สุขุมพันธุ์ ยันปิดประตูน้ำแน่หากปล่อยน้ำมีปัญหา

สุขุมพันธุ์ ยันปิดประตูน้ำแน่หากปล่อยน้ำมีปัญหา

สุขุมพันธุ์ ยันปิดประตูน้ำแน่หากปล่อยน้ำมีปัญหา
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเผย ปิดประตูน้ำแน่ หากแผนระบายน้ำรัฐบาลคุมไม่ได้ ชี้ ห่วงคลองลาดพร้าวมากสุด ยัน ปีนี้น้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯ

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  เผย แผนซ้อมการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ของคณะกรรมการการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ในวันที่ 5 และ 7 กันยายนนี้ เพื่อทดสอบความพร้อมในการรับมือกับน้ำเหนือที่จะลงมากรุงเทพฯ ในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการทดลองโมเดลระบบระบายน้ำใหม่ครั้งแรกในพื้นที่จริงและช่วงเวลาที่การพยากรณ์มีความชัดเจนว่าในเดือนกันยายนของทุกปีจะมีฝนตกหนัก และในวันที่ทดสอบโอกาสที่ฝนจะตกลงมามีมากถึงร้อยละ 60 ซึ่งข้อมูลดังกล่าวไม่ได้มาจาก กทม.เท่านั้น แต่มาจากต่างประเทศด้วย

ซึ่งในแผนซ้อมการระบายน้ำ ในวันที่ 5 ก.ย. มีการทดลองปล่อยน้ำมาฝั่งตะวันตก เข้าสู่คลองมหาสวัสดิ์ คลองบางกอกน้อย แม่น้ำเจ้าพระยา และไหลออกแม่น้ำนครชัยศรี ซึ่ง กทม.จะควบคุมระดับน้ำอย่างเข้มงวด เพราะการก่อสร้างคันกั้นน้ำของ กทม.ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่ง กทม.มีมาตรการชั่วคราว โดยใช้กระสอบทรายตั้งเป็นแนวป้องกัน รวมทั้งเตรียมความพร้อมวัดปุรณาวาสไว้รองรับ หากมีปัญหาเกิดขึ้น

และในวันที่ 7 ก.ย. จะปล่อยน้ำมาฝั่งตะวันออกไปยังพื้นที่คันกั้นน้ำ (ฟลัดเวย์) และอาจเข้ามาในพื้นที่ชั้นใน บริเวณคลองลาดพร้าวและคลองสอง ซึ่งเป็นห่วงมาก เพราะคลองลาดพร้าวที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยังไม่ได้ดำเนินการขุดลอกคูคลอง ซึ่งคลองลาดพร้าวและคลองสอง มีจำนวนบ้านเรือนประชาชนพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ทางผู้ว่าฯ กทม.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ กทม.เตรียมความพร้อม เมื่ออะไรเกิดขึ้นต้องปฏิบัติการทันที โดยที่ไม่ต้องรอคำสั่งจาก กบอ. แต่ให้ฟังคำสั่งจากผู้ว่าฯ กทม.คนเดียวเท่านั้น

ทั้งนี้ ระบบบริหารจัดการน้ำของ กทม.เป็นระบบที่ดี จึงไม่ค่อยเป็นห่วง แต่อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ หากเกิดอุบัติเหตุ กบอ.จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด สำหรับตัวเลขของปริมาณน้ำที่จะปล่อยมานั้น กทม.สามารถรับได้ ไม่มีปัญหา

นอกจากนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวอีกว่า กทม.ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ แต่เมื่อเป็นเจตนาของรัฐบาล ซึ่งเป็นเจตนาที่ดี ก็ร่วมมือ แต่จะให้ กทม.รับผิดชอบคงลำบาก ขณะเดียวกัน หาก กบอ.จะทำการทดสอบ ควรจะทำการทดสอบในช่วงเดือนตุลาคมจะดีกว่าเดือนกันยายน เข้าใจว่า กบอ.อยากทดสอบระบบ แต่หากเกิดปัญหาหรืออุบัติเหตุ จะสามารถเปิด-ปิดน้ำได้เช่นเดียวกับน้ำก๊อกหรือไม่ ดังนั้น ในฐานะเป็นเจ้าบ้านก็ต้องเป็นห่วง อย่างไรก็ตาม หากมีปัญหาหรืออุบัติเหตุเกิดขึ้น เป็นหน้าที่ของ กบอ.ที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล