คณะรัฐบุคคล เสนอ "ป๋าเปรม" เรียกศาล-ทหาร-ผู้นำสังคมร่วมหาทางออกประเทศ
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/311/1555726/news151.jpgคณะรัฐบุคคล เสนอ "ป๋าเปรม" เรียกศาล-ทหาร-ผู้นำสังคมร่วมหาทางออกประเทศ

คณะรัฐบุคคล เสนอ "ป๋าเปรม" เรียกศาล-ทหาร-ผู้นำสังคมร่วมหาทางออกประเทศ

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

เมื่อวานนี้ (14 เมษายน )คณะรัฐบุคคลนำโดย พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด นายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการอิสระ พล.อ.อ.เทอดศักดิ์ สัจจะรักษ์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารอากาศ และ ร.อ.ปราศรัย ทรงสุรเวทย์ อดีตผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และนายบรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) ร่วมกันแถลงข่าวเรื่อง "ทางออกประเทศไทย เมื่อยิ่งลักษณ์หมดความชอบธรรมในการปกครองประเทศทั้งทางด้านนิตินัยและพฤตินัย" ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์
 
พล.อ.สายหยุด กล่าวว่า วิกฤติทางการเมืองในครั้งนี้ จึงเห็นว่าพระบารมีจะทำให้ประเทศไทยผ่านไปได้ แต่เนื่องจากพระองค์ไม่อาจเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองได้ ซึ่งคณะรัฐบุคคลเห็นว่าโครงสร้างของประเทศไทยยังมีตำแหน่งรัฐบุรุษอยู่ และตำแหน่งดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงตำแหน่งที่มีเกียรติศักดิ์ศรี แต่มีหน้าที่ที่รับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งรัฐบุรุษในประเทศไทยขณะนี้ก็มี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษที่จะทำหน้าที่รับสนองพระบรมราชโองการ และร่างพระบรมราชโองการขึ้นทูลเกล้าฯ เสนอเมื่อเกิดเหตุการณ์บ้านเมืองยุ่งเหยิง คณะรัฐบุคคลจึงเสนอให้ รัฐบุรุษทำหน้าที่พูดคุยกับองค์กรต่างๆ ที่เป็นหลักของบ้านเมืองทั้งตุลาการและทหาร และผู้นำทางสังคม เพื่อร่างพระบรมราชโองการเสนอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย กรณีนี้ไม่เกี่ยวกับการเสนอใช้พระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 แต่เชื่อว่าเมื่อทรงมีพระบรมราชโองการออกมาแล้วสังคมไทยจะยอมรับเหมือนเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา และเชื่อว่าเรื่องนี้จะดำเนินการได้เลยโดยไม่ต้องรอให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง

นายบรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยสถานภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ออกจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคง (สมช.) ว่า แตกต่างกับกรณีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกร้องให้สิ้นสุดสถานภาพ ส.ส. กรณีหนีการเกณฑ์ทหาร เพราะเมื่อยุบสภานายอภิสิทธิ์สิ้นสุดจากการเป็น ส.ส.ไปโดยปริยาย แต่กรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังคงปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีอยู่ โดยรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 บัญญัติว่าความเป็นรัฐมนตรีจะสิ้นสุดลงเฉพาะตัวด้วยเหตุการตาย ลาออก ต้องคำพิพากษาให้จำคุก และขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 174 เมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่พ้นสภาพการเป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตราดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจที่จะรับวินิจฉัย