11 กันยายน ฝันร้าย..วันมหาวิปโยค 14 ปียังเหมือนแผลเป็น

11 กันยายน ฝันร้าย..วันมหาวิปโยค 14 ปียังเหมือนแผลเป็น
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

11 กันยายน 2544 กลายเป็นวันที่ทั่วโลกต่างขนานนามให้ว่า "วันมหาวิปโยค" กับเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นใจกลางมหานครนิวยอร์ก เมื่อเปลวเพลิงขนาดใหญ่กำลังถาโถมอยู่ที่ อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ช่วงเช้าตามเวลาในท้องถิ่น

ถึงแม้เหตุการณ์ดังกล่าว จะผ่านพ้นไปแล้วถึง 14 ปี แต่ภาพความเสียหายจากเหตุดังกล่าว ยังคงเป็นเหมือนรอยแผลเป็นที่จะยังคงติดอยู่ในความทรงจำของผู้คน โดยเฉพาะชาวอเมริกันที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ ชีวิตบางคนเปลี่ยนไปเพียงแค่วันเดียว

ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เริ่มต้นจากเวลา 08.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น เครื่องบินอเมริกันแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 11 บินพุ่งชนอาคารเหนือ เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ท่ามกลางสถานการณ์ที่สับสนวุ่นวาย ต่อมาอีกเพียงไม่กี่นาที เวลา 09.03 น. เครื่องบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 175 พุ่งชนอาคารใต้ เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และเกิดการระเบิด

อีกราวๆ 40 นาทีต่อมา เวลา 09.43 น. เครื่องบินอเมริกันแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 77 พุ่งชนใส่อาคารเพนตากอนที่รัฐวอชิงตัน ดี.ซี. เกิดเหตุเพลิงไหม้และมีรายงานความเสียหาย เวลา 10.05 น. อาคารใต้ เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ เกิดยุบตัวและพังถล่มลงมา เพียง 1 ชั่วโมงหลังจากเกิดการพุ่งชน

เวลา 10.10 น. ทางการสหรัฐได้รับแจ้งว่า ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 93 ประสบเหตุตกที่รัฐเพนซิลวาเนีย ซึ่งเชื่อว่ามีผู้ก่อการร้ายอยู่บนเที่ยวบินนั้น และมีเป้าหมายเป็น อาคารรัฐสภา หรือ ทำเนียบขาว เวลา 10.28 น. อาคารใต้ เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ได้พังถล่มลงมา เกิดฝุ่นหนาทุบปกคลุมใจกลางมหานครนิวยอร์ก

จากเหตุการณ์ในวันมหาวิปโยค สร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงให้กับสหรัฐอเมริกา ระบบเศรษฐกิจทั่วโลกต่างหยุดชะงักตามไปด้วย ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวมากกว่า 3,000 คน ยังคงสูญหาย 24 คน อีกทั้งยังเป็นชนวนที่ก่อให้เหตุการสู้รบและกำจัดกลุ่มก่อการร้าย "อัลกออิดะห์" ที่ถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังเหตุดังกล่าว

14 ปีที่ผ่านไป เหตุการณ์ยังคงเป็นภาพความทรงจำที่เตือนใจคนรุ่นหลัง ความสูญเสียและโศกนาฏกรรมครั้งนี้ล้วนเกิดขึ้นจากความคิดและน้ำมือของมนุษย์ คำว่า "ผู้ก่อการร้าย" ยังคงวนเวียนและตามหลอกหลอนผู้คนทั่วโลกมาตลอดทศวรรษ และเรายังคงเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาความขัดแย้งและสงครามสู้รบ ผลพวงจากเรื่องในอดีต ได้ส่งผลต่อเนื่องถึงปัจจุบัน และยังเป็นส่วนหนึ่งของขับเคลื่อนทิศทางของอนาคตด้วย

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!