สอบพยาบาลขริบจู๋ทำเกินหน้าที่ ผิดโทษหนักขั้นถอนใบอนุญาต

สอบพยาบาลขริบจู๋ทำเกินหน้าที่ ผิดโทษหนักขั้นถอนใบอนุญาต
สภาการพยาบาล ยัน มือขริบจู๋เป็นพยาบาลจริง จ่อตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง มีใบประกอบวิชาชีพ-ทำเกินหน้าที่หรือไม่ ชี้พยาบาลลงมือผ่าตัดย่อยแพทย์ต้องอยู่ด้วย ชี้หากผิดจริยธรรมจริงโทษหนักสุดถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต เลขาฯแพทยสภา รอคำวินิจฉัยคลินิกเข้าข่ายข้อยกเว้นให้พยาบาลผ่าตัดแทนแพทย์ได้หรือไม่ ระบุ หากไม่อยู่ในเกณฑ์ยกเว้นผิดมาตรฐานการรักษา โดนทั้งแพทย์-พยาบาลแน่ (24ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณี นางรัตนาพร มนัสชื้น อายุ 45 ปี มารดา ด.ช.ภานุมาศ อายุ 12 ปี เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อกระทรวงสาธารณสุข หลังพาลูกชายไปรับการรักษาฝีในปากที่คลินิกเอกชนแห่งหนึ่ง ที่เข้าร่วมในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรทอง ใน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ แต่การรักษากลับกลายเป็นการขริบอวัยวะเพศเด็กแทน ต่อมากระทรวงสาธารณสุขได้ส่งเจ้าหน้าที่กองการประกอบโรคศิลปะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ก่อนที่รักษาการนายกแพทยสภาจะสรุปผลเบื้องต้นว่าแพทย์ที่รักษาไม่ผิด แต่การรักษาผิดที่เกิดจากการสื่อสารผิดพลาดระหว่างแพทย์และพยาบาล โดยแพทย์เขียนวิธีการรักษาเป็นภาษาอังกฤษว่า Excision ซึ่งหมายถึง ให้ตัดเอาออก แต่พยาบาลเข้าใจผิดเป็นคำว่า Circumcision ซึ่งหมายถึงขริบอวัยวะเพศเด็ก ล่าสุดวันนี้(24ม.ค.) ศ.เกียรติคุณ ดร.วิจิตร ศรีสุพรรณ นายกสภาการพยาบาล กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า พยาบาลที่ทำการขริบอวัยวะเพศเด็กเป็นพยาบาลจริง ดังนั้น วันจันทร์ที่ 26 มกราคมนี้ จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าพยาบาลคนดังกล่าวมีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลถูกต้องหรือไม่ และการกระทำนั้นเป็นการกระทำเกินขอบเขตของวิชาชีพการพยาบาลหรือไม่ นายกสภาการพยาบาลกล่าวอีกว่า ตาม พ.ร.บ.วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ.2528 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2540 ระบุไว้ว่า หนึ่งในการกระทำการประกอบวิชาชีพการพยาบาล คือการช่วยเหลือแพทย์กระทำการรักษาโรค ในกรณีนี้จึงต้องสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่าพยาบาลเข้าไปช่วยเหลือแพทย์ในลักษณะใดและอย่างไรบ้าง หากพบว่าพยาบาลกระทำนอกเหนือขอบเขตหน้าที่ ถือเป็นการกระทำผิดจริยธรรมวิชาชีพ มีโทษตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาต และเพิกถอนใบอนุญาต "พยาบาลไม่มีบทบาทหน้าที่โดยตรงในการผ่าตัดไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ แต่จะกระทำได้หากเป็นการช่วยเหลือแพทย์ ซึ่งคำว่าช่วยเหลือก็หมายถึงการทำการรักษาด้วยกันกับแพทย์หรือกระทำในขณะที่มีแพทย์ยืนควบคุมอยู่อย่างใกล้ชิด ซึ่งในลักษณะที่แพทย์เขียนใบสั่งแล้วให้พยาบาลดำเนินการเพียงลำพังนั้นยังไม่เคยเห็น จึงจำเป็นต้องสอบหาข้อเท็จจริงโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะดำเนินการสรุปผลใดๆ" ศ.เกียรติคุณ ดร.วิจิตรกล่าว ศ.เกียรติคุณ ดร.วิจิตร กล่าวด้วยว่า ในระยะหลังที่ผ่านมา สภาการพยาบาลพยายามออกข้อบังคับเพิ่มเติมว่า การกระทำใดที่พยาบาลไม่สามารถกระทำได้ เพราะอยู่นอกเหนือขอบเขตหน้าที่และอาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย แม้แพทย์จะเป็นผู้มอบหมายก็ไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลักสำคัญ ด้าน นพ.อำนาจ กุสลานันท์ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พ.ศ.2539 แก้ไขเพิ่มเติม 2545 อนุญาตให้พยาบาลในโรงพยาบาลรัฐโดยเฉพาะโรงพยาบาลชุมชนและสถานีอนามัยนอกเขตกรุงเทพมหานครสามารถจะทำการรักษาแทนแพทย์ได้ในบางกรณี เช่น ผ่าฝี เป็นต้น เนื่องจากวิกฤติขาดแคลนแพทย์ แต่หากเป็นโรงพยาบาลหรือคลินิกเอกชนแพทย์ไม่สามารถมอบหมายให้พยาบาลดำเนินการดังกล่าวได้ นพ.อำนาจ กล่าวอีกว่า คลินิกเอกชนที่ขริบจู๋เด็กแห่งนี้ เป็นคลินิกที่เป็นเครือข่ายโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรทอง เพราะฉะนั้นคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ซึ่งมีนพ.ปัญญา กีรติหัตถยากร ที่ปรึกษาอาวุโสสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นประธาน จะต้องพิจารณาร่วมกันว่า กรณีของคลินิกแห่งนี้เข้าข่ายข้อยกเว้นของกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่ "หากเข้าข่ายยกเว้น ก็ชดเชยให้ผู้ป่วยตามสมควร เพราะรักษาผิดเจตนารมณ์ของผู้ป่วย แม้จะไม่มีอันตรายจากการรักษา แต่หากไม่เข้าข่ายยกเว้นก็ผิดทั้งแพทย์และพยาบาล ในแง่ที่ทำผิดมาตรฐานการรักษา จากการที่แพทย์ปล่อยให้พยาบาลทำการผ่าตัดตามลำพังและพยาบาลกระทำนอกเหนือขอบเขตหน้าที่ ก็ต้องมีการพิจารณาทางจริยธรรมต่อไป" นพ.อำนาจกล่าว

เรื่องล่าสุดของหมวด สังคม

ดูหมวด สังคม ทั้งหมด