เจ็บแต่(ไม่)จบ! หงส์พลาดท่า-ลุ้นแชมป์สุดริบหรี่

เจ็บแต่(ไม่)จบ! หงส์พลาดท่า-ลุ้นแชมป์สุดริบหรี่

เจ็บแต่(ไม่)จบ! หงส์พลาดท่า-ลุ้นแชมป์สุดริบหรี่
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ฟุตบอล : ดูท่าจะยากซะแล้ว สำหรับเส้นทางการลุ้นแชมป์ของหงส์แดง "ลิเวอร์พูล" หลังสะดุดขาตัวเอง 2 นัดต่อเชลซี และคริสตัล พาเลซ ไปแบบน่าเจ็บใจ ส่งผลให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขยับเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกเต็มที

ก่อนหน้าเกมลิเวอร์พูลเปิดบ้านพบเชลซีเมื่อสัปดาห์ก่อน ทีม "หงส์แดง" อยู่ในฐานะ "จ่าฝูง" เป็นผู้กำหนดชะตาตัวเองด้วยเงื่อนไขง่ายๆ(แต่ทำยาก) ชนะ 2 เสมอ 1 หรือเก็บให้ได้ 7 แต้มเป็นอย่างต่ำจาก 3 นัดที่เหลือ ก็สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 24 ปี ไปครอง โดยไม่ต้องสนใจผลการแข่งขันในคู่อื่น

แต่ขึ้นชื่อว่า หงส์แดง ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ แน่นอน เมื่อเกมที่ดูเหมือนไม่ยากนัก เพราะ โชเซ่ มูรินโญ่ ตัดสินใจพักผู้เล่นตัวหลัก ใช้ชุดผสมลงไปชนกับเจ้าบ้านแทน บวกกับแท็คติกตั้งรับลึก หรือที่แฟนบอลแซวกันสนุกปากว่า "แผนรถบัสขวางประตู" พร้อมปิดไม่ให้ทำเกมบุกในพื้นที่สุดท้ายได้ถนัด ทำเอาแนวรุกของลิเวอร์พูลไปไม่เป็นและต้องอาศัยยิงนอกกรอบเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งนอกจากจะทำเกมลำบากแล้ว ลิเวอร์พูลยังมอบส้มผลใหญ่ให้เชลซี เมื่อเจอร์ราร์ดทำพลาดเสียบอลให้ เดมบ้า บา ฉกบอลเข้าไปยิงประตูแรก ก่อนจบเกมลิเวอร์พูลแพ้คาบ้านไปด้วยสกอร์ 0-2



หลังอุบัติเหตุทางลูกหนังที่ "แอนฟิลด์" เกิดขึ้น ทำให้โมเมนตัมการลุ้นแชมป์ตกไปอยู่ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบเต็มตัว ซึ่งหากทั้งสองทีมชนะรวดในเกมที่เหลือ จะทำให้แต้มเท่ากันและต้องลุ้นที่ประตูได้เสียแทน ซึ่งซิตี้ได้เปรียบอยู่ด้วยจำนวน 9 ประตู มองมุมไหนก็ยากที่จะแซงได้ ส่วนลิเวอร์พูลไม่มีทางเลือกมากนัก ต้องชนะให้ได้ในสองเกมที่เหลือและยิงประตูให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมลุ้นให้ซิตี้พลาดในนัดใดนัดหนึ่งด้วย

แต่แล้วทีมหงส์แดงก็แสดงถึง "คาแรคเตอร์" ที่ยังไม่พร้อมสำหรับการลุ้นแชมป์ เมื่อทำได้แค่บุกไปเสมอ คริสตัล พาเลซ 3-3 ทั้งที่ออกนำไปก่อนถึง 3-0 จาก โจ อัลเลน, ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ และหลุยส์ ซัวเรส สกอร์ในตอนนั้นทีมหงส์แดงมองถึงการบุกทำประตูเพื่อสะสมยอดลูกได้เสียแข่งกับซิตี้ สุดท้ายก็เป็นแนวรับที่ยังออกอาการไม่นิ่งเมื่อเจอแรงกดดันมหาศาล ก่อนเสีย 3 ประตูใน 9 นาที เก็บเพิ่มได้เพียง 1 แต้ม เป็นการส่งถ้วยแชมป์ให้เข้าใกล้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มากขึ้น



ความมุ่งมั่นที่ดูเหมือนเป็นดาบสองคมของลิเวอร์พูล เดินหน้าบุกแหลกเอาประตูจนไม่ระวังหลังบ้าน ที่มักก่อความผิดพลาดเช่นนี้บ่อยครั้ง เป็นความไม่ละเอียดในการเล่นที่ยังเป็นจุดบกพร่องในฤดูกาลนี้ ทั้งที่สกอร์ 3-0 ทีมน่าจะกุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดแล้ว

หลังประตูตีเสมอ 3-3 ของดไวท์ เกล สีหน้าของผู้เล่นหงส์แดงออกอาการผิดหวังให้เห็น นำโดยแม่ทัพอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่เหมือนยังไม่ฟื้นจากอาการขวัญเสียเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยเฉพาะ หลุยส์ ซัวเรส เจ้าของรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมปีล่าสุดจาก PFA ถึงกับกลั้นน้ำตาลูกผู้ชายเอาไว้ไม่อยู่หลังจบเกม ภาพดังกล่าวเหมือนการถอดใจโดยศิโรราบของขุนพลหงส์แดง โดยมีกัปตันสตีวี่ จี คอยเดินปลอบกองหน้าตัวเก่งระหว่างเดินเข้าห้องแต่งตัว



แม้ ลิเวอร์พูล จะเดินมาไกลกว่าที่คาดไว้ กับเป้าหมายแรกก่อนเปิดฤดูกาล ที่หวังติดท็อป 4 กลับไปโลดแล่นบนเวทียูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกให้ได้ แต่ต้องยอมรับว่าพวกเขาเข้าใกล้ตำแหน่งการคว้าแชมป์มาก จึงทำให้ความผิดหวังยิ่งทวีคูณเป็นสองเท่า จากความสำเร็จในการคัมแบ็คถ้วยยุโรป กลับกลายเป็นความรู้สึกผิดหวังราวกับทุกอย่างพังทลาย แม้จะเจ็บช้ำ แต่มันยังไม่ใช่จุดจบของหงส์ตัวนี้แน่นอน สิ่งแรกที่ต้องทำคือรวบรวมสติแล้วเดินต่อไป เก็บจุดอ่อน ข้อผิดพลาดในปีนี้ไปแก้ไข พัฒนาอันก้าวกระโดดของลูกทีม แบรนดัน ร็อดเจอร์ส ครั้งนี้ มองเห็นอนาคตแน่นอน

นัดสุดท้ายที่ "แอนฟิลด์" ไม่ต้องคิดอะไรมาก เอาชนะนิวคาสเซิ่ลให้ได้ เพื่อปิดฤดูกาลให้สวยงาม พร้อมกลับมาสู้กันใหม่ในปีหน้า หากแต่แฟนหงส์บางคนไม่หมดหวัง ยังแอบลุ้นให้ซิตี้พลาดท่าในเกมที่เหลือบ้าง แม้เป็นเงื่อนไขที่เกิดขึ้นยากมากๆ ก็ตาม
 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล