
ศาลยกฟ้องหมิ่นปัดเตรียมเข้าสู่พรบ.ปรองดอง
อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ยัน ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องคดีหมิ่นประมาทระหว่างนักการเมือง ไม่มีวาระซ่อนเร้นเพื่อเตรียมรับ พ.ร.บ.ปรองดอง ชี้ แต่ละศาลมีอิสระในการตัดสินคดีตามพยานหลักฐาน
นายทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวถึงคดีหมิ่นประมาท ที่มีการฟ้องร้องกันในชั้นศาล โดยศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ รวมถึง ศาลฎีกา มีคำสั่งออกมาแตกต่างกัน และในระยะหลัง เมื่อคดีเข้าสู่ศาลสูง มักจะยกฟ้อง อย่างกรณีที่ ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับยกฟ้องคดีที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กล่าวหา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ตีตนเสมอเจ้า หรือยกฟ้องคดีที่ นายจตุพร กล่าวหา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี จ้างต่างด้าวก่อความวุ่นวายในม็อบเพื่อใส่ร้ายคนเสื้อแดง ว่า การตัดสินของศาลในแต่ละศาลนั้น จะพิจารณาจากพยานหลักฐาน หากผลคำพิพากษาของศาลชั้นต้นยังไม่เป็นที่
พอใจของคู่ความ ก็สามารถที่จะยื่นอุทธรณ์ หรือฎีกาได้ ซึ่งแต่ละศาลก็จะใช้ดุลพินิจตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ดำเนินการอย่างอิสระไม่ยุ่งเกี่ยวกัน และไม่เคยปรึกษาหารือกันระหว่างศาลในแต่ละชั้น ผลคำพิพากษาจึงมีมุมมองที่อาจแตกต่างกันได้ และยืนยันว่า การที่ศาลอุทธรณ์ตัดสินยกฟ้องในคดีที่นักการเมืองฟ้องหมิ่นประมาทกันนั้น ไม่มีวาระซ่อนเร้น หรือนัยแอบแฝง ที่ว่า ศาลอุทธรณ์อาจเตรียมรับ พ.ร.บ.ปรองดอง แต่อย่างใด
ทั้งนี้ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ระบุว่า ในส่วนของศาลเอง อยากเห็นประชาชนเข้าสู่การปรองดอง ทุกฝ่ายพอใจ ประชาชนได้ประโยชน์จากการปรองดอง ก็จะเป็นประโยชน์กับบ้านเมืองทั้งสิ้น แต่วิธีการเข้าสู่การปรองดอง ให้ทุกฝ่ายลงรอยกันได้นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน