มติกกต.ตั้งคณะแก้กม.ประชามติปรับวิธียึดเสียงข้างมาก

กกต. มีมติ ตั้งคณะทำงานแก้กฎหมายประชามติ ปรับวิธียึดเสียงข้างมาก คาด ก.ค. เสนอ สนช. พิจารณา ขณะที่ 'วิษณุ' แจงแก้ รธน. ปลดล็อกคนตัดสิทธิ์ หวังปรองดอง ด้าน 'อุดมเดช' ยัน ไม่ชี้นำประชามติขอ ปชช. ไปใช้สิทธิ
การประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ในวันนี้ ที่ประชุม กกต. มีมติตั้งคณะทำงานขึ้นมา 4 ชุด ทำหน้าที่สรุปประเด็นแก้ไขหลักเกณฑ์วิธีการออกเสียงประชามติ จากเนื้อหาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2552 เพื่อให้สอดคล้องกับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ โดย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้งด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยว่า ประเด็นที่จะแก้ไขและออกเป็นประกาศเพิ่มเติมครั้งนี้ คือการกำหนดการลงประชามติ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจะมาใช้สิทธิ์จำนวนกี่คนก็ได้ โดยให้ถือผลประชามติจากเสียงข้างมากของจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ จากที่กฎหมายเดิมผู้มาใช้สิทธิ์ต้องมีจำนวนเกินครึ่งหนึ่งของผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง และถือผลประชามติจากเสียงข้างมากของจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กกต. กำลังเร่งดำเนินการให้คณะทำงานไปสรุปประเด็นแก้ไข ภายในเดือนมิถุนายนนี้ ก่อนที่ กกต. จะพิจารณาและส่งร่างประกาศหลักเกณฑ์ การออกเสียงประชามติให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาเห็นชอบในเดือนกรกฎาคม จากนั้นจะออกเป็นประกาศเป็นระเบียบในราชกิจานุเบกษาต่อไป
วิษณุแจงแก้รธน.ปลดล็อกคนตัดสิทธิ์หวังปรองดอง
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงถึงเหตุผลของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว 2557 ในประเด็นคุณสมบัติต้องห้ามของ สนช. ต่อที่ประชุมวิป สนช. ว่า เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบัน รัฐบาลต้องการให้เกิดการปรองดอง จึงต้องแก้กฎหมายให้กับผู้ที่ติดร่างแหจากการกระทำผิดโดยไม่ได้เป็นต้นตอ แต่ถูกเพิกถอนสิทธิ์ ได้มีโอกาสมากขึ้น อาทิ สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่มีถูกเพิกถอนสิทธิ์ เพราะมีตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค แต่ไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้แก้กฎหมายเพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ส่วนประเด็นการถวายสัตย์ต่อหน้าพระมหากษัตริย์ ที่แก้ไขสามารถกระทำต่อผู้แทนพระองค์ตามที่ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ได้นั้น เป็นการแก้ไขเพื่อให้สอดรับกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้ลดพระราชอำนาจ แต่เป็นการแบ่งเบาพระราชภาระ รัฐบาลจึงได้เสนอให้เป็นกฎหมายมาตราใหม่ เพื่อให้ครอบคลุมตั้งแต่องคมนตรีเป็นต้นไป
'วิษณุ-ประวิตร' แจงวิป สนช. แก้รธน.
การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ วิป สนช. วันนี้ มีวาระการหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรี เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมวิป สนช.
โดย นายวิษณุ กล่าวว่า หลักการใหญ่ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว เพื่อเปิดช่องให้ทำประมติ ซึ่งเหตุผลที่ไม่ได้บัญญัติไว้ตั้งแต่ตอนต้น เพราะยังไม่สามารถคาดการณ์สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ แต่ได้เปิดช่องด้วยการมีมาตรา 46 เพื่อให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมได้ ซึ่งรัฐบาลเห็นว่า ควรใช้โอกาสนี้ ในการแก้ไขเพิ่มอีก 6 ประเด็น ด้วย นอกจากนี้ นายวิษณุ ได้ชี้แจงถึงเหตุผลของการแก้ไขในแต่ละประเด็น
ขณะที่ พล.อ.ประวิตร ได้ยืนยันต่อที่ประชุม ว่า รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องทำประชามติ เพื่อสอบถามความเห็นของประชาชน เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ซึ่งในฐานะที่เป็นตัวแทนรัฐบาล พร้อมที่จะตอบคำถามถึงเหตุผลที่จะขอแก้ไขใน 7 ประเด็น
อุดมเดชยันไม่ชี้นำประชามติขอปชช.ไปใช้สิทธิ
พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกระแสการยั่วยุไม่ให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติ ว่า มีกลุ่มที่ต้องการต่อต้านการทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงขอให้ประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งออกไปใช้สิทธิ์ในการออกเสียงประชามติ พร้อมยืนยันว่า ไม่มีการชี้นำประชาชนในเรื่องดังกล่าว และเป็นการทำประชามติตามหลักวิชาการ ส่วนเรื่องปัญหาภัยแล้งนั้น นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงประชาชนอย่างมาก จึงต้องทำความเข้าใจกับประชาชน โดยเน้นว่าจะทำอย่างไรปริมาณน้ำถึงจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น หรือจะต้องใช้วิธีการทำฝนเทียม ทั้งนี้ จะต้องทำความเข้าใจในเรื่องปัญหาผลกระทบ พร้อมให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ และดำเนินการช่วยเหลือ นอกจากนี้ ยังกล่าวว่า อาจจะเป็นไปได้ที่จะมีคนนำเรื่องนี้ มาเป็นเงื่อนไขต่อรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม พล.อ.อุดมเดช กล่าวถึงการคัดเลือกผู้ที่มาเป็นผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ ว่า ยังคงอีกนาน และมีขั้นตอนโดยมีคณะกรรมการเป็นผู้คัดสรรบุคคลเข้ามา
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


