กสม.แถลงการณ์6ข้อประณามรุนแรงม็อบ

กสม.แถลงการณ์6ข้อประณามรุนแรงม็อบ
INN News

สนับสนุนเนื้อหา


คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ออกแถลงการณ 6 ข้อ ประณามการใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมที่ ถ.บรรทัดทอง พร้อมเรียกร้องรัฐบาลเยียวยาดูแลพยาบาลผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ

แถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่อง ขอประณามการใช้ความรุนแรงในเหตุการณ์การชุมนุม เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2557

จากเหตุการณ์การชุมนุมของ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) โดยจะมีการเดินรณรงค์ทั่วกรุงเทพมหานครต่อเนื่อง จนกระทั่งล่าสุด ในวันที่ 17 มกราคม 2557 จากการเดินรณรงค์เพื่อชักชวนให้ประชาชนมาร่วมการชุมนุม เกิดเหตุการณ์ใช้ความรุนแรง โดยใช้ระเบิดสังหาร อาวุธสงคราม ที่บริเวณถนนบรรทัดทอง จนกระทั่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 39 ราย และเสียชีวิต จำนวน 1 ราย ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงสูงสุด

ที่ผ่านมา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ติดตามสถานการณ์การชุมนุมมาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง อีกทั้งได้เน้นย้ำข้อวิตก กังวล และห่วงใยต่อสถานการณ์ที่จะเกิดความรุนแรงขึ้น โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ยึดแนวทางสันติในการแก้ปัญหา เคารพสิทธิซึ่งกันและกันมาโดยตลอด

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอประณามการกระทำดังกล่าวว่า เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง และขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียและญาติมิตรในเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ซึ่งหากเหตุการณ์เหล่านี้ยังดำเนินต่อไป คาดว่าจะนำไปสู่ความรุนแรง และความแตกร้าวยิ่งขึ้นในสังคมไทย จนยากที่จะเยียวยา อันเป็นสิ่งที่ประชาชนชาวไทยทุกฝ่ายไม่ปรารถนา

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นบทเรียนแก่ทุกฝ่าย เกี่ยวกับการใช้สิทธิและเสรีภาพในการชุมนุม และการใช้อำนาจของรัฐเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วน คำนึงและสมควรดำเนินการตามข้อที่ควรปฏิบัติ ดังนี้

1. ผู้จัดการชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องทำงานร่วมกันในการสร้างระบบการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่การชุมนุม ตลอดจนมาตรการต่างๆ ในการเฝ้าระวังและป้องปรามผู้ไม่หวังดี ที่ก่อสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ชุมนุม หรือต่อผู้ชุมนุมขณะกำลังเคลื่อนขบวน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีล่าสุด การปาระเบิดเข้าใส่ผู้ชุมนุมที่บริเวณถนนบรรทัดทอง ทำให้เกิดมีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ทั้งนี้ ต้องระมัดระวังในจุดเสี่ยงต่างๆ ในบริเวณโดยรอบ เช่น ตึกสูง อาคารร้าง บริเวณสะพานลอย รถไฟฟ้า และสกายวอล์ค เป็นต้น

2. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องดำเนินคดีผู้กระทำความผิดก่ออาชญากรรมโดยอาวุธร้ายแรงต่อผู้ชุมนุมอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยต้องได้รับความร่วมมือจากผู้จัดการชุมนุม และควรมีองค์กรหรือบุคคลที่สามเข้าร่วม เพื่อให้เกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ในการนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องดำเนินการสืบสวนและสอบสวน เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีเพื่อลงโทษตามกฎหมาย ในทุกเหตุการณ์ที่มีการใช้ความรุนแรงที่มีการสูญเสียชีวิต บาดเจ็บ และทรัพย์สิน โดยแถลงให้ประชาชนได้รับทราบถึงข้อเท็จจริง และความคืบหน้าให้สาธารณชนได้รับรู้เป็นระยะโดยเร็ว

3. รัฐบาลต้องดูแลและป้องกันมิให้เกิดความรุนแรง เพื่อให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย ไม่ว่าความรุนแรงจะเกิดจากผู้ใด รัฐบาลจะปัดความรับผิดชอบมิได้ ต้องปฏิบัติภายใต้กรอบแห่งกฎหมาย และเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล โดยจะต้องหลีกเลี่ยงและป้องกันมิให้เกิดสถานการณ์ความรุนแรงที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นอีก

4. ผู้จัดการชุมนุมต้องรับผิดชอบในหลักประกันความปลอดภัยต่อการทำงานของสื่อมวลชนในที่ชุมนุม เพื่อมิให้มีการทำร้ายต่อสื่อมวลชน อันเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชน

5. ผู้จัดการชุมนุมทุกกลุ่มทุกฝ่าย ต้องคำนึงถึงสิทธิเด็กและสตรี ในการแสดงความเห็นบนเวที ไม่ควรใช้คำพูดและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือการข่มขู่คุกคามเด็กหรือเยาวชนที่ปราศรัยบนเวที

6. รัฐบาลจะต้องให้การดูแลรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ การเยียวยาผู้เสียหาย ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่เสียชีวิต จากกรณีเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้เป็นมาตรฐานเพื่อให้เป็นไปตามหลักมนุษยธรรม โดยการให้หลักประกันว่า จะให้ความเป็นธรรมและเยียวยาทุกฝ่าย ทั้งในรูปเงินช่วยเหลือ การฟื้นฟู การช่วยเหลืออื่นๆ และการเยียวยาด้านจิตใจโดยไม่เลือกปฏิบัติ

ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จึงขอวิงวอนให้ทุกฝ่าย ได้ใช้สติโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก หยุดการเผชิญหน้า และหยุดการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ทางออกที่ดีที่สุด คือ กลับมาสู่การเจรจาโดยเร็ว เพื่อนำความสงบและสันติสุขคืนสู่ประเทศไทย

 

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
19 มกราคม 2557