สื่ออังกฤษ ยกไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คุ้มค่าที่สุด

สื่ออังกฤษ ยกไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คุ้มค่าที่สุด
หนังสือพิมพ์ Sunday Mirror และสำนักข่าว Press Association News Wire ได้เสนอข่าวประเทศไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักร อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่อุณหภูมิ8องศานักท่องเที่ยวแห่กาเต้นท์ (13 ม.ค.) มีรายงานจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงลอนดอนว่า หนังสือพิมพ์ Sunday Mirror และสำนักข่าว Press Association News Wire ได้เสนอข่าวว่า ประเทศไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักร โดยสื่อทั้งสองแห่งได้นำเสนอข้อมูลจากหน่วยงาน Post Office Travel Services ของสหราชอาณาจักร ซึ่งได้ทำวิจัยเกี่ยวกับความคุ้มค่าของสถานที่ท่องเที่ยว โดยเปรียบเทียบราคาสินค้าที่นักท่องเที่ยวมักจับจ่ายใช้สอย รวมทั้งราคาอาหารและเครื่องดื่ม จำนวน 8 รายการ ใน 15 ประเทศที่ชาวสหราชอาณาจักรนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว ผลสำรวจในแง่ระดับราคาพบว่า ประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่งของการเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คุ้มค่าสำหรับนักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักร ตามด้วยแอฟริกาใต้ มาเลเซีย และเคนยา ตามลำดับ นอกจากนั้น โฆษกของ Post Office Travel Services ยังได้กล่าวว่า แม้ในช่วงปีที่ผ่านมา เงินบาทได้แข็งตัวขึ้นมากเมื่อเทียบกับเงินปอนด์ และประเทศไทยได้ประสบปัญหาการเมืองภายใน แต่ประเทศไทยก็ยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คุ้มค่าที่สุดเมื่อเทียบกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศในยุโรป อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่อุณหภูมิ8องศานักท่องเที่ยวแห่กาเต้นท์ นายมาโนช การพนักงาน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า จากอุณหภูมิที่ลดต่ำลงในขณะนี้บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลกพื้นที่ 4 จังหวัด ( นครราชสีมา ปราจีนบุรี นครนายก สระบุรี ) อุณหภูมิอยู่ที่ 8 องศาเซลเซียส ซึ่งในบรรยากาศหนาวเย็นนี้นักท่องเที่ยวจะนิยมขึ้นมาพักผ่อนกางเต้นท์อย่างหนาแน่นโดยเฉพาะในวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ ล่าสุดจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 2,000 คนบนที่พักกางเต้น์จุดลำตะคองและผากล้วยไม้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศพื้นล่าง อ.เมืองปราจีนบุรี สภาพอากาศหนาวเย็นพร้อมกับลมหนาวโชยโดยตลอดครูเวรประจำวันโรงเรียนเทศบาล 5 (บดินทร์เดชาประสิทธิ์) สังกัดเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ได้นำนักเรียนแก้หนาวโดยเปิดเพลงและเต้นท์แอโรบิคออกกำลังกายก่อนขึ้นชั้นเรียนให้ความอบอุ่นพร้อมกำชับให้สวมเสื้อหนาวปกคลุมมาโรงเรียน เด็กรถทัวร์ลักทรัพย์นักท่องเที่ยวแล้วปล่อยทิ้งไว้ซอยเปลี่ยว เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 13 ม.ค. พ.ต.ท.ดำรงพงษ์ เพ็ชรสุวรรณ พนักงานสอบสวน(สบ.3) สน.บางเสาธง ได้รับแจ้งจ้างนักท่องเที่ยวชาวไทยว่าถูกพนักงานรถทัวร์ลักทรัพย์ จากนั้นก็ถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้ในภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 แขวงบางเสาธง เขตภาษีเจริญ กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางเสาธงจึงได้ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเพื่อจับกุมแก๊งลักทรัพย์ดังกล่าว ที่เกิดเหตุเป็นซอยเปลี่ยว พบนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทย จำนวน 30 คน ถูกรถทัวร์ของบริษัท ศักดิ์ศรี รถสีขาวแดง วิ่งระหว่างถนนข้าวสาร จังหวัดกระบี่ ซึงนักท่องเที่ยวรู้จักในนามรถทัวร์ 30 นำมาปล่อยทิ้งไว้ โดยรถคันดังกล่าว มีเบอร์โทรศัพท์ติดเอาไว้ที่ข้างรถหมายเลข 081-6931062 ด้วย นักท่องเที่ยวชาวไทยจึงได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจท่องเที่ยวเพื่อมารับตัวนักท่องเที่ยวทั้งหมด พ.ต.ท.นรเศรษฐ์ เย็นสุข สารวัตรสถานีท่องเที่ยว 3 กองกับกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 ( สว.สทท.3.กก1.บกทท.) กล่าวว่า จากการสอบถามนักท่องเที่ยวที่มาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ 1.Mr.Podevin Jupie 2.Mr.Meyer Florian 3.Mr.Schmitt Yonnick ทั้งสามเป็นชาวฝรั่งเศส และอีกรายเป็นชาวไทย ทราบชื่อคือ นางสาวชมพูนุช ชมกุล ซึ่งเป็นผู้พาเพื่อนชาวฝรั่งเศสเข้ามาแจ้งความ โดยนักท่องเที่ยวทั้งหมดให้การว่า ได้นั่งรถทัวร์คันดังกล่าวมาจากจังหวัดกระบี่ เพื่อเดินทางกลับมายังถนนข้าวสาร แต่เมื่อรถวิ่งมาถึงถนนพุทธมณฑลสาย 2 คนขับได้แวะจอดรถที่ปั๊มน้ำมันข้างทาง ซึ่งมีนักท่องเที่ยวคนหนึ่งได้ลงไปห้องน้ำแล้วเห็นว่ามีพนักงานของรถทัวร์ กำลังรื้อค้นทรัพย์สินในกระเป๋าของนักท่องเที่ยว ขณะที่รถขับออกไปตามเส้นทาง นักท่องเที่ยวทั้งหมดทราบว่าถูกขโมยทรัพย์สินจึงช่วยกันรื้อค้นหาของที่โดนขโมยไปซึ่งก็พบทรัพย์สินที่เป็นทั้งเงินสด บัตรเครดิตของนักท่องเที่ยว พ.ต.ท.นรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นคนขับรถ ได้ขับรถพานักท่องเที่ยวมุ่งหน้าไปยังซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 และปล่อยนักท่องเที่ยวทั้งหมดไว้แล้วหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตามจับตัวพนักงานบนรถได้ 1 คนจึงนำตัวมาสอบปากคำ และจะเร่งติดตามตัวคนขับรถมาสอบปากคำด้วย เหตุการณ์ในลักษณะนี้มีขึ้นบ่อยครั้งแต่ไม่สามารถจับคนร้ายได้ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางเสาธง จะติดตามหาคนร้ายกลุ่มนี้มาลงโทษเนื่องจากเป็นการกระทำที่เสียภาพพจน์แก่ประเทศอย่างมาก ทั้งนี้นักท่องเที่ยวที่เหลือที่ไม่ได้เข้าแจ้งความทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้ไปส่งยังที่พักย่านถนนข้าวสารและบางส่วนได้เดินทางกลับประเทศไปแล้ว เบื้องต้นหากสอบปากคำพนักงานของรถทัวร์พบว่าร่วมกันก่อเหตุกับคนขับรถก็จะแจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ กับทั้ง 2 ราย

เรื่องล่าสุดของหมวด สังคม

ดูหมวด สังคม ทั้งหมด