หึงโหดฆ่า พฤติการณ์เยี่ยงไอ้แบงค์ ฆ่าแฟนสาว หรือความรักคือความแค้น?

หึงโหดฆ่า พฤติการณ์เยี่ยงไอ้แบงค์ ฆ่าแฟนสาว หรือความรักคือความแค้น?

หึงโหดฆ่า พฤติการณ์เยี่ยงไอ้แบงค์ ฆ่าแฟนสาว หรือความรักคือความแค้น?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

จากกรณีที่ นายไพโรจน์ นันทตันติ หรือ "แบงค์" วัย 23 ปี เจ้าของกิจการร้านเหล้าย่านคลองประปาก่อคดี "สังหารโหด" แฟนสาวพริตตี้ นางสาวอัจฉราณี รักษ์เชื้อ วัย 22 ปี ด้วยวิธีการที่เหี้ยมโหด สะเทือนขวัญสังคมจนกลายเป็นข่าวดังครึกโครม

แน่นอนว่า เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรกในสังคมไทย จะเห็นว่าข่าวฆาตกรรมมีให้เห็นตามสื่อทุกวัน ต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งพฤติการณ์ของนายแบงค์นั้นเหี้ยมโหดมาก สะท้อนให้เห็นว่าผู้ก่อเหตุเลือกที่จะให้ผู้ตาย "รับรู้รสชาติของความเจ็บปวด" มากกว่าที่จะหวังผลให้สูญเสียชีวิต ด้วยการใช้มีดโกนปาดคอเหยื่อแล้วกรีดไปทั่วร่างกายแล้วเฉือนอวัยวะเพศของเหยื่อ จุดไฟเผาศพเพื่ออำพรางคดี 

ตัวอย่างคดีสะเทือนขวัญสังคมเกี่ยวกับการ "หึง โหด ฆ่า" ยังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจนแทบจะกลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว อย่างกรณีเมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา นายกนิษฐ์ บุญธรรม หนุ่มช่างซ่อมรถที่ศูนย์ฮอนด้า ตัวเมืองเชียงใหม่ หึงแฟนสาวที่มีหนุ่มอื่นมาจีบหลายคนเพราะหน้าตาดี จึงเกิดมีปากเสียงกัน ฝ่ายชายบันดาลโทสะใช้เข็มขัดรัดคอฝ่ายหญิงให้ถึงแก่ความตายอย่างทรมาน ก่อนจะนำไปแขวนไว้กลางบ้านเพื่อประจานและความสาแก่ใจของตัวเอง ก่อนที่จะได้สติผูกคอตายตามไปด้วยเพราะกลัวความผิดที่ได้ก่อไว้

หรืออย่างกรณีเมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา นายยุทธภูมิ ศรีปทุม วัย 40 ปี อาจารย์โรงเรียนเทศบาล 3 จังหวัดลพบุรี ก่อเหตุฆ่าแฟนนักศึกษาสาวเพราะรู้ว่ากำลังตีตัวออกห่าง จึงจับเหยือกดหัวลงชักโครกให้สำลักน้ำและขาดอากาศหายใจแต่ไม่ให้ขาดใจตายโดยทันที เมื่อสาแก่ใจแล้วจึงใช้ปืนที่พกมาด้วยยิงเข้าบริเวณท้ายทอยเสียชีวิตคาชักโครก สร้างความสยดสยองต่อผู้พบเห็น

แน่นอนว่าทั้ง 3 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนมาจากการทะเลาะกันเพราะความหึงหวงและเป็นการทะเลาะที่อาจส่อเจตนาว่าพร้อมที่จะทำร้ายร่างกายกันทุกเมื่อ จึงน่าตั้งข้อสังเกตว่า แท้จริงแล้วการเข้าใจความรักในปัจจุบันอาจหมายถึง คามรักในความแค้นที่พร้อมจะใช้ความรุนแรงใส่กันทุกครั้งหรือไม่

วิธีการหนึ่งที่อาจจะช่วยให้ความรักไม่ใช่เรื่องของ "หึง โหด ฆ่า" คือการเข้าใจว่า ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง ทุกสิ่งมิใช่ของเรา ยิ่งยึดติดมากย่อมทุกข์มากเป็นธรรมดา "คนจะไปก็ต้องไป" ถ้าจะง่ายขึ้นไม่ต้องถึงขั้นใช้หลักธรรมก็คือ การทะเลาะด้วย "ท่าทีที่เป็นมิตร" ใช้ถ้อยคำและภาษาที่รื่นหู ใครแรงมาก็อ่อนตอบกลับไป ไม่ควรคิดว่า การยอมก่อนคือความพ่ายแพ้ แต่เป็นการถอยเพื่อตั้งสติหรือจะเอาหลักการ "ประคองชีวิตคู่" 4 น. ของ ดาราตลก หยอง ลูกหยีไปใช้ก็ไม่ว่ากัน คือ 1.นิ่ง ถ้านิ่งแล้วยังไม่หยุดทะเลาะก็ น. ต่อมาคือ หนี ถ้าหนีแล้วกลับมาอีกก็ยังชวนทะเลาะก็ น.ครั้งที่ 3 คือ นอน แล้วถ้านอนยังบ่น จุกจิก ก็ น.สุดท้ายคือ นาบ!!! (ในอ้อมแขน)

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล