แจ็คเกอรีน ทีวีพูล เปิดใจหลัง ติ๋ม ทีวีพูล ประกาศหยุดทำทีวีดิจิตอล

แจ็คเกอรีน ทีวีพูล เปิดใจหลัง ติ๋ม ทีวีพูล ประกาศหยุดทำทีวีดิจิตอล
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

แจ๊คเกอรีน ทีวีพูล เปิดใจผ่านเฟซบุ๊คหลังเจ้านาย ติ๋ม ทีวีพูล ประกาศหยุดทำทีวีดิจอตอลแล้ว 

จากกรณีที่ นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือที่รู้จักกันในแวดวงบันเทิง "ติ๋ม ทีวีพูล" เจ้าของ บริษัท ไทยทีวี จำกัด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทุ่มเม็ดเงินกว่า 1,976 ล้านบาท ประมูลช่องรวม 2 ช่อง คือ ช่องเด็ก (โลคา) และช่องข่าว (ไทยทีวี) พร้อมประกาศว่าจะนำช่อง "ไทยทีวี" ขึ้นเป็น 1 ใน 5 ของสถานีที่ได้รับความนิยมจากผู้ชม เทียบชั้นเจ้าตลาดฟรีทีวีภายใน 5 ปี

แต่ปรากฎว่าการลงทุนทำทีวีดิจิตอลนั้นมีการขาดทุนถึง 300 ล้านบาท โดย เจ๊ติ๋ม ได้เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Positioning ยอมรับว่า ตนเองนั้น "คาดการณ์ผิด" หลังจากที่ควักทุนตัวเองลงทุนในธุรกิจนี้สูงถึง 1 พันล้านบาท แบ่งเป็นค่าใบอนุญาตประมูลคลื่นทีวีดิจิตอล 400 ล้านบาท ค่าลงทุนผลิตละคร 200 ล้านบาท รวมถึงค่าบริหารจัดการอื่นๆ พร้อมกล่าวอย่างหนักแน่นว่า "ใครจะจ่ายก็จ่ายไป แต่เราและอีกหลายช่องไม่ยอมจ่ายแน่ๆ ยอมรับว่าเราคาดการณ์ผิดพลาด ที่ไปประมูลมา 2 ช่อง เหมือนล่องเรืออยู่แล้วเห็นสิ่งใหม่ดีกว่า ก็ไปร่วมและก็ไม่ได้ดีอย่างที่คิดไว้"

ล่าสุด แจ็คเกอรีน ทีวีพูล ในฐานะลูกน้องคนสนิทได้โพสต์เฟซบุ๊ค Jackarita TVpool โดยได้เปิดใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งข้อความได้ระบุดังนี้  

ขออนุญาตเล่าให้ฟังนะคะ
หนูเขียนบทความนี้
ตอนตี 4 ระหว่างที่ได้พูดคุยกับเจ้านายหนูเมื่อเที่ยงคืนที่ผ่านมา (หนูนอนไม่หลับ)

...หนูรู้ว่า ทุกคนต้องการคำตอบจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับวงการทีวีบ้านเรา
เชื่อแน่ว่า หลังจากที่มีข่าวนี้ไป

หลายคนที่หมั่นไส้องค์กรหนู คงได้แสดงความคิดเห็นแบบมันส์ระเบิดระเบ้อ เรียกได้ว่า ด่ากันสาดเสียเทเสียแน่นทั้งโลกโซเชียลและทุกหน้าหนังสือพิมพ์แน่

ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ (เน้นว่า 'ส่วนตัว' ไม่มีใครบังคับให้เขียน) หนูว่า เรื่องนี้ไม่มีใครแพ้ ใครชนะ นะคะ เพียงแค่เราเลือกที่จะไม่ไปต่อเอง เพราะเจ้านายหนูเลือกเอาความ 'สบายใจ' มากกว่า 'ศักดิ์ศรี' ที่ค้ำคอไว้
การเสียตังเยอะๆ แล้วไม่ได้อะไรกลับคืนมา แต่ต้องทำให้คนในครอบครัวอดตาย ถ้าเป็นหนูก็ต้องเลือกพ่อ แม่ พี่น้อง ญาติๆเราก่อน คำคน นะมันกินไม่ได้หรอก..

มันก็เหมือนการเดินทางนั้นล่ะ ...คนเรา ถ้าขับรถหลงทาง ก็รีบหาทางยูเทิร์นกลับดีกว่า ดีกว่าขับไปเรื่อยๆ เปลืองน้ำมันเปล่าๆ
ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ หนูพูดจากใจ

หนู 'เกลียด' ทีวีดิจิตอล ค่ะ
ถึงมันจะทำให้ภาพในทีวีคมชัด
แต่ส่วนตัวแล้ว มันทำให้ 'ความรัก' ของคนในวงการมันถดถอยลงอย่างน่าใจหาย
เราเห็นการแก่งแย่งชิงดี การแบ่งพรรค แบ่งฝ่าย ไร้ความเป็นหนึ่งเดียว

เมื่อก่อนทำงานเคยเดินยิ้มแฉ่งไปไหนมาไหน อยู่กับใครก็ได้ แต่พอมี 'ทีวีดิจิตอล' ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด ..ไม่ต้องบอกว่า ใครแบนใคร ใครห้ามออกช่องไหน ยังไงนะคะ ...รู้กันอยู่แล้ว

แต่หนูเข้าใจทุกอย่างนะคะ เข้าใจว่า มันเป็นงาน มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ มันเป็นวิถีของการต่อสู้ในก้าวต่อไปของวงการทีวีในยุคดิจิตอล ..ที่ผ่านมาเลยเลือกที่จะเงียบ ไม่ค่อยไปตีกับใคร เพราะมันเหนื่อยใจ ที่เห็นคนรู้จักกันเองทั้งนั้น มาว่ากันหน้าจอ ..ซึ่งมันก็เรื่องของผลประโยชน์ทั้งนั้น หนูเข้าใจ

หนูก็ประชาชนตาดำๆ ล่ะนะคะ มีสิทธ์พูดเนอะว่า แอบน้อยใจหน่วยงานที่ดูแลนะคะว่า มาโพทะนาว่าจะทำโน้นนี่ให้คนทำทีวีดิจิตอล เชื่อป่ะ? ทุกวันนี้บ้านหนูยังดูทีวีผ่านกล่องที่ให้ไม่ชัดเลย ..เหมือน พี่ๆ หลอกหนูให้มาเที่ยวสวนสนุกเพลิดเพลินใจว่า จะได้โน้นนี่นั่น มีเครื่องเล่นทันสมัยมากมาย แล้วสุดท้ายก็ลอยแพตามยถากรรม

ใครจะตายไม่สนใจ หิวน้ำ หิวข้าว ก็ไม่รู้ไม่ชี้ เอาเงินค่าเข้าสวนสนุก (แพงๆ) อย่างเดียว ใจร้ายจริงๆ

หนูรู้ว่า คนทำทีวีดิจิตอลตอนนี้ กระอักกันหลายคน เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เหนื่อยยากเลือดตาแทบกระเด็น ...หนูเป็นกำลังใจให้นะคะ และไม่ว่าจะยังไงก็ตามแต่ หนูในฐานะสื่อตัวเล็กๆ สื่อหนึ่งก็จะทำหน้าที่ผลักดันผลงานของทุกช่อง ทุกสถานีแบบเต็มที่ แบบที่มันควรจะเป็น ใครดี ใครดัง ก็เชียร์คนนั้น แบบไม่แบ่งข้าง แบ่งฝ่ายอยู่แล้ว

...ใครไม่ชอบหนู หนูไม่รู้ หนูรู้แต่ ทุกวันที่ก้าวออกจากบ้าน หนูจะมีรอยยิ้มให้ทุกคน เชียร์ทุกคนที่หนูรัก ด้วยอาชีพที่หนูรัก
เป็นกำลังใจให้คนทำ ทีวีดิจิตอล ทุกคนนะคะ

สู้ต่อไป (ขอให้คนที่เค้าหลอกพวกเรามาเที่ยว สำนึกบ้างเถอะนะคะ)

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!