แก้ราคาสลากแพง เอาให้จบ ปัญหาใหญ่ยังรออีกมาก

แก้ราคาสลากแพง เอาให้จบ ปัญหาใหญ่ยังรออีกมาก
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

กลับมาเป็นประเด็นน่าสนใจและน่าติดตามอีกครั้ง เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา หลังจากรัฐบาลคสช.แต่งตั้งคณะกรรมการสำนักงานสลากฯใหม่ พร้อมคำประกาศย้ำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะคสช. ต้องทำให้ราคาสลากฯอยู่ที่ 80 บาทให้ได้ในงวดวันที่ 16 มิ.ย. 58 นี้ โดยย้ำว่า

"ได้พูดไปนานแล้วว่าในงวดวันที่ 16 มิ.ย.นี้ ราคาสลากฯ ต้องมีราคาแค่ 80 บาท และต้องทำให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ ก็ต้องเลิกขาย ซึ่งถ้ารั่วไหลต้องสอบสวนลงโทษ เอาโควตาคืนก่อน ไม่อยากให้มีอะไรรุนแรงเกินไป เพราะคนเดือดร้อนมีมาก คนขายสลากเป็นล้านคน ถ้าเลิกขายแล้วคนพวกนี้จะโวยกันหรือไม่ และจะกินอะไรกัน

อำนาจใช้ได้ แต่จะเกิดผลกระทบกับใครบ้าง ไม่สามารถทำให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเราไม่ได้ไปเดินขายกับเขา เพราะฉะนั้นต้องดูปลายทางด้วยว่าจะขายในรูปแบบใด รวมเล่มได้หรือไม่ แต่นี่ยังไม่ขยาย รวมถึงการค้าปลีก หรือหวยออนไลน์ เพราะเป็นทางเลือกเผื่อไว้ ถ้าหากแก้ไม่ได้ จะให้ออกเป็นสลากออนไลน์ จะได้ไม่กล้าขึ้นราคา"

"อย่างไรก็ตาม เวลานี้ พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะประธานบอร์ดสำนักงานสลากฯ กำลังดูแลในรายละเอียดโดยเฉพาะเรื่องโควตา ซึ่งอย่ากังวลว่าไม่เป็นธรรม โดยมีอยู่ 4 ส่วนคือ ส่วนของรัฐ หรือมูลนิธิสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล, สมาคมต่าง ๆ ส่วนราชการ และ ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งต้องแยกแยะ ระหว่างคนที่ได้โควตา และผู้ขายสลากฯ ซึ่งคนที่ได้โควตาบางส่วนไม่ได้เป็นผู้ขายเอง มีการขายกลับไป กลับมา ไปรวมเล่มบ้าง ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดอยู่ในช่วงตรงกลาง"

"วันนี้สิ่งที่ให้ไปคือ จำหน่ายสลากฯ 2 ที่ ตามสัดส่วนโควตา โดยคณะกรรมการจะเป็นผู้เสนอ และไม่ต่อสัมปทาน แต่ปรับโควตาตามความเหมาะสม เพราะไม่มีกฎหมายชัดเจนว่าใครต้องได้โควตาเท่าใด"

"ซึ่งโควตาสลากส่วนใหญ่อยู่ที่มูลนิธิ กับสมาคม เพราะฉะนั้นต้องแบ่งสัดส่วนตรงนี้ออกมาให้ได้ และสิ่งที่ตนเองได้สั่งไปชัดเจนคือ ตัวตั้งต้นราคาที่ออกจากกองสลากฯไปยังจังหวัดและพื้นที่ส่วนกลาง กับราคา 80 บาท ต้องมีตัวเลขที่เหมาะสม"

จากข้อมูลทิศทางตามที่นายรัฐมนตรีกล่าวถึงประเด็นปัญหา พอจะเห็นทิศทางว่า แนวทางแก้ไขปัญหาคือ
-การกำหนดราคาตั้งต้นจากสำนักงานกองสลาก ต้องต่ำลงหรือระดับที่เหมาะสม
-ยังคงจัดสรรโควตาให้กับองค์กรต่างๆ แต่จะดูสัดส่วนที่เหมาะสม
-ไม่ให้มีการขายคืนกันไปมาเพื่อรวมเล่ม ซึ่งจะทำให้ต้นทุนเพิ่ม หากมีการกระทำจะริบโควตาคืน
-และหากยังแก้ไม่ได้ก็จะนำสลากออนไลน์มาขายแข่งราคา

ก็ต้องลุ้นกันว่า จากแนวทางที่นายกฯมองปัญหาทั้งหมด ในทางปฏิบัติจะสามารถทำได้มากน้อยเพียงใด องค์กรการกุศลต่างๆ ที่ได้รับโควตาไป ซึ่งปกติจะขายให้กับรายใหญ่ เพื่อนำไปขายต่อให้รายย่อยอีกครั้งหนึ่งจะสามารถควบคุมราคาและไม่มีการปรับราคาเพิ่มในระยะยาวได้หรือไม่

หรืออาจจะเกิดผู้ค้ารายใหม่ ที่เข้ามาทำหน้าที่รับซื้อสลากที่องค์กรการกุศลต่างๆ เพื่อนำไปจัดสรรให้รายย่อยขึ้นมาอีกหรือไม่ แน่นอนว่าในทางปฏิบัติจะมีความซับซ้อน และผู้ที่เห็นช่องทางที่จะเข้ามาเอาประโยชน์จนได้

อย่างไรก็ตาม ก็ขอเอาใจช่วยให้การแก้ไขปัญหาครั้งนี้สามารถลุล่วงไปได้ ปัญหาที่คาราคาซังมานานจะได้หมดปัญหาไปเสียที ในเมื่อดูเหมือนจะยอมรับกันว่า การออกสลากเป็นสิ่งจำเป็น และต้องอยู่คู่กับประเทศไทยไปตลอดกาล รัฐบาลจะได้เอาเวลาที่เหลือไปแก้ไขปัญหาอื่นๆ ที่ยังมีอีกมาก ทั้งปัญหาสังคม ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหาการเมือง การปฏิรูปประเทศฯลฯ ที่ยังคงเป็นเรื่องใหญ่และหนักหน่วง ในการเดินหน้าประเทศไทยต่อไป......

โดย...เปลวไฟน้อย

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!