จนมุม! เพื่อนสนิทสารภาพฆ่าโหดสาวซีพี ปมเงินกู้

จนมุม! เพื่อนสนิทสารภาพฆ่าโหดสาวซีพี ปมเงินกู้
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีพบศพนางจีรนันท์ จันทร์ราช อายุ 33 ปี พนักงานประจำอยู่ที่คลังกระจายสินค้าบริษัทซีพีออลล์ถูกฆ่าโหด ใช้เทปกาวพันศีรษะ ตา จมูก ปาก โยนศพทิ้งคูน้ำริมถนนสายบางพราง-คลองราง พื้นที่ ม.2 ต.ลีเล็ด อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 พ.ย. ที่สภ.พุนพิน ร่วมกันเชิญตัวนางณัฐณิชา หรือเจี๊ยบ บัวทอง อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของผู้ตาย มาสอบปากคำอย่างละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้ง

หลังจากเจ้าหน้าที่ใช้เวลาสอบเครียดนานกว่า 1 ชม. ปรากฏว่าในที่สุด นางณัฐณิชา ให้การยอมรับสารภาพ ว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุฆ่านางจีรนันท์ ผู้ตายซึ่งเป็นเพื่อนสนิทจริง โดยก่อเหตุเพียงลำพังคนเดียว เนื่องจากก่อนหน้านี้ ตนได้นำเงินสดจำนวนหนึ่งของนางจีรนันท์ไปปล่อยเงินกู้ และถูกผู้ตายทวงเงินพร้อมค่าดอกเบี้ย ซึ่งตนเองยังไม่สามารถตามเก็บเงินจากผู้กู้มาได้

นางณัฐณิชา ให้การอ้างว่า ในวันเกิดเหตุตนไม่ได้ไปทำงาน ตนจึงโทรศัพท์ไปหาผู้ตายซึ่งทำงานอยู่ที่คลังสินค้า และขับรถพาผู้ตายออกจากโรงงาน เพื่อไปตามเก็บเงินจากลูกค้าที่ตนได้ปล่อยกู้เอาไว้ แต่ปรากฏว่าไม่สามารถตามเก็บเงินจากลูกค้ามาได้ สร้างความไม่พอใจให้ผู้ตาย

ระหว่างขับรถกลับจึงเกิดการทะเลาะโต้เถียงกันขึ้นจนถึงขั้นตบตีกันภายในรถ ตนเกิดบันดาลโทสะใช้มือบีบคอผู้ตาย จนสลบแน่นิ่งคาเบาะที่นั่งในรถ หลังจากเกิดเหตุด้วยความตกใจ ตนจึงขับรถไปแวะซื้อน้ำและยาดมจากร้านค้า เพื่อนำมาให้ผู้ตายดื่มและดมยา ระหว่างนั้นยังเห็นผู้ตายหายใจรวยริน สำลักน้ำและปัสสาวะไหลราดออกมาเต็มเบาะที่นั่ง ตอนนั้นตนคิดจะขับรถพาผู้ตายไปส่ง รพ. แต่ระหว่างนั้นคิดว่าหากผู้ตายฟื้นขึ้นมา คงไปแจ้งความเอาผิดตัวเอง จึงขับรถจอดข้างทางจุดเปลี่ยว ใช้เทปกาวที่ลูกเคยซื้อไว้ทำการบ้านมาพันรอบศีรษะ ปิดตาจมูกปากผู้ตายเอาไว้ ก่อนจะอุ้มผู้ตายหลังรถ ใช้มีดกรีดเสื้อผู้ตายออกมาเช็ดปัสสาวะผู้ตายที่เบาะรถ และนำศพไปทิ้ง

ต่อมารุ่งเช้าวันที่ 4 พ.ย. ตนได้เดินทางไปทำงานตามปกติ จนกระทั่งช่วงบ่ายหลังจากมีการพบศพ เจ้าหน้าที่ได้ไปเชิญตัวมาสอบปากคำ ตนให้การปฏิเสธแต่ต้องจำนนต่อพยานหลักฐาน จึงยอมรับสารภาพดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ก่อเหตุจะรับว่าเป็นผู้กระทำผิดเพียงคนเดียว แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนหลักฐานว่ามีผู้อื่นร่วมด้วยหรือไม่ หากพบว่ามีผู้บุคคลอื่นร่วมด้วยก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน