เปิดเกมรุก หยุดทักษิณ ก็ต้องหยุดแรงกระเพื่อม

เปิดเกมรุก หยุดทักษิณ ก็ต้องหยุดแรงกระเพื่อม
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

หลัง คสช. เดินเกม ถอนพาสปอร์ต พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต่อด้วยเดินหน้าถอด ถอดยศ ถือเป็นการเปิดเกมรุกสะกด การเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่พยายามออกมาเคลื่อนไหวในต่างแดน ซึ่งการเดินเกมนี้มีหลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า เป็นเพราะการต่อรองของ พ.ต.ท.ทักษิณ กับ กลุ่ม คสช.ไม่สามารถเจรจากันต่อไปได้ หรือ ดีลการต่อรองไม่มีทางเกิดขึ้น

การออกมาเปิดเกมรุก พุ่งตรงไปยังตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงเป็นการพุ่งเป้าตรงมายังหัวขบวนของกลุ่ม เป็นต้นตอของกลุ่มอำนาจในซีกนี้โดยตรง และเป็นการสะท้อนรากของปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยที่ผ่านมาว่า ปัญหาที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ คือต้นตออย่างแท้จริง

ปัญหาความขัดแย้งในสังคมต้องยอมรับว่า ปัญหาได้ลุกลามขึ้นมาตั้งแต่ช่วง พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามามีอำนาจทางการเมือง แม้จะผ่านการนั่งในอำนาจโดยตรงเนื่องจากต้องหลบลี้หนีไปต่างประเทศเหตุหนี้คดีที่ศาลตัดสินจำคุก และยังมีคดีความอีกมากมายหลายคดี แต่ในช่วงที่พรรคการเมืองอีกซีกอย่างประชาธิปัตย์จะขึ้นมามีอำนาจทางการเมืองเป็นรัฐบาล อิทธิพลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยังคงมีอยู่เหนือตัวแทนที่นั่งอยู่ในพรรคการเมืองที่ตัวเองก่อตั้ง และ กลุ่มการเมืองจัดตั้ง อย่างนปช. อย่างแท้จริง

ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์เปิดเกมรุกกลับจาก คสช. ในเรื่องถอนพาสปอร์ต และ เดินหน้าถอดยศ ทำให้การเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ หยุดชะงักทันที แต่ สิ่งที่เราเห็นต่อมาก็คือ บรรดาเครือข่ายพลพรรค ต่างออกมาดิ้น ตอบโต้การกระทำดังกล่าวเป็นละลอก

พยายามสร้างความชอบธรรมให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างเป็นการไล่ล่าตระกูลชินฯ ไม่เป็นธรรม อ้างไปถึงแนวทางนี้ไม่สามารถเดินหน้าไปสู่ความปรองดองในอนาคตได้

แน่นอนว่า หลังการเดินเกมรุกเปิดใส่ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยตรงแบบนี้ ถามว่า คสช.ประเมินหรือไม่ว่าจะเกิดกระแสต้านจากพลพรรค การเคลื่อนไหวใต้ดินหนักขึ้นหรือไม่ เรื่องนี้ยอมต้องมีการประเมินและเตรียมตั้งรับกันพอสมควร จะเห็นได้ว่า ในส่วนของฝ่ายความมั่นคงได้ออกมาให้ข่าวว่าได้จับตาดูในเรื่องดังกล่าวอยู่ แต่ขณะนี้ยังไม่มีอะไรที่ผิดปรกติ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความนิ่งในขณะนี้ ไมใช่เรื่องที่จะไว้วางใจได้ เพราะก่อนหน้าในช่วงสงกรานต์ก็เกิดความเคลื่อนไหว เกิดเหตุความรุนแรงขึ้นในพื้นที่เกาะสมุยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ในภาคใต้มาแล้ว ซึ่งทางฝ่ายความมั่นคงก็ประเมินว่านี้เป็นการสร้างสถานการณ์ทางการเมือง มีการติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้

ดังนั้น หลายฝ่ายที่ประเมินสถานการณ์ว่า นับจากนี้อาจมีการเปิดเกมแรงใส่ มีการเคลื่อนไหวใต้ดินหนักขึ้นจึงไม่อาจประมาทได้เด็ดขาด แม้ขณะนี้หน้าฉากจะยังเป็นเพียงสงครามน้ำลาย ที่เหล่าแม่ทัพนายกองจะอาศัยช่องทางต่างๆปล่อยแนวคิดผ่านสื่อทั้งสื่อออนไลน์และสื่อกระแสหลักเท่านั้น

นับจากนี้ เมื่อคสช.เปิดเกมรุก ย่อมเกิดแรงกระเพื่อม แต่จะสามารถสกัดหยุดแรงเหล่านั้นลงได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าติดตามกันต่อไป...

...เปลวไฟน้อย