ออฟฟี่ แม็กซิม อัดคลิปขอโทษ-รับแชทหลุด แต่ไม่ได้แย่งแฟนเน็ตไอดอล

ออฟฟี่ แม็กซิม อัดคลิปขอโทษ-รับแชทหลุด แต่ไม่ได้แย่งแฟนเน็ตไอดอล
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากที่มีประเด็นร้อนๆ กรณี "พริตตี้ชื่อดัง" แย่งแฟนหนุ่ม "เน็ตไอดอล" ยอดวิวระดับล้าน จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ มีการนำเอาข้อมูลข้อความแชทไปเผยแพร่ ตั้งเป็นกระทู้บนเว็บไซต์ชื่อดัง ทำให้ "นักสืบพันทิป" ออกปฏิบัติการสืบสวนราวเรื่องกันยกใหญ

ล่าสุด พริตตี้สาวชื่อดัง ที่ถูกกล่าวหาว่าน่าจะเป็นหนึ่งในคู่กรณีจากประเด็นดังกล่าว ได้ออกมาเคลื่อนไหลและชี้แจงแล้ว นั่นก็คือ "ออฟฟี่ อรวรรณ" หรือ ออฟฟี่ แม็กซิม พริตตี้และนางแบบสาวเซ็กซี่ดาวรุ่ง ที่เธอได้โพสต์คลิปวิดีโอแถลงชี้แจงผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Orapan Dansiriwattanakun

สำหรับคลิปวิดีโอดังกล่าว ปรากฏภาพของ สาวออฟฟี่ กับชายหนุ่มที่ระบุว่าชื่อ "เอ็ม" ที่ต่างตกเป็นคู่กรณีในประเด็นฉาวดังกล่าว คลิปความยาวประมาณ 13 นาที ได้ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ต่างฝ่ายยอมรับว่าเคยมีความสัมพันธ์กันจริง แต่ปัจจุบันเลิกรากันไปแล้ว

"นี่คือความจริงทุกประการ ออฟฟี่ผิดเองค่ะ ยอมรับผิดค่ะ!! แชทที่หลุดไปเป็นแชทที่อยู่ในสถานะเลิกกันไปแล้ว ตอนนี้มันเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลนะคะ ตอนนี้ฟังคำขอโทษและความจริงจากเราสองคนนะคะ ปล. เราสองคนโตมากแล้ว อีกอย่างนะคะ ที่ด่ากันเพราะคิดว่าไปแย่ง ฟังอีกทีจากปากนะคะ ขอโทษจากใจจริงๆ ค่ะ ความจริงคือความจริง ใครจะไม่พอใจที่พูดความจริงต้องขอโทษด้วยนะคะ แต่ทุกอย่างออฟฟี่ทำดีที่สุดแล้วค่ะ ออฟฟี่ก็คนธรรมดาคนนึงค่ะ ไม่เคยทำชั่ว ครั้งนี้มีส่วนผิด ทำผิดยอมรับผิดค่ะ แต่ทุกอย่างมีเหตุผลและถูกต้องทั้งหมดคะ ขอโทษถ้าไม่ถูกใจใครนะคะ จะด่าจะว่าอะไรตามสบายคะ นี่คือความจริงจากใจค่ะ!!! ขอโทษจริงๆ ค่ะ จากใจ"

ทั้งนี้ ในคลิปวิดีโอดังกล่าว สาวออฟฟี่ยังอธิบายว่า ไม่ได้เป็นฝ่ายแย่งชายหนุ่มมาจากเน็ตไอดอลสาวตามที่ถูกกล่าวหา หากแต่ฝ่ายชายต่างหากที่ได้เลิกเรากับแฟน ก่อนจะมาหันมาคบหากับตนเอง พร้อมกับขอโทษแฟนคลับที่ติดตามผลงานที่ทำให้ผิดหวังกับกรณีนี้

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ภายหลังจากคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง สาวออฟฟี่ ก็ทำการลบคลิปวิดีโอนี้ออกไปจากหน้าเฟซบุ๊กด้วยเอง และยังคงมีแฟนๆ ที่ออกมาให้กำลังใจและตำหนิในการกระทำครั้งนี้ของเธอไปต่างๆ นานา รวมทั้งยังเริ่มมีการสร้างเพจเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม แอนตี้และต่อต้านการกระทำของสาวออฟฟี่ แล้วด้วย

ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @maxim_aoffy