
สาวใหญ่ร้อง! คนข้างบ้านคลั่งทำร้าย อนาจารถึงห้องนอน
(9 มี.ค.) สาวใหญ่สกลนครผวา! หนุ่มละแวกบ้านย่องปีนบุกเข้ามาในบ้าน เตะต่อยทำร้ายร่างกายอ่วม บังคับถอดเสื้อผ้า-ทำอนาจาร ขู่ฆ่าสารพัด แจ้งความไว้คดีไม่คืบ ชาวบ้านก็โดนแต่ไม่กล้าเอาเรื่อง
นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้รับแจ้งร้องเรียนจาก นางลักษณ์ (นามสมมติ) อายุ 55 ปี ว่าถูกเพื่อนบ้านที่มีบ้านติดกัน บุกเข้าทำร้ายร่างกายและกระทำชำเรา รวมทั้งข่มขู่ชิงทรัพย์สิน แจ้งความกับตำรวจท้องที่แล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งคนร้ายยังมีพฤติกรรมพยายามทำร้ายอีกอยู่บ่อยครั้ง
นายพงษ์ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ลูกชายของนางลักษณ์ ได้พาแม่เข้ามาร้องทุกข์กับมูลนิธิ นางลักษณ์ มีอาการหวาดกลัวและไม่กล้ากลับไปอยู่ที่บ้าน เพราะกลัวจะถูกทำร้ายร่างกายอีก นายลักษณ์ เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตนอยู่บ้านที่ จ.สกลนคร เพียงลำพัง เพราะลูกๆ แยกย้ายกันไปทำงาน ขณะที่ตนกำลังนอนหลับอยู่ จู่ๆ นายชิต อำสึก อายุ 40 ปี เพื่อนบ้านได้ปีนเข้ามาในบ้าน ท่าทางคล้ายคนไม่มีสติและขู่ฆ่าตน
นางลักษณ์ ยังบอกอีกว่า ตนกับนายชิต แม้จะอยู่ละแวกเดียวกัน แต่ไม่เคยพูดคุยกันมาก่อน นายชิต ได้เข้ามาทำร้ายร่างกาย ตบ เตะ ต่อย ตนจึงก้มลงกราบอ้อนวอนขอชีวิต แต่คนร้ายไม่สนใจยังทำร้ายและขู่ชิงทรัพย์ ก่อนจะสั่งให้ตนเข้าไปในห้องน้ำและบังคับให้ถอดเสื้อผ้าออก และลากตนมาบนเตียงนอน และใช้มือสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศอย่างซาดิสม์ ก่อนจะใช้ผ้าถุงรัดคอตนจนแทบหายใจไม่ออก
แต่ทันใดนั้น นายชิต ก็หยุดกะทันหันและกลับไปรื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้านต่อ ตนจึงใช้จังหวะทีเผลอ คว้าเสื้อผ้าและวิ่งหนีออกมาขอความช่วยเหลือ ตนวิ่งเข้าไปหลบซ่อนที่ใต้ถุนบ้านหลังหนึ่ง นายชิต ก็ยังวิ่งตามเพื่อค้นหาตน จนกระทั่งเวลาประมาณตี 4 ชาวบ้านเริ่มกลับมาจากการกรีดยาง นายชิต จึงได้กลับเข้าบ้านไป ตนจึงออกจากที่ซ่อนไปขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยว เพราะหวั่น นายชิต จะตามคุกคาม
ต่อมา ตนได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.สว่างแดนดิน ลงบันทึกประจำวันและกลับบ้าน ปิดล็อกกลอนประตูอย่างแน่นหนา จนกระทั่ง 3-4 วันต่อมา นายชิต พยายามเปิดหน้าต่างบุกเข้ามามาอีก แต่เปิดไม่ได้เพราะตนเสริมกลอนล็อกเอาไว้ ก่อนจะได้ยินเสียงคนลับมีด ตนรู้สึกหวาดกลัวมา นั่งหวาดผวาจนถึงเช้า จึงตัดสินใจไม่กล้าอยู่บ้านหลังนั่นอีก
นางลักษณ์ เปิดเผยว่า นายชิต ยังคงตามคุกคามคนละแวกนั้นอยู่เสมอๆ ชาวบ้านก็เก็บกดไม่กล้าเอาเรื่องแต่อย่างใด ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เหมือนจะนิ่งเฉย ไม่ทำอะไรทั้งสิ้น อีกทั้ง นายชิต เคยมีประวัติเข้า-ออกเรือนจำบ่อยๆ ตนจึงตัดสินใจทิ้งบ้าน มาแจ้งมูลนิธิเพื่อขอความเป็นธรรมดังกล่าว
