"ประชา มาลีนนท์"ไม่รอด!! ศาลปค.พิพากษาชดใช้587ล้าน คดีจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิง

"ประชา มาลีนนท์"ไม่รอด!! ศาลปค.พิพากษาชดใช้587ล้าน คดีจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิง

"ประชา มาลีนนท์"ไม่รอด!! ศาลปค.พิพากษาชดใช้587ล้าน คดีจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิง
Matichon

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อวันที่ 30 เมษายน ศาลปกครองกลางอ่านคำพิพากษาคดีเกี่ยวกับการจัดซื้อรถดับเพลิงและเรือดับเพลิง พร้อมอุปกรณ์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในคดีที่ กทม.ฟ้องนายนายประชา มาลีนนท์ อดีตรมช.มหาดไทย โดยมีคำพิพากษาให้นายประชา มาลีนนท์ อดีตรมช.มหาดไทย ชดใช้เงิน 587,580,000 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 เมื่อปี 2547 ซึ่งคดียังไม่ถึงที่สุดคู่ความยังสามารถอุทธรณ์คดีต่อศาลปกครองสูงสุดได้

อนึ่ง เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2556 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษา คดีทุจริตจัดซื้อรถเรือดับเพลิง หมายเลขดำ อม.5/2554 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายโภคิน พลกุล อดีต รมว.มหาดไทย, นายประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย, นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์, พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม., บริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเชียล ฟาห์รซอยก์ จำกัด หรือ STEYR-DAIMLER-PUCH Spezial fahrzeug AG&CO KG (ศาลสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว) และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯกทม. เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ. 2542 จากกรณีการจัดซื้อรถ และเรือดับเพลิง พร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ตามโครงการพัฒนาระบบบริหารและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม.มูลค่า 6,687,489,000 บาท

โดยวันดังกล่าวนายประชา มาลีนนท์ จำเลยที่ 2 ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาตามที่ศาลนัดไว้ ทั้งที่ทราบนัดล่วงหน้านานแล้ว โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง คงมีทนายความที่ได้รับมอบฉันทะจากนายประกันมาศาลแทน ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของนายประชา จำเลยที่ 2 จงใจหลีกเลี่ยงและหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา จึงให้ออกหมายจับ พร้อมปรับนายประกันเต็มตามจำนวน 2 ล้านบาท

ต่อมาเดือนกันยายน 2556 องค์ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดอ่านคำพิพากษาอีกครั้ง โดยมีมติเสียงข้างมาก จำคุกนายประชา มาลีนนท์ อดีต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จำเลยที่ 2 เป็นเวลา 12 ปี ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และ 13 ซึ่งเป็นบทลงโทษหนักที่สุด และจำคุก 10 ปี พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. จำเลยที่ 4 ตาม พ.ร.บ.ฉบับเดียวกัน มาตรา 12 จากกรณีที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการผลักดันให้เร่งรัดสั่งซื้ออุปกรณ์ครุภัณฑ์บรรเทาสาธารณภัยตามโครงการพัฒนาระบบและบริหารการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกทม.เมื่อปี 2547 ไม่ชอบ โดยฝ่าฝืนมติ ครม.และข้อบัญญัติของการบริหารราชการ กทม. และ ระเบียบการจัดซื้อ จนทำให้การสั่งซื้อสินค้าเอื้อประโยชน์กับบริษัทสไตเออร์ จำเลยที่ 5 ในคดีนี้ ซึ่งมีการสั่งซื้่อราคาแพง และ บริษัทสไตเออร์ฯได้รับประโยชน์ 48.77 % เมื่อเทียบกับราคาที่กรมบรรเทาสาธารณภัยของกระทรวงมหาดไทยจัดซื้ออุปกรณ์ประเภทเดียวกันที่ผลิตและจัดจำหน่วยภายในประเทศไทยและการจัดซื้อจากการผลักดันของจำเลยที่ 2 และ 4 ก็ไม่ได้เปรียบเทียบราคากระทั่งทำให้มีการจัดซื้อสินค้าด้วยวิธีการพิเศษและส่งผลให้จำเลยที 5 รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวอันเป็นการกีดกันทางการค้าและการเสนอราคาแข่งขันอย่าง เป็นธรรม

ขณะที่พยานหลักฐานโจทก์(คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.) ยังไม่เพียงพอรับฟังว่า นายโภคิน พลกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จำเลยที่ 1 นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จำเลยที่ 3 และ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการ กทม. จำเลยที่ 6 ปฏิบัติหน้าที่มิชอบในโครงการดังกล่าวจึงพิพากษายกฟ้อง

โดยศาลมีคำสั่งให้ออกหมายจับนายประชา จำเลยที่สอง เพื่อติดตามตัวมาบังคับคดีรับโทษ และให้ออกหมายจับจำเลยที่ 4 ที่วันนี้ไม่ได้มาศาลฟังคำพิพากษา โดยให้ติดตามตัวมารับฟังคำพิพากษาในวันที่ 16 ต.ค. 09.30 น. พร้อมปรับนายประกัน 2,000,000 บาท อย่างไรก็ตาม นายประชา มาลีนนท์ กับ พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อยู่ระหว่างหลบหนีคดีทุจรติรถดับเพลิง