บทเรียนความรัก! แตงโม ภัทรธิดา กับลมหายใจครั้งใหม่

บทเรียนความรัก! แตงโม ภัทรธิดา กับลมหายใจครั้งใหม่
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

แตงโม ภัทรธิดา ถ้าย้อนเวลากลับไปเดือนกว่าๆ ชื่อของเธอนั้นปรากฎกลายเป็นข่าวใหญ่ช็อกวงการกับเหตุการณ์ทำร้ายตัวเองซึ่งสาเหตุนั้นเกิดจากความผิดหวังใน ความรัก จึงทำให้เธอเกิดความคิดที่ผิดชั่ววูบจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานาในสังคมอย่างหนักหน่วง และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ สาวแตงโม ได้เปิดใจว่าเธอนั้นได้ก้าวข้ามผ่านมรสุมลูกใหญ่จนสภาพจิตใจและร่างกายกลับมาเข้มแข้งอีกครั้งแม้จะยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อยก็ตาม

สัปดาห์นี้ทีมข่าว Sanook! News จึงอยากนำตัวเธอมาพูดคุยถึงเรื่องราวชีวิตฟ้าหลังฝนที่ก้าวผ่าน ความเป็นความตาย มาแล้วนั้นเธอบอกกับเราว่า ความเชื่อในพระเจ้า คือสิ่งที่เธอใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจจึงทำให้มีลมหายใจครั้งใหม่ดำเนินชีวิตต่อไปข้างหน้าได้อีกครั้ง รวมถึงประเด็นเรื่องของอดีตคนรักอย่างหนุ่ม โตโน่ ภาคิน ที่แม้จะเลิกราต่างฝ่ายต่างไปใช้ชีวิตของตัวเองแล้วนั้นแต่เธอก็ยังคงรักแบบสุดหัวใจเป็นเพราะอะไรเราจะพาคุณไปพบคำตอบจากปากเธอแน่นอน!!

นาทีแห่งความเป็นความตาย

"เป็นเพราะช่วงนั้นโมลืมพระเจ้า เราเอาตัวเองเป็นที่ตั้งพอเรารู้สึกเราผิดหวังในสิ่งที่เราเอาความหวังเราไปแขวนไว้ ในที่ๆ ใช่แต่ไม่ใช่ที่สุดมันก็เกิดความผิดหวัง เราก็เลยรู้สึกว่าเราไม่มีคุณค่าบนโลกใบนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วพอเราดึงตัวเองออกมาพอเรารอดตาย เราลืมตาขึ้นมาเรารู้สึกผิดต่อพระเจ้ามากๆ เพราะโมเป็นคริสเตียนตั้งแต่เด็กเลยมีความเชื่อเรื่องพระเจ้าค่ะ พระเจ้ารักและเห็นเรามีค่าน่ารักในสายตาพระเจ้าเสมอไม่ว่าเราจะเป็นบาปแค่ไหน เราก็รู้สึกว่าเราทำแบบนี้ลงไปได้อย่างไง พระเจ้าปั้นเรามากับมือแท้ๆ แต่เรากับไปทำลายสิ่งที่เขาปั้น มันก็เลยรู้สึกว่าไม่ได้แล้วล่ะ

เราต้องรีบฟื้นเพราะว่าคนที่มาศรัทธาในพระเจ้าผ่านโมมันก็เยอะ แล้ววันนี้โมมาล้มซะเองความศรัทธาของคนเหล่านั้นก็ยิ่งหลุดไป ฉะนั้นจึงต้องรีบฟื้นรีบให้อภัยตัวเองเป็นสิ่งสำคัญเพราะว่าถ้าพระเจ้าให้อภัยเราแต่เราไม่ให้อภัยตัวเองเราจะเดินหน้าต่อไปกับพระเจ้าไม่ได้ เราจะไม่เต็มที่ทำอะไรเหมือนเป็นคนมีชะงักติดหลัง เราต้องให้อภัยตัวเองปลดปล่อยตัวเองออกจากคุกของเรา ถึงเราจะผิดเราจะบาปแต่ถ้าเรามัวแต่โทษตัวเองมันจะไม่เติบโตในพระเจ้า เราต้องรู้ว่าการที่เราอยู่บนโลกใบนี้พระเจ้าไม่ได้ส่งเราเสวยสุข แต่พระเจ้าส่งเรามาทุกข์บ้างสุขบ้างค่ะ"

สภาพจิตใจหลังผ่านมรสุมชีวิต

"ยังไม่เต็มร้อยค่ะ มีอยู่แค่ประมาณ 70 % ก็ถือว่าเยอะมากเมื่อก่อนโมมองว่าตัวเองอ่อนแอถึงขั้น 40% มีความแข็งแรงไว้ที่ตัวแค่ 40 % อีก 60 % ไว้ที่อื่นหมดเลยไว้ที่คนรักทั้งหมด แต่ตอนนี้เรากลับมาแขวนไว้ที่พระเจ้า 70 % ก็ว่าได้ อีก 30 ยังเป็นมนุษย์ ซึ่งประคองไว้ให้ไม่ต่ำกว่า 70 ก็เก่งมากแล้ว แต่ถ้าจะให้สูงไปกว่านั้นได้ก็ยินดีแล้วแต่พระเจ้า รวมถึงเรื่องความรักก็เป็นที่พระเจ้าเช่นกัน โมเชื่อว่าถ้าเราเติบโตในพระเจ้าถ้าโมแข็งแรงพอแล้วที่จะกลับไปอยู่กับสามีได้เหมือนเดิม และโมก็เชื่อว่าถ้าพระเจ้าเลือกให้แล้วพระเจ้าก็คงพาให้เรากลับมาเจอ โมเชื่อถึงขั้นนั้นโมถึงไม่เปิดใจให้กับคนอื่นโมจะไม่ทำอะไรให้มันมีอุปสรรคในการที่เขาจะกลับมาไม่ได้ โมรักมากไม่เท่ากับโมเชื่อในพระเจ้าเลือกให้แล้วโมเชื่อในสิ่งนี้มากกว่า"

สะท้อนความเป็นความตายเพื่อเตือนใจคน

"อยากจะให้เปิดใจกับการมีศาสนาและมีธรรมะในใจไม่ว่าจะศาสนาอะไรที่คุณนับถือ โมอยากให้ทุกคนยอมรับด้วยว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตนมันไม่ได้ เพราะกำลังและความสามารถสติปัญญาของเรามันมีขีดจำกัดเราไม่ได้เกิดมาเป็นยอดมนุษย์ เราไม่ใช่คนที่เก่งไปทุกเรื่องยิ่งสังคมไทยเรื่องเศรษฐกิจก็น่าปวดหัว บางครอบครัวถึงกับฆ่าตัวตายยกครัวเพราะเป็นหนี้สินบางทีน้ำเงินมันฆ่าเราได้ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเรามีหลักยึดที่ดีเราก็จะมีการวางแผนการใช้ชีวิต ถ้าเรามีสิ่งที่ดียึดติดอยู่ในใจเราจะเริ่มต้นได้สวยและปลายทางเราก็จะจบสวยไม่จำเป็นต้องเริ่มอย่างเร่งรีบไปจบเอาแบบฉุกละหุกค่ะ"

ความเชื่อมั่นในพระเจ้าอาจถูกมองว่าเพี้ยน

"โมเชื่อในการไม่เหยียดศาสนาของคนไทย จะให้โมพูดปกป้องตัวเองจากการที่คนจะคิดว่าโมหลุดไปแล้วเพี้ยนไปหรือเปล่า โมยอมปล่อยให้คิดนะเพราะโมถือว่าโมหลุดในศาสนาดีกว่าโมไปหลุดกับอย่างอื่นที่ไม่มีการยอมรับในสังคม ถ้าโมไปหลุดกับวัตถุค่านิยมอื่นๆ บ้าเงิน บ้าอำนาจ โมว่าโมยอมหลุดกับพระเจ้าดีกว่า วัตถุเราหลงได้แต่ก็ต้องเตือนใจตัวเองเอาแค่พอเป็นความสุขทางใจทางโลกเล็กๆ น้อยๆ แต่อย่าไปทุ่มเทสิ่งชั่วคราวมันไม่ได้ยั่งยืนและค่าของเราก็ไม่ได้วัดที่ตรงนั้น"

ความรักฝังใจกับรอยสักที่ไม่อาจลบเลือน

"การสักก็ไม่ใช่เรื่องดี สักก็ถือว่าบาปนะ ร่างการคือพระวิหารของพระเจ้า แต่เราไปสักมันมีช่วงนึงที่เราไม่ได้สนิทกับพระเจ้าแต่เราสาระแนไปสักกันเอง แต่ว่าพระเจ้าอนุญาตให้มันเกิดขึ้นเพราะมันเป็นชื่อเราชื่อเขา และทุกวันนี้ใจของเราสองคนไม่มีใครคิดจะลบมันออกไป โมยังรักที่จะมีชื่อเขาอยู่ในตัวโมเขาก็รักที่จะมีชื่อเราอยู่ในตัวเขา โมคิดว่ามันเป็นสัญญาณที่ดี โมเชื่อว่าพระเจ้ากำลังให้บททดสอบเหมือนตอนแกอยู่คู่กันโมทำเรื่องนี้ไม่ดีนะ โมต้องไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โมถึงจะได้เขากลับมาหรือเขาจะกลับหรือไม่กลับแต่การที่เราดีขึ้นแล้วก็ดีสำหรับตัวเราเอง และดีสำหรับคู่ชีวิตคนต่อไป"

ความรักทำให้ชีวิตกลับคืน

"โมยอมรับว่าตอนที่โมเป็นลูกแกะหลงหายโมกลับเข้ามาหาพระเจ้าได้ก็เพราะโตโน่ เพราะว่าถ้าไม่เกิดการแต่งงานโมไม่มีโอกาสเข้าโบสถ์แน่ๆ เพราะโมห่างจากโบสถ์มาเป็นสิบๆ ปีเพราะว่าความเหลิงเข้าวงการบันเทิงแล้วมันมีทุกอย่างชื่อเสียง เงินทอง แต่เรากลับลืมไปว่าทุกสิ่งที่เรามีได้เพราะพระเจ้าเป็นผู้ให้ทั้งนั้น โอกาสอะไรต่างๆ สิ่งที่ไม่คาดฝัน ความสามารถเราก็พระเจ้าประทานให้แต่เรากลับดันลืมไป พอมาเจอกลับโตโน่ โน่ก็ยังไม่รู้จักกับเราอยู่ดีๆ ก็มารักเราและอยากแต่งงาน หลายๆ อย่างมันไม่มีเหตุผล เธอจะมารักฉันได้ไงเธอยังไม่รู้จักนิสัยฉันดีพอเลย

แต่พระเจ้าเลือก พระเจ้าเลือกผ่านโตโน่ โตโน่ถามว่าจะแต่งงานต้องทำยังไง โมบอกว่าศาสนาโมต้องเข้าโบสถ์นะ ต้องเป็นคริสเตียนก่อน โตโน่ยอมแบบไม่มีเหตุผล ด้วยความรักที่พระเจ้าให้ที่โตโน่มีต่อเรา เราเลยรู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนคริสนะแต่เขายอมเปลี่ยนศาสนาเราละอายแก่ใจ เรามาก่อนเราเป็นคริสเตียนมาก่อนทำไมเราถึงไม่เข้าหาพระเจ้า ทำไมกลายเป็นเขาที่เข้าหาพระเจ้ามากกว่าเราซะอีก ความละอายมันเกิดฉะนั้นเราก็ต้องกลับเข้ามาหาพระเจ้า โมเลยขอบคุณพระเจ้าที่ส่งโตโน่มาเพื่อให้โมได้กลับไปคืนดีกลับพระเจ้า"

ก้นบึ้งหัวใจลึกๆ ฝากถึง โตโน่ ภาคิน

"รักอยู่เต็มหัวใจเลยค่ะ ไม่ใช่ความหลงอย่างที่บอกโมเชื่อว่าพระเจ้าเลือกสิ่งที่ดีที่สุดมาให้เรา และตัวโน่เองก็เป็นคนที่ดี โน่ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรเลย โน่เป็นคนดี เขาเป็นคนที่แบบพ่อเสียก็ประคับประคองชีวิตแม่น้อง และโน่เป็นคนที่ลักษณะนิสัยเหมือนคนในไบเบิ้ลหลายลักษณะนิสัย ความซื่อสัตย์ ความกตัญญู ความอ่อนน้อมถ่อมตนค่ะ"

บทเรียนรักครั้งยิ่งใหญ่

"โมอยากจะแก้ไขตรงนี้ให้มันเร็วแต่มันก็เป็นไปไม่ได้ เราจะทำให้ดีที่สุดคือเราจะประคับประคองชีวิตของเราให้ดีอย่าลงลืมพระเจ้าอีก ขอให้มีสติปัญญาของพระเจ้าในตัวเราตลอดเวลา พระเจ้าก็จะประทานสิ่งดีๆ ให้เราเองแม้เราจะเป็นลูกที่ไม่น่ารัก พระเจ้าก็จะบอกว่านี่แหละคือสิ่งที่เหมาะสมสำหรับเราแล้ว เพราะว่าถ้าเราไม่ผ่านเรื่องนี้เราก็จะไม่โต ถ้าโมไม่ผ่านเหตุการณ์ฆ่าตัวตายโมก็ไม่โต โมก็จะไม่ย้ายความหวังเอามาแขวนให้ถูกที่ เรื่องราวความทุกข์ต่างๆ มันก็เหมือนบททดสอบ บางบทก็ง่ายๆ แต่เราดันอ่อนแอเกินไป แต่ถ้าเราผ่านไปได้เราก็สบายๆ ค่ะ"

ชีวิตกับสเตตัสโสด

"ตอนเป็นหม้ายมีคนเข้ามาหากว่าตอนเราโสดอีกนะ มีทุกรุ่นทั้งเด็กทั้งแก่มีครอบครัวแล้วรุ่นเดียวกันในนอกวงการมีหมดเลย แต่ว่าเราไม่ได้เปิดรับใครมันเหมือนการท้าท้ายหรือเปล่าคนที่เข้ามา อยากท้าทายผู้หญิงคนนี้ คงคิดว่าเราอยากได้คนรวยหิวเงิน หรืออะไรแบบนี้ ความจริงเราอยากได้แค่ครอบครัวที่อบอุ่น โมรู้สึกว่าคนมีเงินชอบดูถูกความรัก มาอยู่กับพี่ดีกว่านะมีเงินนะ ไม่ต้องทำอะไรเลย สบายจะตาย แต่ว่าเราไม่ต้องการเงินเราต้องการความอบอุ่น เราต้องการความรักฉะนั้นคนที่มีความรักก็ไม่จำเป็นต้องรวย ไม่งั้นก็ไม่เลือกแต่งงานหรอก จริงๆ โมก็ไม่ได้ขาดความรักนะ

แต่โมอยากต่อเติมความรัก คือเราเป็นผู้หญิงแล้วเราไปจับคนรวยเราดูถูกศักดิ์ศรีตัวเองเกินไปหรือเปล่า ผู้หญิงไม่ได้ต้องการแต่เงินแต่เราช่วยกันทำได้ หาเงินเลี้ยวตัวเองได้ แล้วเท่าที่ผ่านมาก็ไม่เคยขอเงินใคร ตอนนี้เลยยังปิดตาไม่มองใคร เพราะที่ผ่านมาเราฝากความหวังไว้ผิดที่ แต่เราควรฝากความหวังไว้ที่คนที่เขาจะพร้อมให้ความรัก พร้อมรองรับเราเสมอไม่ว่าจะยามทุกข์หรือยามสุข ยามเจ็บหรือยามป่วย ยามเป็นหรือยามตายค่ะ"

และจากการพูดคุยเรื่องราวชีวิตของเธอหลังจากผ่านมรสุมมาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตที่มีธรรมยึดเหนี่ยวใจ และมุมมองความรักที่ยังสวยงามเสมอนั้นคงจะสะท้อนมุมมองความคิดของเธอให้หลายๆ คนได้เห็นเพียงแค่เปิดใจก็จะได้รู้จักตัวตนของผู้หญิงที่ชื่อ แตงโม ภัทรธิดา มากขึ้นอย่างแน่นอน

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!