เปิดแนวทางวิเคราะห์คำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคเพื่อไทย

เปิดแนวทางวิเคราะห์คำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคเพื่อไทย

เปิดแนวทางวิเคราะห์คำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคเพื่อไทย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2556 ที่กระทรวงแรงงาน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน พร้อมด้วยนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษก พท. นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. นายพิชิต ชื่นบาน ทีมกฎหมายของพรรค พท. และนายวิม รุ่งวัฒนจินดา เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา ส.ว.ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ ในวันที่ 20 พฤศจิกายน โดย ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวก่อนการประชุมด้วยว่า นายกฯได้มอบหมายให้เป็นประธานการประชุม"วอร์รูม"ดังกล่าว เพื่อประเมินความเคลื่อนไหวและเตรียมรับมือสถานการณ์ โดยหารือกันนานกว่า 2 ชั่วโมง

ภายหลังการหารือ ร.ต.อ.เฉลิมแถลงว่า ที่ประชุมได้วิเคราะห์แนวทางการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เห็นว่าสามารถวิเคราะห์เนื้อหาออกมาได้ 6 ข้อ ซึ่งน่าเชื่อได้ว่ามีแนวทางที่จะเป็นผลดีต่อผู้ถูกร้อง คือ

1.ในทางกฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติให้ ครม. ส.ส. ส.ว. และประชาชนมีสิทธิยื่นญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ตามหมวด 15 มาตรา 291(1) ดังนั้น ส.ส.และ ส.ว.ที่ร่วมกันลงชื่อในญัตติขอแก้ไขที่มาของ ส.ว.จึงมีสิทธิโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ


2.เนื้อหาสาระที่ขอแก้ไขไม่ใช่การล้มล้างการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ตามมาตรา 68 เพราะยังคงสถาบันนิติบัญญัติไว้ โดยมีสมาชิกสองประเภทคือ ส.ส.และ ส.ว.เช่นเดิม แต่เปลี่ยนแปลงที่มา ส.ว.สรรหา ให้ประชาชนเลือกเข้ามาโดยตรงทั้งหมด ดังนั้น เนื้อหาสาระของการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงไม่ขัดมาตรา 68 แต่อย่างใด

3.ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับเรื่องไว้พิจารณา มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่าผู้ร้องสามารถร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านอัยการสูงสุดได้หรือไม่ เพราะตุลาการเสียงข้างน้อย ประกอบด้วยนายชัช ชลวร นายบุญส่ง กุลบุปผา และนายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี มีความเห็นว่ากระทำไม่ได้ จะต้องยื่นผ่านอัยการสูงสุดเท่านั้น ดังนั้น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยไปในทางอื่นไม่ได้นอกจากมีความเห็นไม่รับคำร้อง โอกาสที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนอื่นจะมีความเห็นในประเด็นเรื่องเนื้อหา สาระ ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญจะต้องมีอีกหลายคน เพราะเนื้อหาของการแก้ไขไม่ขัดมาตรา 68

4.จากการตรวจสอบรายชื่อสมาชิกรัฐสภา ผู้ร่วมลงชื่อในญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผู้ลงชื่อทุกคนได้เสนอญัตติในตำแหน่ง ส.ส. ส.ว. ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ร่วมลงชื่อด้วย ซึ่งถ้าพิจารณาในทางที่เลวร้ายที่สุด สถานภาพของนายกฯเป็นเพียง ส.ส. ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค หรือมีตำแหน่งใดในพรรค หากมีกรณียุบพรรคเพื่อไทย นายกฯก็มิได้พ้นจากตำแหน่ง ส.ส.แต่อย่างใด


5.สำหรับประเด็นเรื่องร่างรัฐธรรมนูญของผู้เสนอญัตติไม่ตรงกับร่างรัฐธรรมนูญที่บรรจุระเบียบวาระ เป็นความผิดพลาดทางธุรการเท่านั้น ไม่ถึงขนาดล้มล้างการปกครอง


6.กรณีเสียบบัตรแทนกันนั้น เรื่องนี้ทางรัฐสภายังไม่ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแต่อย่างใด เป็นการกล่าวหาซึ่งกันและกัน ดังนั้นอำนาจในการพิจารณาเรื่องนี้อยู่ที่ประธานรัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญจะก้าวล่วงเข้าไปวินิจฉัยในประเด็นนี้ไม่ได้

ร.ต.อ.เฉลิมแถลงอีกว่า รู้จักและใกล้ชิดกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหลายคน แต่ไม่เคยไปหา เพราะไม่อยากก้าวก่าย โดยก่อนหน้านี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย 3 คน คือ นายชัช ชลวร นายบุญส่ง กุลบุปผา และนายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี มีความเห็นว่าไม่ควรรับเรื่องไว้วินิจฉัย จะต้องยื่นผ่านอัยการสูงสุดเท่านั้น

"ดังนั้นจึงมั่นใจว่าเรามีเสียงแล้ว 3 คน ส่วนอีก 6 คนที่รับเรื่องไว้ก็ไม่ได้แปลว่าเราทำผิด เพียงแค่รับไว้วินิจฉัยเท่านั้น ผมมั่นใจว่า อีก 6 คนจะให้ความกรุณาแน่"Ž ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล