ตร.ได้เค้าบึ้มรามยันจับได้แน่-พบฟอร์จูนเนอร์ต้องสงสัย

ตร.ได้เค้าบึ้มรามยันจับได้แน่-พบฟอร์จูนเนอร์ต้องสงสัย

ตร.ได้เค้าบึ้มรามยันจับได้แน่-พบฟอร์จูนเนอร์ต้องสงสัย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เผย คืบคดีระเบิดราม ได้เค้ามือบึ้มแล้ว ขอจิ๊กซอว์วงจรปิดรวมฟอร์จูนเนอร์ต้องสงสัยด้วย ยัน จับตัวได้แน่ ด้าน ผบ.ตร. เร่งรัดคดี

พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. เปิดเผย ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้า กรณีคนร้ายวางระเบิดหน้าปากซอยรามคำแหง 43/1 จนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บหลายคน เมื่อกลางดึก วันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น ล่าสุด ทีมสืบสวน บก.น.4 และศูนย์สืบสวน บช.น. ประชุมเพื่อตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดทุกตัวในละแวกดังกล่าว ซึ่งคืบหน้าไปมาก สามารถที่จะต่อจิ๊กซอว์ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ได้พอสมควร โดยเฉพาะภาพผู้ต้องสงสัยที่ถือถุงพลาสติกและหนีขึ้นรถฟอร์จูนเนอร์สีดำไปด้วยนั้น ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในข่ายด้วย แต่ขอเวลาในการรวบรวมข้อมูลก่อน โดยเหลือการตรวจสอบภาพวงจรปิดอีก 3-4 จุด โดยรอบที่เกิดเหตุเท่านั้น น่าจะสามารถลำดับเหตุการณ์ได้ชัดเจนขึ้น และยืนยันว่า คดีนี้จะสามารถจับตัวคนร้ายได้แน่

ทั้งนี้ รอง ผบช.น. กล่าวอีกว่า ทาง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้สั่งการเร่งรัดคดีนี้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญและส่งผลต่อขวัญของประชาชนด้วย โดยในช่วงบ่ายวันนี้ ทีมสืบสวนจะประชุมกันอีกครั้งหนึ่ง ที่ สน.หัวหมาก

 

ตร.คาดบึ้มรามฯปมสร้างสถานการณ์

พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงกรณีความคืบหน้าคดีระเบิด หน้าปากซอยรามคำแหง 43/1 ว่า ขณะนี้แนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ให้น้ำหนักในประเด็นความขัดแย้งของกลุ่มผู้ค้าพื้นที่น้อยลง จาก 50% เหลือ 30% เพราะจากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า ในพื้นที่นั้น พ่อค้าแม่ค้ามีปัญหาทะเลาะกันธรรมดา จึงเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องก่อเหตุรุนแรง แต่ทั้งนี้ ก็ยังไม่ได้ตัดประเด็นดังกล่าวทิ้ง

ส่วนประเด็นการสร้างสถานการณ์นั้น เจ้าหน้าที่ยังคงให้น้ำหนักอยู่ที่ 50% แต่ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างแน่นอน เนื่องจากภายหลังเกิดเหตุ ได้มีการเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องวัตถุระเบิด และเคยทำงานอยู่ในพื้นที่มาช่วยตรวจสอบ ซึ่งก็ระบุว่า ระเบิดที่ใช้ก่อเหตุ ซอยรามคำแหง 43/1 เป็นคนละแบบกับทางภาคใต้ และลักษณะการก่อเหตุไม่ได้มุ่งหวังให้มีผู้เสียชีวิต

ขณะที่ แนวทางการสืบสวน อยู่ระหว่างการตรวจสอบภาพจากกล้องวงปิด ซึ่งพบว่า มีกลุ่มคนเดินไปมาจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมาไล่ดูอย่างละเอียด ว่าใครเดินมาจากไหน ไปจนถึงที่ใด แต่ยอมรับว่า การสืบสวนยังสามารถเดินหน้าไปต่อได้ และมีความคืบหน้าไป 60-70%

 

รองผบช.น.เผยข่าวลือป่วนกรุงไร้สาระ-บึ้มรามโผล่4-5คน

พลตำรวจตรีปริญญา จันทร์สุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวยืนยันว่า ตามที่มีการส่งต่อข้อความทางโซเชียลมีเดียว่า จะมีการก่อเหตุเช่นเดียวกับ ระเบิดบริเวณปากซอยรามคำแหง ยืนยัน ไม่เป็นความจริง แต่อย่างไรก็ดี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล เฝ้าระวังในพื้นที่สำคัญๆ ทั่วกรุงเทพมหานครแล้ว

ขณะเดียวกัน กล่าวว่าในส่วนของ ความคืบหน้าคดีเหตุระเบิดที่ รามคำแหง 43/1 นั้น หลังจากดูภาพกล้องวงจรปิด หรือ CCTV แล้ว สามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในภาพได้แล้ว 4-5 คน รวมทั้ง ต้องตรวจสอบ รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ และรถยนต์อีซูซุ ที่จอดใกล้ที่เกิดเหตุ ซึ่งต้องไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนประเด็นการก่อเหตุ ยังคงไม่มีการตัดประเด็นใดทิ้ง ซึ่งล่าสุด ก็มีประเด็นชู้สาวเข้ามา แต่ได้ให้น้ำหนักเรื่องการขัดแย้งแผงค้าน้อยลง


แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล