากเอาเรื่องแย่ๆ ออกมา"

"เรื่องที่พิงออกมาโพสต์ผมไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น อาจจะเป็นเพราะเขาโกรธก็ได้หรืออะไรก็ตามผมขอไม่พูดถึง ซึ่งมันจะเป็นอารมณ์หรืออะไรก็ตาม ตอนนี้มันเกิดขึ้นมาแลัวผมขอรับผิดชอบ ผมเป็นคนบอกเลิกพิงเอง แต่เหตุผลหรือสาเหตุผมขอไปคุยกับพิงเอง และตั้งแต่เรื่องออกมาผมยังไม่ได้คุยกับพิงเลยเพราะเรื่องราวมันค่อนข้างจะร้ายแรงมาก เห็นในกระทู้ก็รู้เลยว่าเขาโกรธมาก ผมเชื่อว่าถ้าไปคุยตอนนี้มีแต่ทะเลาะกันแน่ๆ ก็เลยคิดว่าหลังจากนี้คงจะไปเคลียร์กันเมื่อพร้อม ยังไงก็ต้องไปเคลียร์แน่นอนครับ ช่วงเวลาบอกเลิกผมขอไม่พูดถึง แต่ขอบอกระยะเวลาที่คบกันปีกว่าๆ ก็ระหองระแหงกันตามคู่ปกติ แต่ครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดแค่นั้นเอง"

"จริงๆ ต้องบอกว่าความรู้สึกแรกที่ผมเห็นกระทู้ ผมว่าต้องมีใครรับผิดชอบคนหนึ่งอยู่แล้ว ซึ่งผมไม่สนว่ามันจะเกิดจากสาเหตุอะไรก็ตาม ถ้าเป็นผมที่โดนบอกเลิกแบบนั้น ผมก็เสียใจเหมือนกัน ดังนั้นผมจะไม่หาเหตุผลอะไร ขออนุญาตรับไว้เอง และที่คนวิจารณ์ว่าผมบอกเลิกแฟนต่อหน้าเพื่อน ผมว่าไม่ว่าจะบอกเลิกแบบไหนมันก็เจ็บเหมือนกันครับ ผมบอกเลิกเขาทางโทรศัพท์ และมันพูดไปแล้ว ผมรับผิดชอบในคำพูดผม มันก็ใช่อย่างที่เขาพูดว่าผมอยู่ในรถตู้กับเพื่อน"

"ผมเสียใจที่ผมดูแลเขาได้ไม่ดีพอ ผมเสียใจที่ผมรับปากว่าจะดูแลเขาให้ดีแต่ผมทำไม่ได้ แม้กระทั่งคุณแม่เขา ผมขออนุญาตขอโทษไว้ตรงนี้เลย ผมเคยรับปากไว้ว่าจะดูลูกสาวเขาให้ดี แต่วันนี้ผมทำไม่ได้ ขอให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นวันนี้ เเป็นผมคนเดียวที่รับผิดแล้วกัน ผมขอให้ลูกสาวคุณแม่เจอแต่สิ่งที่ดี เจอแต่คนที่ดีต่อจากนี้ไปครับ"

ส่วนผลกระทบที่น่าจะเกิดขึ้นกับดาราสาว หมิว สิริลภัส นั้น หนุ่มเป้ ให้สัมภาษณ์ว่า "พอกระทู้ออกมาก็เห็นคนในโลกโซเชียลเข้าไปโจมตีในกระทู้เยอะมาก ตัวผมเองก็มีคุยกับหมิว ตัวเขาเองก็ค่อนข้างแย่พอสมควร ผมก็อยากจะพูดตรงนี้เหมือนกันว่า เป็นเรื่องผมกับพิง ตัวหมิวเองผมบอกตรงนี้เลยว่า ถ้าใครได้เห็นในแชทไลน์ที่หลุดไป ที่ผมบอกผมจะเข้าไปหาหมิว ผมเข้าไปเอง เข้าไปในสถานะของเพื่อน เพื่อปรึกษาว่า ผมทะเลาะกับแฟนผมแบบนี้ ผมจะต้องทำยังไงให้แฟนกลับมาคืนดีกับผม"

"หมิวเป็นผู้หญิงผมเชื่อว่า หมิวน่าจะเข้าใจอารมณ์ผู้หญิงมากกว่าผม แต่สุดท้ายถูกตีความแบบนี้ คนที่เป็นจำเลยก็คือหมิว ซึ่งสถานะจริงๆ ของเราเป็นเพื่อนกัน และตอนนี้ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ ช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ถ้าใครติดตามในโลกโซเชียลจะรู้ว่า หมิวมีแฟนของเขาอยู่แล้ว ตัวผมเองก็เหมือนกัน ได้เปิดตัวชัดเจนว่ามีพิง เพราะฉะนั้นมันก็ตอบคำถามชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งช่วงหลังๆ ที่ผ่านมาผมไม่ได้สนิทกับ หมิว มากเป็นพิเศษ จนเขาเข้าใจผิด แต่อาจจะเป็นเพราะปัญหาที่ผมกับแฟนมีอยู่แล้ว ซึ่งพิงกับหมิวต่างรู้สถานะกันอยู่แล้วว่าใครเป็นใคร แต่เพียงไม่เคยคุยกัน"

"และที่หลายคนจับผิดเรื่องภาพและเราเช็คอินใกล้ๆ กัน คือต้องเข้าใจก่อนนะครับว่าบ้านผมเป็นสตูดิโอ คนจะเข้าออกตลอดเวลาอยู่แล้ว และบ้านผมไม่มีห้องประชุม ถ้าจะคุยงานต้องมาคุยในห้องนอนผมทุกคน และทุกคนก็จะเป็นแบบนี้ครับว่าเข้ามาในห้องนอนเป้ขอถ่ายรูปหน่อย ไม่ใช่หมิวคนเดียวครับที่มีรูปในห้องนอนผม บางครั้งที่หมิวเข้ามาต้องเข้าใจก่อนครับว่า หมิวอยู่กับครอบครัววงมายด์มานานมาก เขาเป็นเพื่อนกับหลายๆ คนในวงของเรา บางทีเขาไมีได้เข้ามาหาผมครับ เขาเข้ามาเพื่อนของเขาหลายคนที่อยู่ในบ้านผม บ้านผมอยู่กันหลายคนครับ ไม่สามารถที่จะไปห้ามใครเข้ามาได้ ก็ให้ดูแลกันเองดีๆ แล้วกัน ผมไม่เคยทำอะไรที่ล่อแหลมอยู่แล้วเพราะผมรู้ตัวดีว่าผมมีแฟนครับ"

"ส่วนการแชร์สเตตัสในเวลาใกล้กัน ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นฟีดของแต่ละคน ที่พอเวลาแชร์ออกมาแลัวจะเจออะไรคล้ายๆ กัน คิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้นมากกว่า ไม่มีอะไรครับ และตอนนี้ที่มีข่าวผมกับหมิวออกมา ถามว่าผมจะต้องห่างกันไหม ผมมองว่าวันนี้ที่ผมออกมาผมอยากจะมากช่วยเพื่อนผมคนหนึ่ง ที่ตอนนี้เหมือนเป็นจำเลยของสังคม เราก็มีการพูดคุยกัน แต่ผมไม่ได้ออกมาปกป้องหมิวเพียงคนเดียว ผมปกป้องพิงด้วย เพราะเขาทั้งคู่เป็นผู้หญิง เสียหายมากกว่าผมอยู่แล้ว"

"ผมเองอย่างดีก็แค่โดนว่าเป็นผู้ชายเจ้าชู้ อย่างน้อยถ้ามันจบที่ผมเองผมก็รับได้ แต่ผมเป็นห่วงพิงมากกว่าที่พูดอะไรออกไปแล้วไปโทษว่าเขาทำทุกอย่างพังมันคงไม่ดี เพราะผมเป็นคนที่ทำทุกอย่างพังเอง เพราะฉะนั้นผมไม่ได้ปกป้องใครทั้งนั้น มันไม่ได้เกิดจากเขาทั้งสองคนแต่มันเกิดจากผู้ชายเจ้าชู้เพียงคนเดียว ผู้ชายแต่ละคนมีความเจ้าชู้อยู่แล้วแต่มันอยู่ที่แต่ละคนจะเก็บไว้ได้มากแค่ไหน แค่ผมไปปรึกษาเพื่อนผู้หญิงตอนมีปัญหากับแฟนก็ถูกมองว่าเจ้าชู้แล้วครับ"

เมื่อถามถึงกรณีที่ แก้ม กวินตรา ออกมาโพสต์ปกป้อง ฝ่ายหมิว ยิ่งตอกย้ำเรื่องสถานะที่ถูกสังคมมองว่าเป็นมากกว่าเพื่อน หน่มเป้ ชี้แจงว่า "อันนี้ผมก็ยังไม่ได้อ่านข้อความเขา ส่วนใหญ่ผมจะอยู่แต่สเตตัสของผม พิงและหมิว ซึ่งผมมองว่าเป็นการให้กำลังใจของเพื่อนมากกว่า ส่วนผมก็ย้ำคำเดียวเสมอ ต่อให้ไปถามหมิว ผมเขื่อว่าเขาก็จะพูเคำเดียวกับผมว่าเราเป็นเพื่อนกัน ตอนนี้ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ มันไม่เกี่ยวข้องเลยว่าจะต้องเป็นอะไรมากกว่านั้น"

"ข่าวที่เกิดขึ้น มันก็ทำให้ผมมียอดผู้ติดตามเพิ่มขึ้น ส่วนกระแสด้านลบมันมีอยู่แล้ว แต่คนที่วิจารณ์ผมไม่รู้จักเขาเลย และผมเชื่อว่าเขาคงไม่รู้จักผมเหมือนกัน ผมไม่เป็นไรนะ ผมเชื่อว่าถ้าชีวิตผม เรื่องของผมมันทำให้คุณมีความสุขได้ ผมก็ขอให้ทุกคนมีความสุขกับเรื่องที่ผมนำเสนอแล้วกัน โซเชียลมันก็คือดาบสองคน ถ้าเลือกได้ผมก็อยากให้มีแต่สิ่งดีๆ เกิดขึ้น แต่พอมันมีเรื่องเสียๆ เกิดขึ้น ผมก็ต้องออกมายอมรับครับเพราะทุกสิ่งทุกอย่างผิดที่ผมเองผมอยากให้ทุกอย่างจบลงวันนี้ ไม่อยากให้ยืดเยื้อต่อไป และไม่อยากให้มีใครต้องเดือดร้อนเพราะเรื่องของผม"

"สุดท้ายผมอยากขอแจงเรื่องแฟนคลับวงมายด์ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของผมคนเดียว ไม่เกี่ยวกับเพื่อนของผมหรือวง ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นผลงานอะไรก็ตาม ใครที่ชอบผลงานของวงผมก็ขอให้ติดตามต่อไป อย่าเอาเรื่องนี้มารวมกัน คนที่ทำผิดพลาดคือผมคนเดียว ผมขอโทษ ผมยืนยันว่าไม่ได้สร้างกระแสเพื่อโปรโมทผลงานใหม่ ผมก็ขอโทษที่ทำให้ทุกคนเดือดร้อน ทั้งสื่อมวลชน พีอาร์ และขอโทษพิงแฟนผมด้วย ซึ่งผมอยากดูแลเขาให้ดีกว่านี้ แต่สุดท้ายผมก็ทำให้เขาหลุดมือไป"

"เรื่องของหมิว ผมขอยืนยันตรงนี้อีกทีครับ ว่าไม่มีอะไรจริงๆ เราเป็นเพื่อนกัน อนาคตจะเป็นยังไงต่อไปผมไม่รู้จริงๆ ผมยังไม่เคยคิดเลยว่า จะมีวันที่ผมมาแถลงข่าวเลิกกับแฟนต่อหน้าสื่อ อะไรก็เกิดขึ้นได้จริงๆ ครับ และหลังจากนี้มีฟีตแบคอะไรกลับมา ผมไม่เป็นอะไรครับ ถ้าเขายังโกรธอยู่ มันเป็นผลมาจากความผิดของผมเอง ผมเป็นผู้ชายผมรับได้ ไม่กลัวว่าคนจะมองในอนาคตผมกับหมิวจะพัฒนาความสัมพันธ์กัน แล้วถ้าผมกลับมาดีกับพิงล่ะ มันก็เป็นเรื่องของคนสองคนมากกว่า ไม่อยากให้มองแบบนั้น"

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!