บ่วงกรรมของ ‘ยิ่งลักษณ์’ จาก ‘ทักษิณ’

บ่วงกรรมของ ‘ยิ่งลักษณ์’ จาก ‘ทักษิณ’
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

ควันหลงจากวาระครบรอบการรัฐประหารของคณะ คสช. เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นธรรมดาว่าในการบริหารประเทศของคณะผู้บริหารไม่ว่าจะมาจากรูปแบบใดก็ตาม ในวาระครบรอบ 1 ปี มักจะมีการประเมินผลงานเป็นธรรมดา

แต่การประเมินผลงานของ คสช. ไม่ว่าจะเป็นใคร สำนักใดก็ตาม ผลของการประเมินที่ส่งผลกระทบมากที่สุด น่าสนใจที่สุด กลับเป็นการประเมินของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร.....อดีตนายกรัฐมนตรี พี่ชายของอดีตนายกฯปู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์หลายประเด็นไม่น่าสนใจเท่ากับประเด็นที่ ทักษิณ ชี้ว่า เกรงว่านายกฯปูไม่ได้รับความยุติธรรม ถูกยัดเยียดความผิดกรณีที่ถูกฟ้องร้อง นโยบายรับจำนำข้าว... ประเด็นที่ว่าการรัฐประหารเป็นผลมาจากกลุ่มอำมาตย์ไม่พอใจรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์......

มองเผินๆ ธรรมดาๆ ก็เป็นเรื่องปกติที่แนวทางการต่อสู้ของทักษิณ ต้องทำลายความชอบธรรมของกระบวนการยุติธรรม ที่กำลังดำเนินการกับน้องสาวของตัวเองอยู่ในขณะนี้ สิ่งที่ทักษิณต้องการสื่อ ต้องการให้กระแสสังคมเชื่อว่า น้องสาวของตัวเองถูกกลั่นแกล้ง เป็นการทำลายกันทางการเมือง

เป้าประสงค์ ก็เพื่อปูพื้นฐานสร้างกระแสให้กับมวลชนของตัวเอง ตอกย้ำประเด็นในเรื่องมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรม ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมหากมีผลเป็นลบกับตัวเองและพวกพ้อง เป็นสูตรสำเร็จที่ทักษิณและทีมงานใช่มาตลอดในการต่อสู้ทางการเมืองที่ผ่านมา

แต่สิ่งที่ ทักษิณ ไม่ได้ประเมิน หรือผิดพลาดจากแนวทางการเคลื่อนไหว ในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ก็คือ ทักษิณ ลืมไปว่า ณ ปัจจุบัน น้องสาวของตัวเอง อดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะยิ่งถูกกดดัน มากยิ่งขึ้น

ที่ผ่านมา กระแสสังคมประเมินว่า ..ยิ่งลักษณ์ จะต้องหาทางหลบหนีออกนอกประเทศเป็นแน่แท้ ..จากกรณีถูกฟ้องร้องดำเนินคดี กรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการจำนำข้าว บรรดาเซียนการเมือง เซียนกฎหมาย มองว่า งานนี้รอดยาก....นั้นหมายถึง ผลของคดีจะต้องถึงคุกถึงตารางกันเลยทีเดียว

ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาก่อนศาลจะพิจารณาคดีเป็นครั้งแรก ที่จำเลยต้องปรากฏตัวต่อหน้าเพื่อรับฟังข้อกล่าวหา ยิ่งลักษณ์ เคยร้องขอออกนอกประเทศแต่ถูกปฏิเสธจาก คสช. มาแล้ว จึงจำยอมต้องมาขึ้นศาลเปิดคดีเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา

หลังการฟังคำกล่าวหา จำเลยขอยื่นประกันตัวกับศาล โดยปรากฏข่าวว่าทีมทนายประเมินใช้หลักทรัพย์เพียง 5 ล้านบาท แต่ศาลเรียกหลักทรัพย์สูงถึง 30 ล้านบาท....?

สิ่งนี้สะท้อนชัดเจน....

จะว่าไปแล้วในการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ในกรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว แม้จะเดินหน้าได้ทันที แต่ก็ต้องใช้เวลาในการดำเนินการอยู่...ซึ่งระหว่างนั้น ก่อนจะมีการตัดสินคดี....น.ส.ยิ่งลักษณ์ แม้ถูกศาลสั่งห้ามออกนอกประเทศยกเว้นขออนุญาตต่อศาล

หากเป็นไปตามปกติถึงช่วงใกล้วันพิพากษา น.ส.ยิ่งลักษณ์ อาจขออนุญาตต่อศาลเพื่อขอเดินทางไปต่างประเทศ ด้วยกิจธุระอันจำเป็นก็ได้ เหมือนกับกรณี ทักษิณ ที่ขออนุญาตเดินทางไปดูกีฬาโอลิมปิก แล้วไม่ยอมกลับประเทศอีกเลย จนต้องตัดสินคดีลับหลังจำเลย โดยผลการตัดสินทักษิณต้องโทษจำคุก 2 ปี ...แต่ไม่ได้กลับมารับโทษตามคำตัดสิน ทำให้มีสถานะเป็นนักโทษหนีคดีอยู่ในปัจจุบัน

จากบทเรียนครั้งนั้น ต้องยอมรับว่าทุกคนจับจ้อง ว่าถึงเวลา ยิ่งลักษณ์ จะใช้วิธีการเดียวกับ ทักษิณ ขออนุญาตออกนอกประเทศ และหลบหนีไม่กลับมารับโทษตามคำตัดสินคดีหรือไม่...?

ดังนั้น เมื่อ ทักษิณ ออกมาเคลื่อนไหว วิจารณ์กระบวนการยุติธรรม วิจารณ์ขบวนการรัฐประหาร แม้จะจงใจให้เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง ....ไม่ใช่คดีการทุจริต....เพื่อโอกาสในเรื่องการขอลี้ภัยในอนาคต .....

แต่...จากบทเรียนที่ ทักษิณ ได้สร้างไว้....หลบหนีคดี....จึงเป็นตราบาปที่สังคมมองว่า ...หากมีการปล่อยให้อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ออกนอกประเทศเมื่อไร....ก็หมายถึงโอกาสที่จะหลบหนีคดีเหมือนกับ ทักษิณ พี่ชายเป็นแน่แท้.....

การออกมาวิพากษ์วิจารณ์ของทักษิณ ในช่วงเวลาครบรอบ 1 ปี คสช. ยิ่งสะท้อนแนวคิดของการไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม หากไม่ได้ประโยชน์...ดังนั้น นับจากนี้ไป...จังหวะก้าวของ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ จึงถูกจับตา จากทุกฝ่าย....ทำให้ความชอบธรรมที่จะออกนอกประเทศเพื่อหลบหนีคดี ถูกจ้องเขม็ง...มันจึงเป็นวิบากกรรมที่ ยิ่งลักษณ์ ...ไม่อาจหลบเลี่ยงได้.....ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นผลมาจากอดีต จากการกระทำของพี่ชาย ...พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทั้งสิ้น........

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!