เวทีถกพลังงาน ต้องยึดประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง

เวทีถกพลังงาน ต้องยึดประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง

เวทีถกพลังงาน ต้องยึดประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เป็นนิมิตรหมายที่ดี กรณีความเห็นต่างในการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบ 21 เมื่อรัฐบาลประกาศจัดให้มีเวทีกลางโดยเชิญทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายกระทรวง ฝ่ายผู้ที่ยังมีข้อห่วงใย นักวิชาการ ประชาชน รวมถึงนักลงทุน มาชี้แจงพร้อมกัน ในประเด็นที่ยังมีข้อสงสัย เพื่อเป็นการให้ข้อมูลกับรัฐบาล สนช. สปช. และประชาชนทุกภาคส่วนในวันที่ 20 ก.พ. 58 ที่ตึกสันติไมตรีหลังนอกทำเนียบรัฐบาลเวลา 09:30 น.

โดยรัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่ง เวทีกลางที่จะจัดขึ้นจะเป็นเวทีเพื่อมุ่งหาคำตอบ และทางออกให้กับประเทศในด้านพลังงาน โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

พร้อมกันนี้ รัฐบาลได้หารือกับกระทรวงพลังงานเพื่อขยายเวลาการยื่นแสดงจำนงสำรวจและผลิตปิโตรเลียมออกไปก่อนด้วย

สำหรับประเด็นความเห็นต่างและคัดค้านการเดินหน้าสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 มีแนวร่วมค่อนข้างหลากหลายและกว้างขวาง โดยประเด็นที่มีการนำเสนอเพื่อขอให้ชะลอการเปิดสัมปทานฯออกไปก่อนนั้นก็เพื่อให้มีการปรับปรุงระบบการจัดสรรผลประโยชน์ใหม่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติ

สิ่งที่เป็นพื้นฐานหลักของการออกมาคัดค้านฯครั้งนี้ ก็คือ ความไม่เชื่อถือข้อมูลของหน่วยงานรัฐในการดูแลและกำหนดหลักเกณฑ์การเปิดสัมปทานครั้งใหม่ โดยเสนอให้ตั้งคณะกรรมการร่วมหลายฝ่ายเพื่อศึกษาสัญญาสัมปทานทั้งหมดในอดีต เปรียบเทียบกับหากใช้วิธีการแบ่งปันผลผลิต เมื่อผลการศึกษาชัดเจนแล้ว จึงค่อยตัดสินใจเดินหน้าสัมปทาน หรือยกเลิกแล้วหันมาใช้ระบบการแบ่งผันผลผลิต

ดังนั้น ประเด็นในเรื่องการแชร์ข้อมูล การเปิดสัญญาสัมปทานที่ผ่านมา ต้องมีการนำเสนอข้อมูลที่เชื่อถือได้ ที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐพยายามบอกกับสังคมมาตลอดว่า ข้อมูลของฝ่ายคัดค้านเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง แต่หากมีการติดตามประเด็นของฝ่ายคัดค้านแล้วค่อนข้างมีน้ำหนัก และหน่วยงานรัฐก็ไม่เคยนำข้อมูลข้อเท็จจริงออกมาแจงกับสังคมมากนัก อย่างเช่น

การอ้างว่าแหล่งน้ำมันในประเทศเรามีน้อย แต่ละหลุมที่ขุดพบมีเล็กน้อย แต่ ฝ่ายที่คัดค้าน นำเสนอข้อมูลแย้งว่า หากน้ำมันมีน้อยทำไมบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเช่น เชฟรอน ของอเมริกาถึงกล้าเข้ามาลงทุนขอสัมปทานตลอดทุกครั้ง...และยังมีการนำตัวเลขของการนำเข้าน้ำมันของสหรัฐว่า นำเข้าน้ำมันจากไทยเป็นอันดับ 4 จากทุกประเทศที่นำเข้ามา เป็นต้น

สิ่งที่คาดหวังในการเปิดเวทีรับฟังความเห็นครั้งนี้ จึงเป็นสิ่งท้าทายว่า ข้อมูลที่หน่วยงานรัฐนำมาเสนอ จะมีมากพอเพียงใด เป็นข้อมูลที่แท้จริงเพียงใด...หากข้อมูลที่นำมาเสนอครบถ้วนและแก้ข้อสงสัยของกลุ่มที่คัดค้านได้ เชื่อว่า ทุกฝ่ายก็คงรับฟัง

อย่าให้เวทีนี้เป็นเพียงเวทีที่ชะลอความเห็นแย้ง หรือเป็นเพียงเวทีที่เปิดขึ้นมาเพื่อลดความกดดันกระแสต้านเท่านั้น ถึงเวลาก็เดินหน้าตามธงที่วางไว้ หาก ทุกฝ่ายเห็นว่าควรยึดประโยชน์ของประเทศชาติสูงสุดจริง ต้องนำข้อเท็จจริงมาถกกันให้หมดเปลือก เพื่อจะได้ร่วมกันปกป้องผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติสูงสุดอย่างแท้จริง..........

...โดย เปลวไฟน้อย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล